ย้อนรอยวาทะเด็ด ‘เจ๊ยุ’ นักข่าวทำเนียบรัฐบาลในตำนาน !!

Home / ข่าวการเมือง, สกู๊ปข่าว / ย้อนรอยวาทะเด็ด ‘เจ๊ยุ’ นักข่าวทำเนียบรัฐบาลในตำนาน !!

จากกรณีที่ นางยุวดี ธัญญศิริ อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ประจำทำเนียบรัฐบาล ได้เสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) ชั้น 17 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หลังมีอาการป่วยฉับพลันช็อคหมดสติ ก่อนญาติจะนำส่งโรงพยาบาล ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งแพทย์ได้ทำการปั้มหัวใจ เนื่องจากหัวใจหยุดเต้น รวมถึงให้ยากระตุ้นความดัน

โดยขณะนี้ อาการของเจ๊ยุถือว่ายังอยู่ในขั้นวิกฤต ซึ่งอาการล่าสุดเป็นการรักษาแบบประคองสัญญาณชีพ และเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันนักข่าว หรือ วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติในประเทศไทย ได้มีสื่อมวลชนทุกแขนงเป็นจำนวนมาก รวมถึงนักการเมือง ต่างร่วมกันส่งกำลังใจให้กับ เจ๊ยุ ให้สามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว

ยุวดี ธัญญศิริ หรือ เจ๊ยุ เป็นภริยาของ พล.อ.สิริชัย ธัญญศิริ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม สำหรับเส้นทางการเป็นสื่อมวลชนของ เจ๊ยุ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2511 และเป็นนักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ปี 2512 ซึ่งตลอดเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา เจ๊ยุ มีความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ในอาชีพผู้สื่อข่าว จนเป็นที่กล่าวขานในวงการสื่อการเมืองเป็นอย่างมาก

หากย้อนเรื่องราวการเป็นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลของ เจ๊ยุ และตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ จะเห็นได้ว่ามีการปะทะคารมกันมาโดยตลอด เช่น กรณีคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่าเมื่อปี 2557 โดยนายกฯ ตำหนิสื่อที่วิจารณ์การทำงานของตำรวจไทย จนประเทศได้รับความเสียหาย ด้าน เจ๊ยุ ถามต่อว่า “สื่อมวลชนก็มีความหวังดีต่อประเทศชาติเหมือนกัน”

พล.อ.ประยุทธ์ จึงตอบว่า วิธีการของสื่อพูดให้ดีกว่านี้หน่อย ตนรับไม่ได้ตรงที่ท่านมองดูถูกคนไปหมดแบบนี้ไม่ได้ เขาเป็นตำรวจมา 30 ปี ป้า (เจ๊ยุ ) เคยไปสอบสวนใครเหมือนที่ตำรวจทำหรือไม่ เคยไปเรียนสกอตแลนด์ยาร์ดหรือเอฟบีไอ ถ้ามองคนแบบนี้อยู่คงได้ทะเลาะกันแบบเดิม ซึ่งเมื่อแถลงข่าวจบ นายกรัฐมนตรี ได้ยกมือไหว้ เจ๊ยุ พร้อมยืนยันตัวเองใจเย็นสุดแล้ว >>> อ่านข่าว ‘ประยุทธ์’ เดือดปะทะคารม ‘เจ๊ยุ’ นักข่าวทำเนียบฯ

นอกจากนี้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว คือวันที่ 3 มีนาคม 2558 ยุวดี หรือ เจ๊ยุ ยังได้พูดถึงการทำหน้าที่ของสื่อกับรัฐบาล เนื่องในวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติในประเทศไทย โดยกล่าวว่า

“อยากให้รัฐบาลมองภาพในส่วนของผู้ที่ทำข่าวอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากผู้สื่อข่าวไม่มีอะไรซ่อนเร้น ซึ่งทำหน้าที่เพื่อนำความจริงโดยรอบด้านออกมาเผยแพร่สู่สังคมให้มากที่สุด เพราะถือว่าผู้ที่ประกอบอาชีพสื่อ โดยไม่ได้มีอคติหรือศัตรูกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งสิ้น

ทั้งนี้ อยากให้เกิดความสบายใจกับทุกฝ่ายสังคมจะได้ไม่เกิดความแตกตื่น หรือ มีเหตุรำคาญใจอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ อยากให้ทุกฝ่ายฟังทุกอย่างด้วยเหตุด้วยผลและมีความเข้าใจ อีกทั้งอยากให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจสื่อ เพราะต้องแยกให้ชัดเจนโดยสื่อมีทั้งสื่อแท้ สื่อเทียม สื่อเลือกข้าง หากเลือกเสพจึงต้องเลือกให้ถูกต้อง

ส่วนรัฐบาลนั้น ขอเพียงให้มีความเข้าใจการทำหน้าที่ของสื่อให้มากๆ อีกทั้งคนเป็นผู้นำจะต้องทนรับสภาพ จะให้ถูกใจทั้งหมดทุกเรื่องคงเป็นไปไม่ได้ และใครก็ตามที่เข้ามาในสภาวะที่บ้านเมืองมีความขัดแย้งสูง มีปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า ซึ่งขอให้จะทำอะไรก็ตาม ขอให้คนทั้งประเทศมีความสุขบ้าง”

และเหตุการณ์ล่าสุดที่มีการปะทะเดือดกันอีกครั้ง คือ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 ซึ่งตรงกับวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีผู้แทนสมาคมสื่อฯ เข้ามอบเสื้อที่ระลึก พร้อมยื่นเรื่องขอยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่จำกัดเสรีภาพสื่อ ขณะที่นายกฯ ถามกลับที่ผ่านมายังให้เสรีภาพไม่พออีกหรือ

จากนั้น เจ๊ยุ ลั่นกลางทำเนียบว่า “เสรีภาพสื่อคือเสรีภาพประชาชน” ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะย้อนกลับมาและถามว่า “ใครพูด” จากนั้นผู้สื่อข่าวอาวุโส จึงกล่าวว่า “ยุวดีค่ะ” นายกฯ จึงกล่าวว่า “ระวังตัวด้วย” ซึ่งนางยุวดี กล่าวต่อ “ไม่เป็นไรค่ะ ระวังอยู่แล้ว”

แต่แล้วเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ทำเนียบรัฐบาลได้ออกมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยนักข่าวที่ไม่มีบัตร ไม่มีต้นสังกัด จะไม่สามารถเข้าทำเนียบรัฐบาลได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้ เจ๊ยุ ซึ่งเกษียณอายุงาน และเป็นฟรีแลนซ์ ไม่สามารถเข้าทำข่าวที่ทำเนียบได้เหมือนเคย โดยทางทำเนียบให้เหตุผลว่า บัตรหมดอายุและไม่มีต้นสังกัดประจำ หากจะเข้าทำเนียบต้องแลกบัตรเข้าทุกครั้ง นั่นจึงเป็นชนวนให้ เจ้ยุ สิ้นสุดการเป็นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบทันที

ประวัติบนเส้นทางในฐานะฐานันดรที่ 4 ของ เจ๊ยุ – ยุวดี ธัญญศิริ

นางยุวดี เริ่มต้นอาชีพผู้สื่อข่าวในปลายรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร สังกัดหนังสือพิมพ์บางกอกเวิลด์ ในขณะนั้น ซึ่งภายหลังเปลี่ยนมาเป็นหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เกษียณอายุปี 2550 แต่ยังเป็นนักข่าวฟรีแลนซ์ให้บางกอกโพสต์ ทั้งยังเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และมาถูกมาตรการจัดระเบียบสื่อจนลาออกจากทำเนียบฯ อย่างไรก็ตาม นางยุวดี มีบทบาทอย่างมากในการตั้งคำถามต่อรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย และอยู่ประจำทำเนียบรัฐบาลมากว่า 40 ปี

ย้อนไปเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ปีที่ผ่านมา นางยุวดี ไม่สามารถเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลได้ หลังมีการออกมาตรการทำบัตรประจำตัวสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลใหม่ จากนั้นนางยุวดี จึงเข้าไปที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่ง นางยุวดี ปรากฏตัวผ่านสื่อครั้งล่าสุด กรณีองค์กรสื่อมวลชนได้รวมตัวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสื่อ ที่เสนอโดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

เจ๊ยุ นักข่าวสายเหยี่ยว ที่ไม่เคยขอเข้าไปทำงานในออฟฟิศ ไม่ต้องการเป็นบรรณาธิการข่าว แต่ทำหน้าที่เป็นนักข่าวภาคสนาม ประจำทำเนียบรัฐบาล ด้วยความรักในอาชีพนักข่าว และทุ่มเทให้การทำงาน จนได้รับการขนานนามว่าเป็นนักข่าวในระดับตำนาน

จนกระทั่งเมื่อถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เจ๊ยุและบิ๊กตู่ เคยปะทะฝีปากกันหลายครั้ง อาทิ ประเด็นเรื่องคดี ฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวเกาะเต่า กระทั่งมาถึงวันที่ 1 พ.ย.59 กรณีที่ทางทำเนียบรัฐบาล ได้ออกมาตรการรักษาความปลอดภัย นักข่าวที่ไม่มีบัตร ไม่มีต้นสังกัด จะเข้ามาทำเนียบรัฐบาลไม่ได้ ทำให้ เจ้ยุ ซึ่งเกษียณอายุงานและทางต้นสังกัดคือ นสพ.บางกอกโพสต์ได้จ้างเป็นฟรีแลนซ์ ไม่สามารถเข้ามาทำข่าวที่ทำเนียบฯได้เหมือนเคย โดยอ้างว่าบัตรหมดอายุและไม่มีต้นสังกัดประจำ หากจะเข้าทำเนียบต้องแลกบัตรเข้าทุกครั้ง นั่นทำให้ เจ้ยุ ตัดสินเดินทางกลับ ไม่ได้เข้าไปภายในทำเนียบแต่อย่างใด

กำหนดการสวดพระอภิธรรมศพ นางยุวดี ธัญญสิริ ณ วัดโสมนัสราชวรวิหารรดน้ำศพวันที่ 11 มี.ค. 60เวลา 16.00 น.ศาลา 10 วัดโสมนัสฯกำหนดสวดพระอภิธรรมศพ เป็นเวลา 7 วัน ณ ศาลา 10วัดโสมนัสฯวันที่ 11 มี.ค. 60เวลา 18.00 น.วันที่ 12-17 มี.ค. 60 เวลา 18.30 น.พระราชทานเพลิงศพวันอาทิตย์ที่ 19 มี.ค. 60เวลา 14.00 น.