เฉลิม ชี้!! ยิ่งลักษณ์สั่งตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว แต่ไม่มีรายงานว่าพบการทุจริต

Home / ข่าวการเมือง / เฉลิม ชี้!! ยิ่งลักษณ์สั่งตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว แต่ไม่มีรายงานว่าพบการทุจริต

‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นศาล นัดสืบพยานจำเลย คดีจำนำข้าว ท่ามกลางประชาชนที่มาให้กำลังใจ ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ชี้อดีตนายกฯสั่งการให้ตรวจสอบ แต่ไม่มีการรายงานว่าพบการทุจริต

วันนี้ (17 มี.ค. 60) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายัง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่ ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ พร้อมทีมทนาย หลังศาลนัดสืบพยานจำเลยนัดที่ 12 ในคดีหมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จำเลยในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามมาตรา157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท ท่ามกลางประชาชนที่มาให้กำลังใจ

ทั้งนี้ได้มีการเบิกความพยาน 3 ปาก ซึ่งมีร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เดินทางมาเป็นพยานฝ่ายจำเลย โดยเบิกความถึงกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือทักท้วงถึงรัฐบาล ภายหลังคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายโครงการรับจำนำข้าว ต่อรัฐสภา โดยตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลได้แถลงนโยบายดังกล่าวต่อรัฐสภาในช่วงดึก

แต่ สตง. ได้ทำหนังสือท้วงติงแก่รัฐบาลในเช้าวันถัดมาทันที รวมถึงเนื้อหาบางส่วนมีการกล่าวอ้างถึงโครงการประกันราคาข้าว ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นนโยบายที่มีความแตกต่างจากการรับจำนำข้าว ซึ่งจำเลยได้มีการซักถามถึงเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับคำตอบว่า สตง. รวมถึง ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจในการกำกับนโยบายของรัฐบาล มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตเท่านั้น

พร้อมกันนี้อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภายหลังจากที่นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจำเลย โดยมีการอภิปรายว่ามีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยมีการกล่าวอ้างถึง นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น จำเลยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนายบุญทรง ในฐานะที่มีอำนาจในการบริหารเข้าไปตรวจสอบ แต่ได้รับรายงานกลับมาว่าไม่พบการทุจริต แต่จำเลยไม่ได้สั่งการให้ตนเองในฐานะคณะกรรมการอำนวยการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตในการรับจำนำข้าวเข้าไปตรวจสอบ เพราะไม่มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการระบายข้าว โดยต่อมา จำเลยได้มีการสั่งปลดนายบุญทรง ออกจากทุกตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 30 มิถุนายน 2556 แต่ไม่ทราบสาเหตุของกาารปลดว่าจะเกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าวหรือไม่

ด้านพันตำรวจเอกธนกิจ อ่อนละออ อดีตนายตำรวจพื้นที่ปทุมธานี ได้เบิกความถึงกรณีที่มีการตรวจพบว่าข้าวในโครงการรรับจำนำข้าวหายกว่า 9 หมื่นกระสอบ จากโกดังเก็บข้าวในจังหวัดปทุมธานีว่า ข้าวจำนวนดังกล่าวถูกขนย้ายออกจากโกดังแบ่งเป็น 3 รอบ ซึ่ง 2 รอบแรกสามารถนำของกลางกลับคืนมาได้ แต่ในรอบที่ 3 นั้น จากการตรวจสอบโกดังพบว่า มีการนำนั่งร้าน มาสอดไส้ในกองข้าว จึงไม่สามารถตรวจสอบหากระสอบข้าวที่หายไปได้ แต่จากการตรวจสอบนั่งร้าน พบว่า นายธีรศักดิ์ แสนวรางกุล หรือ เสี่ยอ้วน ซึ่งเป็นน้องชาย นายกิตติพงศ์ แสนวรางกุล หรือ เสี่ยเล็ก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีจำนำข้าวหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าว เป็นผู้สั่งนั่งร้านดังกล่าว ซึ่งมีการส่งของเป็นจำนวน 3 ซึ่งเป็นช่วงหลัังเกิดการรัฐประหาร ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และ คสช. ได้มีคำสั่งให้ล็อกโกดังข้าวทั้งหมด

ส่วนนายพิชัย ชุณหวชิร อดีตนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ยืนยันว่า ในฐานะนายกสมาคมและคณะกรรมการสมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรของประเทศไทย ชี้จากรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีข้าว ยืนยันว่า การตรวจสอบการปิญชีโครงการรับจำนำข้าว เป็นเพียงการตรวจสอบอายุข้าวในโครงการเท่านั้น ไม่มีการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับราคาขายในตลาด

สำหรับการไต่สวนพยานคดีรับจำนำข้าวในครั้งต่อไป จะมีขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.30 น.