‘เรืองไกร’ จ่อร้อง ป.ป.ช. ปม ครม.สั่งประเมินภาษี ‘ทักษิณ’

‘เรืองไกร’ เตรียมร้อง ป.ป.ช. 21 เม.ย.นี้ ปม ครม.สั่งประเมินภาษี ‘ทักษิณ’ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2560 ให้กรมสรรพากรทำการประเมินภาษีจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวนกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท และต่อมาเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรได้นำหนังสือประเมินภาษีที่ไม่มีการระบุเลขที่ ไปปิดที่หน้าบ้านเมื่อ 28 มี.ค. ที่ผ่านมานั้น เรื่องดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจโดยไม่มีหลักกฎหมายและผิดไปจากข้อเท็จจริงที่ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกา

ซึ่งจากผลของคำพิพากษาทั้งสอง กรมสรรพากรจึงมีการสั่งยุติเรื่องไปแล้ว ทั้งนี้ตามเอกสารราชการที่ถือเป็นหลักฐานเด็ด 2 ฉบับ คือ (1) บันทึกข้อความของสำนักตรวจสอบภาษีกลาง ที่ กค 0710/ตส/1460 ลงวันที่ 2 มี.ค. 2555 ที่อธิบดีกรมสรรพากรมีคำสั่งให้ยุติเรื่อง (2) หนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0717/ล.1804 ลงวันที่ 15 พ.ย. 2555 ที่ตอบไปยัง ป.ป.ช. ว่า การซื้อขายหุ้นชินคอร์ปดังกล่าว จึงไม่เกิดขึ้น ผลก็คือ เมื่อธุรกรรมการซื้อขายหุ้นไม่เคยเกิดขึ้น ดังนั้น นายทักษิณ ย่อมไม่มีเงินได้จากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปผ่านบริษัทแอมเพิลริชแต่อย่างใด

และการขายหุ้นชินคอร์ปให้กลุ่มเทมาเส็กเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2549 ก็เป็นการขายในตลาดหลักทรัพย์ กำไรที่ได้จากการขายหุ้น จึงได้รับยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวง ซึ่งคณะรัฐมนตรี กรมสรรพากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องรู้ถึงผลของคำพากษาศาลฎีกาและศาลภาษีแล้ว รวมทั้งการสั่งยุติเรื่องตามข้อความในหนังสือทั้งสองฉบับด้วย ดังนั้น การหาเหตุมาประเมินภาษีครั้งนี้ จึงชัดเจนว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ นายเรืองไกร กล่าวว่า การสั่งให้ประเมินไปก่อนแล้วให้นายทักษิณไปสู้คดีต่อในชั้นศาลดังที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวไว้ จึงเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าลักษณะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมาย ป.ป.ช. อย่างชัดเจน รวมทั้ง ป.ป.ช. ต้องทราบดีอยู่แล้วด้วย ตามหนังสือที่กระทรวงการคลังส่งให้ ป.ป.ช. ดังกล่าวข้างต้น จึงต้องร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ทำการไต่สวนเอาผิดกับคณะรัฐมนตรีและกรมสรรพากรต่อไปโดยเร็ว โดยจะไปยื่นหนังสือด้วยตนเองที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ ในวันที่ 21 เมษายน

ขออนุญาตใช้เนื้อหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง