สรุปข่าวดัง ! คดีอุ้มฆ่าสาวหล่อหน้าตาดี

กรณี พันตำรวจเอกอำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ตกเป็นผู้ต้องหาอุ้มฆ่า น.ส.สุภัคสรณ์ สาวหล่อหน้าตาดี โดยมีสาเหตุมาจากไม่พอใจที่ น.ส.สุภัคสรณ์ มาติดพันหญิงสาวที่ตัวเองชอบ ช่วงเช้าวานนี้ (11 ม.ค.) ตำรวจนครบาลหนองค้างพลู ได้คุมตัว นายนิวัฒน์ สวยทอง อายุ 32 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สมาชิกทีมอุ้มสาวหล่อ ไปทำการชี้สถานที่เกี่ยวข้องกับคดี ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อนำมาประกอบสำนวน

ส่วนพันตำรวจเอก อำนวย ได้ถูกคุมขังตลอดทั้งคืน และมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด แต่เจ้าตัวยังคงปฎิเสธว่า ไม่ได้สั่งฆ่า และอ้างว่าต้องการสั่งสอนเท่านั้น เพราะ น.ส.สุภัคสรณ์ ยืมเงินไป 4 ล้านบาท ผ่าน น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ แล้วไม่คืน อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการส่งฝากขังต่อศาลวันนี้ (12 ม.ค.)

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบที่เคอาร์ แมนชั่น ซอยเพชรเกษม 116 แยก 8 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของ น.ส.สุภัคสรณ์ โดยจากการสอบถาม พยานเล่าว่า คืนวันที่ 13 ธันวาคม ได้ยินเสียง น.ส.สุภัคสรณ์ ร้องโวยวายว่า “พี่จะมาจับหนูทำไม ไม่ได้ทำอะไรผิด” ต่อมามีเสียงผู้ชายพูดว่า “อย่าพูดมากมีอะไรไปว่ากันที่ สน.” ก่อนมีการนำตัวขึ้นรถกระบะ สีดำ ออกไป และตนเองคิดว่าเป็นตำรวจจับคดียาเสพติด จึงไม่ได้ใส่ใจ

ด้านพลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า สั่งการให้แบ่งทีมทำงาน 3 ชุด คือ ชุดติดตามจับกุม ทีมค้นหาผู้สูญหาย และชุดสอบสวน ส่วนผู้ที่ให้ที่พักพิงผู้ต้องหา จะมีความผิดด้วย ส่วนช่วงบ่ายวานนี้ ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้เพิ่มอีก 2 ราย ได้แก่ นายภูมิทัศน์ หรือ อุ๋ม พิบูรณ์สวัสดิ์ อายุ 24 ปี โดยจับได้ที่อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี และ น.ส.กรรณิกา ซึ่งจับกุมได้ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ขณะไปทำธุระที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ โดยอ้างว่า มาขอให้เจ้าหน้าที่ประเมิณราคาที่ดิน ที่จะใช้เป็นหลักทรัพย์ เพื่อยื่นประกันตัวเอง ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตัวทั้งคู่เข้าสอบสวนที่กรุงเทพฯ

ต่อมาช่วงค่ำชุดสืบสวนได้พบร่างที่คาดว่าน่าจะเป็น น.ส.สุภัคสรณ์ ในสภาพถูกฆ่าฝังดินอยูที่บริเวณรีสอร์ทร้าง พื้นที่หมู่ 1 บ้านท่ากระบือ ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยตำรวจได้ข้อมูลจากหนึ่งในทีมอุ้ม ก่อนคุมตัวมาชี้จุดฝัง ซึ่งหลังขุดค้นนานกว่า 2 ชั่วโมง ก็พบชิ้นส่วน ช่วงท้อง และขา รวมทั้งพบรอยสักอยู่ที่กลางแผ่นหลัง ก่อนมีการส่งตรวจเปรียบเทียบกับ DNA เส้นผมของ น.ส.สุภัคสรณ์ ที่บิดานำมาให้กับตำรวจ

ล่าสุดวันนี้ (12 ม.ค.60 ) นายบุญชู พลไธสง ติดต่อขอรับศพ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง บุตรสาว พร้อมตรวจพิสูนจ์ดีเอ็นเอ เปรียบเทียบผู้เสียชีวิต ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดย นายบุญชู ยืนยันว่า ศพที่พบในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ของ จ.กาญจนบุรี เมื่อคืนนี้ คือ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง (สาวหล่อ) บุตรสาวที่ถูกอุ้มหายไปเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2559 เนื่องจากจดจำลักษณะรอยสักบนร่างกายทั้งสองจุด รวมทั้งรูปพรรณสันฐานได้ แต่ก็จะต้องยืนยันความชัดเจนโดยการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อให้เป็นไปตามหลักฐานทางกฎหมาย พร้อมเชื่อว่าการเสียชีวิตของบุตรสาว เกิดจากความขัดแย้งกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ

ส่วนประเด็นอื่น ตนเองไม่ทราบข้อเท็จจริง เนื่องจากได้หย่าร้างกับมารดาผู้เสียชีวิตมานานกว่า 20 ปี ทราบเพียงจากการบอกเล่าของมารดาบางเรื่อง แต่เรื่องการหยิบยืมเงินจำนวน 4 ล้านบาท และค่าชดเชยทุบทำลายรถยนต์ กว่า 6 หมื่นบาทนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่ยอมรับว่าเมื่อ 7 – 8 ปี ที่ผ่านมา บุตรสาวเคยเล่นการพนัน แต่ขณะนี้เลิกไปแล้ว เชื่อว่าบุตรสาวไม่สามารถจะไปหยิบยืมเงินจำนวนมากจากใครได้ เพราะบุตรสาวมีอาชีพและรายรับที่มั่นคง พร้อมย้ำจะไม่ปล่อยให้ลูกตายฟรี และจะเรียกร้องความเป็นธรรม ดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกออกหมายจับอย่างถึงที่สุด

ส่วนลางบอกเหตุ หลังบุตรสาวหายตัวไป มารดาและเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้ฝันในลักษณะคล้ายกันหลายครั้งว่า น.ส.สุภัคสรณ์ ได้มาขอให้ช่วยเหลือและนำขึ้นจากหลุม โดยขณะนี้มารดาอยู่ระหว่างเดินทางไปเชิญดวงวิญญาณ ของ น.ส.สุภัคสรณ์ ที่จ.กาญจนบุรี ก่อนมารับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคลองอีแตก ต.โคกปี่ฆ้อง อ.เมือง จ.สระแก้ว นอกจากนี้ นายบุญชู ยังระบุด้วยว่า อยู่ระหว่างจัดหาทนายความเพื่อให้ช่วยเหลือในการดำเนินคดีดังกล่าวด้วย

เนื้อหานี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง