ทำความรู้จัก ‘กริพเพน’ สุดยอดเขี้ยวเล็บ สู่มัจจุราชสายตาเด็กๆ

เปิดข้อมูลและสมรรถนะ เครื่องบินขับไล่กริพเพน อัศวินทัพฟ้า สู่มัจจุราชพรากชีวิตนักบิน หลังเกิดโศกนาฏกรรมสุดเศร้าโหม่งโลกขณะแสดงโชว์วันเด็ก 2560  

หลายคนคงคุ้นชื่อและอยากจะทำรู้จักเครื่องบินขับไล่ของกองทัพไทยนามว่า ‘กริพเพน’ หลังจากเมื่อช่วงสายของวันนี้ ได้เกิดเหตุสุดสลด เมื่อเครื่องดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุตก จนได้คร่าชีวิตนักบินหนุ่ม ขณะทำการบินแสดงโชว์ในงานวันเด็กประจำปี 2560 ที่หาดใหญ่

โดย ‘กริพเพน’  เป็นเครื่องบินรบสัญชาติสวีเดน ที่เข้ามาประจำการในไทยเมื่อปี 2011 ที่ กองบิน  7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังกองทัพอากาศต้องการให้ฝูงบินดังกล่าว เข้ามาทำหน้าที่แทนเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18ก/ข หรือ (F-5B/E) ที่ประจำการมานานกว่า 30 ปี

ซึ่งการเข้ามาประจำการของเครื่องบิน Gripen 39 C/D จะทำให้กองบิน 7 มีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจการป้องกันทางอากาศ การสนับสนุนการปฏิบัติร่วมกับเหล่าทัพอื่น และการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ในลักษณะของการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบร่วมกับ เครื่องบิน SAAB 340 AEW และการเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีในระบบการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบทางข้อมูลข่าวสาร การหยั่งรู้เท่าทันสถานการณ์ ทวีความสามารถการบัญชาการและควบคุม

เพื่อถือเป็นการลดจุดอ่อนใระบบป้องกันทางอากาศ ขยายขีดความสามารถการตรวจจับเป้าหมายและการเคลื่อนไหวทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม สามารถติดต่อสื่อสาร ส่งผ่าน เชื่อมต่อ และถ่ายทอดข้อมูล เร่งวงรอบของกระบวนการตัดสินใจ ในระบบบัญชาการและควบคุม ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ทันเวลา นำไปสู่การทวีอำนาจกำลังรบ

สมรรถนะของ ‘กริพเพน’ เป็นเครื่องบินขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แต่มีประสิทธิภาพบินได้คล่องแคล่ว มีระบบการทำลายสูงสามารถทำการรบได้หลากหลาย ทั้งการรบด้วยระบบอากาศสู่อากาศ อากาศสู่พื้นดิน และอากาศสู่ทะเล แถมยังวิ่งขึ้นได้จากรันเวย์ยาว 800 เมตร และลงจอดบนถนนหลวงที่มีความยาวเพียง 500 เมตร ต้องการเจ้าหน้าที่สนับสนุนภาคพื้นดินเพียงแค่ 5 คน มีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการที่ต่ำกว่าเครื่องบินแบบอื่น

ทั้งนี้นอกจากคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ‘กริพเพน’ ยังถือได้ว่าเป็นเครื่องบินที่มีตารอบตัว เพราะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี หรือระบบดาต้าลิงก์ จากสถานีภาคพื้น รวมทั้งเรดาร์ภาคพื้นที่เรามีทั่วประเทศไทย ก่อนประมวลผลข้อมูลการรบส่งกลับไปให้กริพเพน จึงเปรียบเสมือนว่ามี “ตาสับปะรด” สามารถมองเห็นสถานการณ์การรบได้จากด้านบน อีกทั้ง สามารถเปิดเรดาร์เดินอากาศเพียงเครื่องเดียวในหมู่บินทั้งหมดเพื่อลดการถูก ตรวจจับจากฝ่ายตรงข้ามได้

ด้วยศักยภาพข้างต้นทำให้กริพเพนมีความอันตรายในตัว และคงไม่มีใครกล้าที่จะต่อกร แม้จะมีขนาดเล็กแต่สามารถสู้กับเครื่องบินรบไซส์เฮฟวี่เวตอย่างเอฟ 18 และ ซู-30  ได้

ภาพจาก Thaifighterclub

เนื้อหานี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง