
เจาะประเด็นร้อน ?เขาพระวิหาร? ในเวทีมรดกโลก
ไม่รู้ว่าจะชมเชยการทำงานของ ?สุวิทย์ คุณกิตติ? รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหัวหน้าทีมผู้แทนไทยในการร่วมวงที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่บราซิลครั้งนี้ดีหรือไม่?!?
หลังจากที่สถานการณ์จบลงด้วยดีนั้น เป็นเพราะที่ประชุมยูเนสโกเลื่อนวาระการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารออกไปก่อน ด้วยเหตุว่า ?กัมพูชา? ส่งแผนดังกล่าวช้าเกินกว่ากำหนดคือ ภายใน 24 ชั่วโมง
เพราะเอกสารแผนบริหารจัดการฯ ที่ว่านั้น ฉบับเต็มมีความยาวถึง 180 หน้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า อย่างไรก็อ่านไม่ทัน…!!
โดยข่าวคราวที่ถูกส่งมาเกี่ยวกับท่าทีการเจรจาของ ?สุวิทย์? ระหว่างการประชุมนั้นเอง ช่างดูแตกต่างจากท่าทีก่อนเดินทางไปบราซิลราวฟ้ากับดิน ความมั่นใจที่เคยให้ไว้ว่าอย่างไรเสีย เราก็อยู่ในฐานะที่ ?ไม่จำเป็น? ต้องไปพิจารณาความอะไรให้เดือดเนื้อร้อนตัว ไม่รู้หายไปไหน แต่ละวันได้ยินแต่ข่าวการตกเป็นรอง ?เขมร? ไปเสียได้
?อยากให้รัฐบาลเลิกโง่เสียที แล้วหันมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ทุกรัฐบาลเลย เพราะที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีใครจริงจังกับปัญหาพื้นที่ทับซ้อนจนทำให้เกิดวันนี้ แต่กับปัญหาแผนบริหารจัดการครั้งนี้ ขอย้ำว่ารัฐบาลไทยโง่มาก ที่จริงเราไม่ต้องไปร่วมตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ต้องประจานให้รู้ว่าไม่เอาด้วย หรือถ้าไปก็ไม่ต้องไปรับไม่ต้องไปยุ่ง? ความเห็นแบบตรงจัดชัดจริงของ ?อดุล วิเชียรเจริญ? อดีตกรรมการมรดกโลกที่เคยไปนั่งในเวทีพิจารณาเรื่องเดียวกันนี้มาแล้ว พร้อมสะท้อนการทำงานรัฐบาลไทยที่ออกอาการ ?ไม่รู้เขารู้เรา? ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก
ในระหว่างที่เกิดสถานการณ์คับขันในช่วงวันที่ 28 ? 29 ก.ค. ตามเวลาบราซิล หัวหน้าคณะผู้แทนไทยมีความพยายามเจรจากับหลายฝ่าย ทั้งกับกัมพูชาเองโดยการจัดการของยูเนสโก รวมถึงเจรจากับประธานที่ประชุมเพื่อขอให้เลื่อนวาระการพิจารณาออกไป
แต่ที่จริงอาจไม่ต้องคับขันอย่างที่คิด… เพราะตามข้อความที่ นักวิชาการโบราณคดีอาวุโส อย่าง ?อ.ศรีศักร วัลลิโภดม? ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ บอกไว้ว่า อย่างไรเสีย ?ไทยก็ได้เปรียบเต็มประตู? ด้วยเพราะการขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว ในขณะที่ยังมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่าง 2 ประเทศนั้น จะทำให้เป็นสิ่งที่ถูกต้องไปไม่ได้
?ในกรณีนั้นถ้ายูเนสโกรับแผนก็เท่ากับลงมติเดิมไม่มีอะไร เขมรแค่แกล้งให้เรากลัวเท่านั้น เราอย่าไปกลัวมัน? บทสัมภาษณ์จากอาจารย์ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานที่เกิดขึ้น ก่อนจะมีการประกาศเลื่อนวาระการพิจารณาแผนออกไป
น่าแปลกใจก็ตรงท่าที ?สุวิทย์? ที่นั่งอยู่ในที่ประชุมด้วยตัวเองจะดูแผนการของประเทศคู่ขัดแย้งไม่ออกเชียวหรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนออกเดินทางไปก็เหมือนจะเข้าใจ และยึดมั่นว่าจะอย่างไรไทยก็จะไม่คุยอะไรตามนั้น แต่แล้วเรื่องกลับไม่ง่าย ซึ่งหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเป็นผู้แพลมออกมาเองในทำนองว่า ถูกกดดันอย่างหนักในที่ประชุมจากแผนของกัมพูชา
ที่สุดแล้วผลการเลื่อนวาระพิจารณาครั้งนี้ ก็ไม่ต่างไปจากการคาดการณ์ของฝ่ายผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ในคราวแรก แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นก็อยากมองในมุมที่ดีว่า อย่างน้อยอาการกดดันที่ได้รับนั่น ก็ส่งผลให้เกิดการเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น …ซึ่งในความเป็นจริงเราคงไม่ต้องรอให้ชาติอื่นกดดันหากไทยคิดการทำเองเพื่อปกป้องอธิปไตยของตัวเองให้สมกับประเทศเอกราชคงจะดีกว่า
เพราะในมุมหนึ่งที่เกิดขึ้นมันดูน่าอาย เราไม่ควรขาดความมั่นใจทั้งที่ไม่ได้เป็นฝ่ายทำผิดอะไร ส่งผลให้คนในรัฐไทยโดยเฉพาะตามตะเข็บชายแดน ต้องเกิดอาการสั่นคลอน เช่นนี้จะให้โทษเขมรหรือติเพื่อก่อกับรัฐบาลไทย..!!






ข่าวน่าสนใจ
แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์
เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ MThai ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น MThai จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่