มองมุมใหม่ การเมืองโลกในโลกมุสลิม-ก่อการร้ายโยงใย’สงครามโลกครั้งที่ 3′

เปิดโลกทัศน์ใหม่ เจาะลึกการเมืองโลกในโลกมุสลิม สาเหตุของการก่อการร้าย โยงใย ‘สงครามโลกครั้งที่ 3’

จากกรณีที่ MThai News เป็นสื่อในช่องทางออนไลน์ ที่ได้มีการนำเสนอข่าว เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบโลก ในรอบปี 2557-2558 ที่ผ่านมา จากตัวผู้เขียนเอง ที่ได้มีการติดตามสถานการณ์โลกที่มีความเป็นไป มองว่า ปัญหาใหญ่ที่โลกกำลังเผชิญในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา คือภัยจากการ ‘ก่อการร้าย’ ซึ่งความเข้าใจของคนทั่วไป ที่ไม่ได้ศึกษาลึกไปถึงแก่นแท้ของประวัติศาสตร์ อาจจะคิดว่าภัยคุกคามเหล่านี้มีชนวนมาจากโลก ‘อิสลาม’ 

ก่อการร้าย,มุสลิม,การเมืองโลก,สงครามโลกครั้งที่ 3
การเมืองโลกในโลกมุสลิม

ทุกวันนี้โลกอิสลามไม่ต่างจากเมืองลับแล ที่น้อยคนที่เป็นคนนอกกลุ่ม จะสามารถเข้าใจลึกไปถึงแก่น ได้อย่างถ่องแท้ ปัจจุบัน เราเสพสื่อจากตะวันตก สื่อยักษ์ใหญ่ที่พากันนำเสนอเรื่องราว ทำให้ชาวมุสลิมมองว่า อคติที่มีต่อชาวมุสลิมมีอยู่มาก ผ่านรายงานข่าวตะวันตก ในรูปแบบภาพยนตร์ หนังสือพิมพ์ นวนิยาย หรือวารสาร ชาวมุสลิมถูกนำเสนอภาพลักษณ์ทางอ้อมว่าเป็นเหมือนคนคลั่งศาสนา เป็นผู้ก่อการร้าย

ชาติตะวันตกผู้ติดปีกมหาอำนาจ (ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าประเทศไหน) นำเสนอเรื่องราวในมุมของตนเองเข้าคำกล่าวที่ว่า ‘ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ’ ก็ไม่ปาน จนทำให้หลายคนหลงลืมความปวดร้าว รอยแผลต่าง ๆ ในอดีตที่ผ่านมาปัจจุบัน ชาวโลกเลือกประณามการก่อการร้ายอย่างมีอคติของฝ่ายมหาอำนาจ โดยใช้สื่อเป็นเครื่องมือ

ซึ่งหากเราต้องการทำความเข้าใจสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือการทำความเข้าใจกับประวัติศาสตร์ให้ครบทุกด้านนั่นเอง

ก่อการร้าย,มุสลิม,การเมืองโลก,สงครามโลกครั้งที่ 3
‘การเมืองโลกในโลกมุสลิมกับปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศ’

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ได้มีการจัดการเสวนาวิชาการ ร่วมกับภาควิชารัฐศาสตร์ ในหัวข้อ ‘การเมืองโลกในโลกมุสลิมกับปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศ’ โดย อ.ทนง ขันทอง บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น,ผศ.สุรัตน์ โหราชัยกุล อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ซึ่งเป็นการพูดคุยทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของสถานการณ์ที่เกิดในปัจจุบันอย่างมาก

ความหมายของการก่อการร้ายตามแนวคิดของ ‘อิสลาม’

ศ.ดร. จรัญ มะลูลีม นักวิชาการทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กล่าวในงานเสวนาครั้งนี้ว่า โลกอาหรับเปรียบได้กับดินแดน ‘ต้องคำสาป’ ซึ่งเกิดจากผลประโยชน์วับซ้อน และทรัพยากรอันล้ำค่า

การก่อการร้าย คือ การทำร้ายที่เกิดขึ้นโดยบุคคล กลุ่มหรือประเทศชาติ ด้วยการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ซึ่งการรุกรานของชาติหนึ่งต่ออีกชาติหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการรุกรานต่อสันติของโลกมากที่สุด ในโลกอิสลาม กำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาและการป้องกันสังคมจากความเลวร้ายก่อนกฎหมายและรัฐธรรมนูญอื่นทั้งหมด ด้วยการรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ และการปกป้อง ‘ศาสนา’

‘ผู้ใดที่ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกเขาคือผู้ที่อธรรม’

แท้จริงแล้ว คำสอนตามศาสนาอิสลาม ชี้นำให้มนุษย์มีความเที่ยงธรรม ขจัดความเบี่ยงเบนความสุดโต่ง และพึ่งระวังในแนวคิดการคลั่งศาสนา เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้คนรุ่นก่อนต้องประสบความพินาศ ทั้งวิธีการรุกราน เข่นฆ่า ไม่เป็นที่อนุมัติในอิสลาม แต่ในทางตรงข้าม อิสลามส่งเสริมให้บรรดาผู้ที่ได้รับการกดขี่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่ออิสรภาพของพวกเขา

มุฮัมมัด ซัยยิด ฏอนฏอวีย์ กระธานบริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัย อัล-อัซฮัร และอดีตอิหม่ามของอิยิปต์ กล่าวยืนยันแก่นักวิจัยของไทยว่า

ศาสนาอิสลามปฏิเสธความรุนแรงและการก่อการร้ายในทุกรูปแบบ อิสลามเรียกร้องไปสู่การให้อภัยและการประนีประนอม การให้ความร่วมมือช่วยเหลือ การทำความรู้จักเชื่อมสัมพันธ์ต่อกัน และความยุติธรรม อิสลามจะอยู่เคียงข้างผู้ถูกอธรรมจะได้รับความเป็นธรรม

ก่อการร้าย,มุสลิม,การเมืองโลก,สงครามโลกครั้งที่ 3
ก่อการร้ายโยงใย’สงครามโลกครั้งที่ 3′

มองอีกมุมประเด็นเรื่องการก่อการร้าย ?

‘ผู้ก่อการร้ายวันนี้คือนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพในวันพรุ่ง’

สำหรับการก่อการร้าย อาจเป็นความชั่วร้ายของใครบางคน ขณะที่บางคนอาจมองว่าการกระทำนั้น คือ การกระทำของวีรบุรุษ เส้นบางของ ‘นักสู้เพื่อเสรีภาพ’ และ ‘ผู้ก่อการร้าย’ ปัญหาใหญ่ในการตีความว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากใคร ในฐานะใด คือใครเป็น ‘ผู้นิยาม’ ในเมื่อโลกปัจจุบันนี้ควบคุม ครอบงำโดยชาติมหาอำนาจเพียงไม่กี่ชาติ ทำให้การกระทำของชาติมหาอำนาจถือว่าชอบธรรม ขณะที่ การกระทำโดยฝ่ายอื่นกลายเป็นไม่ชอบธรรมไปโดยปริยายหากเห็นต่าง 

มหาอำนาจโลกจอมบงการก่อเนื้อร้าย โยงใย ‘สงครามโลกครั้งที่ 3’ 

ในการสัมมนาทางวิชาการครั้งนี้ มีหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือ ชนวนของการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไป โลกพรั่งพรูไปด้วยอารยะใหม่ ดังนั้นชนวนของสงครามจะเกิดขึ้นจากตรงไหน

ทว่านักวิเคราะห์สายทหารจากต่างประเทศ และเหล่าบรรดานักวิชาการในงานเสวนา ในห้วข้อ ‘การเมืองโลกในโลกมุสลิมกับปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศ’ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 จะมีชนวนระเบิดมาจาก’ซีเรีย’ ซึ่งขณะนี้พื้นที่ต่าง ๆ เต็มไปด้วยขั้วอำนาจในเขตปกครองที่แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ซึ่งขณะนี้ปัจจัยภาพนอก ที่แบ่งออกเป็นสองขั้ว คือ สหรัฐฯ และ รัสเซีย โดยมีการโจมตีหลักทางอากาศ หากเครื่องบินรบของทั้งสองขั้วชนกัน ก็อาจจะเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือของอีกฝ่าย ทำให้เป็นชนวนของความขัดแย้งครั้งยิ่งใหญ่ได้

ก่อการร้าย,มุสลิม,การเมืองโลก,สงครามโลกครั้งที่ 3
สงครามโลกครั้งที่ 3

นอกจากกำลังทางการทหารของทั้งสองขั้นแล้ว ยังมีเคลื่อนไหวทางการทูตต่อประเทศต่าง ๆ เพื่อหารือทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสงครามกลางเมืองในซีเรีย

ขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้ง ผลประโยชน์ที่ซับซ้อนในตะวันออกกลางสามารถเป็นปัจจัยให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ ท่ามกลางขั้วอำนาจโลก ที่ช่วงชิงชัยชนะระหว่าง 3 ขั้ว ได้แก่

1.สหรัฐอเมริกา ขั้วอำนาจเก่าแก่ ภายใต้แนวคิด ‘New world order’ต้องการเปลี่ยนแปลงโลกให้มีรัฐบาลเดียว
หรือที่เรียกว่า รัฐบาลโลก ตามแผน New world Order เพื่อยึดครองโลก สหรัฐฯ ลงทุนลงแรง กับพื้นที่ในตะวันออกกลางมาหลายทศวรรษ และอยู่เบื้องหลังความขัดแย้งและสถานการณ์ความไม่สงบหลายภูมิภาคอย่างมีนัยยะ

2.รัสเซีย หมายต้องการรื้อฟื้นความยิ่งใหญ่ของอาณาจักร ‘โซเวียต’ ที่ล่มสลายไปในอดีต พร้อมทั้งคานอำนาจของสหรัฐฯ หนึ่งในนั้นคือการนำทหารลงพื้นที่ประเทศซีเรีย จึงสร้างความไม่พอใจให้สหรัฐฯ อย่างมาก

3.จีน มองตัวเองเป็นมหาอำนาจในศตวรรษที่ 20 หมายสร้างเส้นทางสายไหมเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เจาะประโยชน์จากการคมนาคม รวมไปถึงต้องการก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน จีนต้องการเป็นศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ของโลก

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

 

MThai News

เรียบเรียงเนื้อหาโดย ศิลัญชญา ปานมงคล

ขอบคุณเนื้อหาจาก งานเสวนาวิชาการเรื่อง ‘การเมืองโลกในโลกมุสลิมกับปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศ’ โดย อ.ทนง ขันทอง บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น,ผศ.สุรัตน์ โหราชัยกุล อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ และ ศ.ดร. จรัญ มะลูลีม นักวิชาการทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา
เนื้อหานี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง