อัพเดทน้ำท่วมภาคใต้ ยะลา-ปัตตานี กระทบประชาชนนับหมื่น

Home / ข่าวต่างประเทศ / อัพเดทน้ำท่วมภาคใต้ ยะลา-ปัตตานี กระทบประชาชนนับหมื่น

น้ำท่วมยะลาต่อเนื่อง 3 อำเภอ ล่าสุดเริ่มคลี่คลาย ประชาชนกว่า 10,000 คน ได้รับผลกระทบแล้ว – น้ำท่วมทั้ง จ.ปัตตานี ต่อเนื่อง หนักสุด 3 อำเภอ

นายกาส เส็นโต๊ะเย็บ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้ใน จ.ยะลา มีพื้นที่ประสบภัย น้ำจากแม่น้ำสายบุรี และ แม่น้ำปัตตานี เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมทั้งหมด 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองยะลา, ยะหา และ รามัญ วัดความสูงประมาณ 35 เซนติเมตร ล่าสุดพบระดับน้ำในแม่น้ำทั้ง 2 เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สถานการณ์คลี่คลายและมีแนวโน้มดีขึ้น เบื้องต้นหลายหน่วยงานอยู่ระหว่างเฝ้าระวัง ควบคู่กับให้ความช่วยเหลือ โดยมีจุดที่น่าเป็นกังวลคือ อ.รามัญ เพราะมีลักษณะภูมิประเทศตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำสายบุรี ซึ่งเป็นจุดรับมวลน้ำมาจาก จ.นราธิวาส

ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าน้ำจะลดลงจนแห้งสนิทได้เมื่อใด เนื่องจากต้องติดตามปริมาณฝนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภาพรวมปัจจุบันพบมีประชาชน ได้รับผลกระทบแล้วใน 26 ตำบล 2 ชุมชน 118 หมู่บ้าน 4,313 ครัวเรือน หรือคิดเป็น 10,400 คน

น้ำท่วมทั้งปัตตานีหนักสุด3อ.กระทบปชช.กว่า7หมื่นคน

นายอำนาจ ผลมาตย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า หลังเกิดฝนตกอย่างหนักในช่วง 1 – 2 วัน ที่ผ่านมา ล่าสุด ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วมแล้ว ประกอบด้วย อ.เมืองปัตตานี, โคกโพธิ์, หนองจิก, ปะนาเระ, มายอ, ทุ่งยางแดง, สายบุรี, ไม้แก่น, ยะหริ่ง, ยะรัง, กะพ้อ และ แม่ลาน แต่ไม่ครอบคลุมทุกตำบลโดยพื้นที่ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ติดกับริมแม่น้ำสายบุรี, แม่น้ำปัตตานี รวมถึงที่ลุ่มต่ำ หนักสุด คือ อ.เมือง ต.ปะกาฮะรัง อ.ยะรัง และ อ.สายบุรี วัดระดับสูงสุดประมาณ 70 – 80 เซนติเมตร ซึ่งขณะนี้มวลน้ำจาก จ.นราธิวาส และ ยะลา ยังคงไหลบ่ามาสมทบอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะทรงตัวอยู่ต่อไปอีก 2 – 3 วัน หากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มเติม ระดับน้ำจะลดลงจนแห้งสนิท แต่ทั้งนี้มีรายงานว่า จะมีฝนตกลงมาอีกระลอกในวันที่ 25 – 26 ม.ค. 60 ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภาพรวมพบปัจจุบัน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนใน 12 อำเภอ 102 ตำบล 482 หมู่บ้าน แล้ว 22,200 ครัวเรือน หรือคิดเป็น 74,000 คน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือมอบอาหารกล่อง พร้อมขอรับการสนับสนุนน้ำดื่มสะอาด รวมถึงถุงยังชีพ สำหรับนำมามอบให้ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน

มวลน้ำสะสมลุ่มปากพนัง530ล้านลบ.ม.-9อ.ยังท่วม

นายเทอดศักดิ์ ลักษณะหุต หัวหน้าฝ่ายวิชาการศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า หลังเกิดฝนตกระลอกใหม่เมื่อช่วงวันที่ 18 – 21 ม.ค. 60 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดมวลน้ำสะสมบริเวณลุ่มน้ำปากพนังเพิ่มเติม ล่าสุดอยู่ที่ 530 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบพื้นที่ 9 อำเภอ ภายในลุ่มน้ำปากพนัง กำลังประสบภาวะน้ำท่วมขังประกอบด้วย อ.เมือง, ลานสกา และ ร่อนพิบูลย์ ตอนล่าง นอกจากนี้ ยังมีที่ อ.ชะอวด, จุฬาภรณ์, หัวไทร, เชียรใหญ่, เฉลิมพระเกียรติ และ ปากพนัง วัดระดับน้ำเฉลี่ย ประมาณ 40 – 70 เซนติเมตร เบื้องต้นทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งผลักดันมวลน้ำออกสู่ทะเล คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมภายใน 9 วัน ระดับน้ำจะลดลงจนแห้งสนิท แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือความเดือดร้อนของชาวบ้านใน อ.ปากพนัง เนื่องจากเป็นจุดรับน้ำจุดสุดท้ายก่อนระบายออกสู่ทะเล จึงทำให้มวลน้ำมากองรวมกันและท่วมขังเป็นเวลานานจนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงพืชผลทางการเกษตร ซึ่งเมื่อเกิดการแช่น้ำเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เน่าเสียหายยืนต้นตายได้ โดยสถานการณ์น้ำท่วมระลอกนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 นับจากครั้งแรก คือเมื่อเดือนธันวาคม สืบเนื่องมาจนถึงต้นเดือนมกราคม และจวบจนถึงขณะนี้

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่สามารถเดินเครื่องผลักดันน้ำให้อยู่ในระดับปกติได้ เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงอย่างแน่นอน เพราะภาพรวมปัจจุบัน การระบายค่อนข้างเป็นไปด้วยดีไม่มีอะไรติดขัด

 

ที่มา  innnews.co.th