กองทัพพม่าหยุดกวาดล้าง ‘โรฮิงญา’ ในรัฐยะไข่

กองทัพเมียนมาหยุดปฏิบัติการณ์ทางทหารเพื่อกวาดล้างชาว ‘โรฮิงญา’ ในรัฐยะไข่แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีกองทัพเมียนมาได้ยุติปฏิบัติการกวาดล้างทางทหารในรัฐยะไข่ทางตอนเหนือของพม่า ซึ่งเป็นพื้นที่ขัดแย้งรุนแรง ที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชี้ว่าการกวาดล้างดังกล่าวอาจเทียบได้กับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและการกวาดล้างทางชาติพันธุ์ หลังการดำเนินการทางทหารดำเนินการมานานถึง 4 เดือน

นายตอง ตุน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ แถลงการณ์หลังออกจากสำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐของพม่าเมื่อกลางดึกคืนวันพุธที่15 ก.พ. ระบุว่า สถานการณ์ที่รัฐยะไข่มีเสถียรภาพแล้วในขณะนี้ พร้อมกันนี้ปฏิบัติการกวาดล้างของกองทัพได้ยุติลงและภาวะเคอร์ฟิวได้ผ่อนคลายลง แต่ยังคงตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เท่านั้น

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 คนจากสำนักงานประธานาธิบดีและกระทรวงข่าวสารของพม่ายืนยันด้วยว่าปฏิบัติการของกองทัพในรัฐยะไข่สิ้นสุดลงแล้ว แต่จะยังคงมีกำลังทหารไว้ในพื้นที่ดังกล่าวต่อไปเพื่อรักษาความสงบ

รายงานจากเดอะกราเดียน ระบุว่า ชาวโรฮิงญาอาจถูกสังหารในระหว่างการปราบปรามราว 1,000 คน ซึ่งปฏิบัติการกวาดล้างทางทหารเกิดขึ้นหลังจากตำรวจพม่า 9 นาย ถูกกลุ่มติดอาวุธสังหารเสียชีวิตในเหตุโจมตีด่านตำรวจในรัฐยะไข่ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมปีที่ผ่านมา

ทางด้านองค์การสหประชาชาติหรือ ยูเอ็น ออกมากล่าวถึงกรณีที่กองทัพเมียนมา กวาดล้างชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ว่า เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และเข้าข่ายเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ชาวโรฮิงญากว่า 69,000 คนหลบหนีออกจากประเทศข้ามไปยังบังคลาเทศ นานาชาติวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเมียนมาอย่างหนักภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี ว่าไม่ได้มีความพยายามมากเพียงพอในการปกป้องชาวโรฮิงญาในประเทศ ทั้งที่เคยสัญญาว่าจะตรวจสอบข้อกล่าวหาของยูเอ็น ที่ระบุว่ามีการทารุณชาวโรฮิงญาในเมียนมา ทว่ารัฐบาลนางซูจีได้แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีอยู่เกือบทั้งหมดที่ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐยะไข่ ซึ่งรวมถึงการฆ่าหมู่และการข่มขืนชาวโรฮีนจา

ที่มา www.theguardian.com

เนื้อหานี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง