กระทรวงสาธารณสุข โควิด-19 ไวรัสโคโรน่า 2019

สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 16/03/2563 | 15.20 น.

Home / ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) / สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 16/03/2563 | 15.20 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 33 ราย (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม)

🔸 กลุ่มแรก : กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ และสนามมวย สถานที่บันเทิง

  • จำนวน 16 ราย
    ▪️ กลุ่มสนามมวย 7 คน
    ▪️ กลุ่มสถานบันเทิง 3 คน
    ▪️ กลุ่มสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 6 คน

🔸 กลุ่มใหม่ : กลุ่มเดินทางมาจากต่างประเทศ และทำงานใกล้ชิดชาวต่างชาติ

  • จำนวน 17 ราย
    ▪️ กลุ่มผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ 6 คน
    ▪️ กลุ่มทำงานใกล้ชิดสัมผัสต่างชาติ 6 คน
    ▪️ การระบาดเป็นกลุ่มก้อน 3 คน
    ▪️ กลุ่มผู้ร่วมพิธีทางศาสนา ในมาเลเซีย 2 คน

“รอผลทางห้องแล็บ จำนวน 27 ราย”

  • เพิ่ม ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 1 ราย
  • รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 38 ราย
  • รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 108 ราย
  • รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย
  • ผู้ป่วยสะสม 147 ราย
  • ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 39 ของโลก

“ย้ำว่า ยังอยู่ระยะที่ 2”

📍 กรณีผู้ที่ไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่มาเลย์ 132 ราย

  • ตอนนี้ตามตัวมาตรวจแล้ว พบเชื้อ 2 ราย เป็นผู้ทีอยู่ในพื้นที่ภาคใต้
  • จาก 2 รายนี้ ยังไม่พบการแพร่เชื้อให้คนอื่น
📍 เลื่อน “การเกณฑ์ทหาร” ออกไปก่อน แต่ไม่ถึงให้ยกเลิกการเกณฑ์ ย้ำว่า (เลื่อนไปก่อน)

📍 เรื่องเทศกาลสงกรานต์

  • เดิมให้หยุดยาว วันที่ 11-12-13-14-15 เม.ย.
  • ประชาชนเดินทางจำนวนมาก เสี่ยงการแพร่เชื่อกระจาย

“สรุป! งดวันหยุดสงกรานต์ 13-15 เม.ย. และจะไปเลือกชดเชยในช่วงอื่นแทน”

📍 กรณีการสอบต่างๆ

  • ให้จัดการป้องกันโรคให้ได้
  • นั่งห่างกัน
  • มีเจลป้องกัน
  • ฯลฯ
  • หากทำไม่ได้ควรเลื่อน

“กิจกรรมอื่น เช่น งานบวช, งานแต่ง ควรเลื่อน”

📍 บุรีรัมย์ นำร่องมาตรการป้องกันเข้มข้น

  • ตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดทั้ง สนามบิน รถไฟ โรงแรม หมู่บ้าน
  • เตรียมระบบลงทะเบียนเฝ้าระวังติดตาม 14 วัน
  • ยกเลิกกิจกรรมที่คนมากกว่า 50 คนขึ้นไป
  • หากยกเลิกไม่ได้ต้องขออนุญาตอำเภอ พร้อมการป้องกัน เจล หน้ากาก ระยะห่างบุคคลมากกว่า1 เมตร จัดช้อนกลางส่วนบุคคล
  • เตรียมหอรับผู้ป่วยเพิ่ม

“รักพ่อห่วงแม่ ทำได้ด้วยการไม่เดินทางสงกรานต์ หยุดโควิด-19”

📍 ให้ปิด/หยุดกิจการที่มีคนชุมนุมเยอะๆ โดยมีเกณฑ์ คือ

  • มีคนมารวมกันมากๆ
  • มีการรวมตัว/ร่วมกันเป็นประจำ
  • มีกิจกรรมที่ทำร่วมกัน เช่น ร้องตะโกน เชียร์
  • มีการอยู่ใกล้กันเกิน 1 ม.
  • มีทางเลือกในการเผยแพร่ในช่องทางอื่น

📍 สถานที่ที่เข้าเกณฑ์ปิด

  • สถานศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัย, โรงเรียน, วิทยาลัย ฯลฯ
  • สถานกวดวิชา
  • สนามมวย
  • อื่นๆ ที่มีกิจกรรมร่วมกัน ตามเกณฑ์ก่อนหน้านี้
  • สนามบอลฯ, โรงหนัง, โรงละคร ขอพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
  • ร้านค้า ร้านอาหารยังเปิดได้ แต่ต้องมีมาตรการป้องกันเช่น วัดไข้, มีเจล, มีหน้ากาก
  • หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ ให้เตรียมแผนการไปทำที่บ้าน ตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อลดปริมาณคนชุมนุมกัน
  • อนุญาตให้เลื่อนการประชุมผู้ถือหุ้น หรือเลือกการประชุมทางไกลแทน
  • หากบริษัทใดต้องมาประชุม ให้วางมาตรการป้องกันให้เข้มงวด
  • กระทรวงการคลัง เตรียมเจรจาลดหย่อนผ่อนผัน ค่าเช่าที่ดินของรัฐ ท้องถิ่น ฯลฯ ร่วมถึงการผ่อนผันการชำระหนี้ด้วย

📍 6 มาตราการสำคัญ

  • เฝ้าระวัง ติดตาม อย่างเข้มข้น
  • เข้าตรวจผู้สัมผัสทุกราย
  • ระบบการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ เตียง สถานที่รักษา พร้อมหมด
  • ด้านการสื่อสาร “ศูนย์โควิด-19” เป็นศูนย์หลักมี สธ. เข้ามามีส่วนหนึ่งของศูนย์นี้
  • มาตราการทางสังคม “เปลี่ยนความกลัวเป็นความรู้ที่ถูกต้อง ร่วมรับผิดชอบ มีพฤติกรรมที่ดี”
  • โรคนี้ป้องกันได้ รักษาได้ มียา

“เราผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ครับ”

📍 *** ระยะ 3 (ก็ต่อเมื่อ) ตอนนี้ยังระยะ 2 อยู่ ***

  • คนไทยติดต่อกับคนไทย โดยที่ไม่ทราบต้นทางของเชื้อ
  • มีการติดต่อในวงกว้างมาก
  • เกิดขึ้นในหลายแห่งพร้อมกัน

📍 กรมการค้าภายใน

  • หารือถึงสถานการณ์การจับจ่าย
  • ตอนนี้มีสินค้าอุปโภค บริโภค มีเพียงพอ
  • ในหลายห้างที่สินค้าหมดเร็วนั้น ให้มีการนำสินค้าขึ้นจัดจำหน่าย/กระจายสินค้าให้เร็วมากขึ้น

📍 ย้ำ ยังต้องไม่กักตุนอาหาร แต่ให้ทำตามคำแนะนำ คือ

  • เลี่ยงไปที่คนเยอะ
  • ใส่หน้ากากอนามัย
  • ล้างมือบ่อยๆ
  • บ้านเรายังไม่ถึงสถานการณ์ในระดับนั้น

📍 ด้านสาธารณสุข

  • เตรียมสถานพยาบาล/เตียง/โรงพยาบาล ทุกแห่ง เพื่อให้ปรับตัวรองรับสถานการณ์
  • เตรียมเจ้าหน้าที่ให้พร้อมอยู่เสมอ
  • เตรียมเวชภัณฑ์ ให้พร้อมสำหรับเจ้าหน้าที่ และ ประชาชน
    (กรมการค้าภายในให้เร่งดำเนินการจับกุม, นำของกลางมากระจายอย่างถูกต้อง)

📍 ด้านข้อมูลข่าวสาร

  • มีเจ้าหน้าที่ คอยดูแลอยู่ ผ่านสายด่วน 1111
  • ดูแล/แก้ไข/ประสานงาน

📍 ด้านต่างประเทศ

  • ประสานกับประเทศต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบกับยกเลิกวีซ่า ซึ่งหลายประเทศเข้าใจ
  • คนไทยในต่างประเทศ จะจัดต้้งทีมไทยแลนด์ ในทุกประเทศ เพื่อประสานงานคนไทยในต่างประเทศ
  • มีประสานกับต่างประเทศ ในการนำเวชภัณฑ์ต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติม
  • เข้มงวดผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ
  • ทุกด่านตรวจทางบก น้ำ อากาศ
  • ต้องมีใบตรวจโรค
  • ใบประกันสุขภาพ
  • ยินยอมให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน เพื่อติดตามตัว
  • ตรวจสอบประวัติการเดินทาง “ก่อนเข้ามาประเทศไทย”
  • มาตราการกักกันตัวเอง

📍 กรณีตรวจโรค สำหรับให้ไปโรงพยาบาลตามสิทธิ์ของท่าน

  • ป่วยเข้าเกณฑ์ ซึ่งจะไม่มีค่าใช้จ่าย ถ้าพบใครเรียกเก็บ แจ้งสายด่วน 1111
  • หากมีประวัติสัมผัส/ประวัติเสี่ยง ก็จะมีการตรวจ ไม่เสียเงิน
  • กรณีสุดท้ายไม่มีอาการ ไม่เสี่ยง ตรวจเองเสียเงิน
📍 กรณีที่เสียเงินไปตรวจเองแล้วพบผลเป็น “บวก” ซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยัน (ก็จะเคลมค่าใช้จ่ายตามหลัง)

“ย้ำว่า แม้ว่าการตรวจแล้ว เจอผลบวก ต้องรีเช็คแล็บอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากมี false positive อยู่ (ระยะเวลารอรีเช็คราว 24 ชม.)”

📍 กรณีใช้สิทธิ์ UCEP (เจ็บป่วยฉุกเฉิน) เมื่อมีอาการป่วย มีความเสี่ยง เบื้องต้น คือ 72 ชม.แรก เข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้
หากพบเชื้อโควิด-19 ก็จะให้รักษาตัวต่อเนื่องโดยไม่ต้องย้าย โรงพยาบาล