พาณิชย์นัดถกราคารับจำนำข้าว29ก.ค.นี้

Home / เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / พาณิชย์นัดถกราคารับจำนำข้าว29ก.ค.นี้

กรมการค้าภายใน นักถกแนวทางการรับจำนำข้าว กับ ชาวนาอีกรอบ  29 ก.ค.นี้ และเชิญโรงสีมาหารือเพื่อพิจารณาปรับ ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการก่อนนำเสนอ กขช. พิจารณาต่อไป

15

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายใน ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้เชิญตัวแทนชาวนา ได้แก่ นายกสมาคมชาวนาไทย สมาคมส่งเสริมชาวนาไทย    สมาคมชาวนาไทยและเกษตรกรไทย และประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การคลังสินค้า(อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.)

และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/57

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาปัจจัยที่สำคัญในการกำหนดราคารับจำนำข้าวหรือสมดุล 4 ด้าน ได้แก่ การรักษาสมดุล วินัยการเงินการคลัง การสะท้อนต้นทุนจริงของชาวนาต่อรอบการผลิต รายได้และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาที่ดีและยั่งยืน สะท้อนกลไกราคาตลาดโลกและความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย

การส่งเสริมการพัฒนาพันธุ์ข้าว และคุณภาพข้าวเพื่อรักษาราคาที่สูงกว่าคู่แข่งขัน ซึ่งรัฐบาลมีกรอบการช่วยเหลือชาวนาได้ปีละไม่เกิน 70,000 ล้านบาท ถ้าหากราคาจำนำสูงเกินไป อาจไม่มีเงินเหลือสำหรับรอบต่อไป และภาครัฐก็ได้วางแนวทางการลดต้นทุนให้ชาวนาไว้ด้วยแล้ว ซึ่งตัวแทนชาวนาก็ได้ให้ความร่วมมือและเข้าใจเหตุผลของรัฐบาล

โดยเบื้องต้นตัวแทนชาวนาได้เสนอให้กำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้าที่ตันละ 13,500 บาท ณ ความชื้น 15% โดยพิจารณาจากต้นทุนผลิตของชาวนาประมาณตันละ 8,000-9,000 บาท วงเงินรับจำนำไม่เกิน 400,000 บาท/ราย โดยขอให้ใช้ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยรายจังหวัดที่ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงตามมติคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิต

ทั้งนี้ สมาคมจะนำข้อเสนอเบื้องต้นกลับไปหารือกับสมาชิกเพื่อให้ได้ข้อยุติ และจะแจ้งกลับมาให้ทราบ โดยจะได้มีการประชุมหารือกับชาวนาอีกครั้งในวันที่ 29 กรกฎาคม 2556

และในสัปดาห์หน้ากรมการค้าภายในจะได้มีการเชิญโรงสีมาหารือเพื่อพิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเช่นกัน รวมทั้งจะมีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อยุติก่อนนำเสนอ กขช. พิจารณาต่อไป

MThai news