โดนแน่! รถโดยสาร ฝ่าฝืน กม.

Home / การค้าการลงทุน, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / โดนแน่! รถโดยสาร ฝ่าฝืน กม.

4 หน่วยงาน ผนึกกำลัง กวดขัน ตรวจสอบและจับกุม รถยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุก ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน

นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นายโอภาส เพชรมุนี ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการเข้มงวด กวดขัน ตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อบูรณาการการคุ้มครองสิทธิ และเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ให้มีความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

นายสมชัย กล่าวว่า พฤติกรรมการฝ่าฝืนกฎหมายของเจ้าของรถ หรือพนักงานขับรถบรรทุก และรถโดยสารสาธารณะที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้ นับว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการใช้บริการ

อีกทั้งยังเป็นการเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน เช่น การใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง, ไม่ติดตั้งเครื่องหมาย RFID ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด, ติดแผ่นป้ายทะเบียนชำรุด หรือลบเลือน, แก้ไขดัดแปลงสาระสำคัญของตัวรถ, รถบรรทุกและรถโดยสารที่เดินรถไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย รวมทั้งการติดตั้งโคมไฟ ติดสติ๊กเกอร์ และจัดทำรูปภาพที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

กรณีต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน ซึ่งกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการเข้มงวด ตรวจจับผู้กระทำความผิดมาอย่างต่อเนื่อง

นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า บันทึกข้อตกลงดังกล่าว จะประสานความร่วมมือภายใต้ขอบเขตหน้าที่ โดยจะร่วมมือกันในการเข้มงวด กวดขัน ตรวจสอบและจับกุมรถที่กระทำการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522

รวมทั้งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ขับรถ และประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้ มาตรการ ตรวจจับ ปรับอย่างจริงจัง จะดำเนินการควบคู่ไปกับการรณรงค์ส่งเสริมให้เกิดจิตสำนึกในการเสริมสร้างความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืนต่อไป

MThai News