คุยกับ “ฐิภา” วายแอลจี ซื้อทองอย่างไรให้ได้กำไร!!

Home / 108 อาชีพทำเงิน, การเงิน-การคลัง, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / คุยกับ “ฐิภา” วายแอลจี ซื้อทองอย่างไรให้ได้กำไร!!

คุยกับ “ฐิภา” วายแอลจี ซื้อทองอย่างไรให้ได้กำไร!!

thipa

4 ปีแห่งการบ่มเพาะ 4 ปีแห่งการสะสมประสบการณ์ ผนวกกับ การเรียนรู้ไม่มีวันหยุด ยิ่งเพิ่มพูน “ความเก๋า”  ให้กับเธอ… “ฐิภา นววัฒนทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ผู้บริหาร สวย เก่ง มากความสามารถ

วันนี้เธอได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มิใช่เพียงรูปที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นมาจาก มันสมองและสองฝีมือ

มาจาก “ความเก๋า”  ของเธอล้วนๆนั่นเอง

ก็เพราะ “ความเก๋า” นี่เอง…ทำให้ใครๆก็พุ่งเป้า…หมายให้เธอ วิเคราะห์ สถานการณ์ความเคลื่อนไหวตลาดค้าทองคำอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นในประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญที่ไม่เป็นสองรองใครของเธอ

thipa-1

วันนี้ MThai news จึงขอนำบทวิเคาระห์ตลาดค้าทองคำในปี 2557 ของ ฐิภา นววัฒนทรัพย์ มาเล่าสู่งกันฟัง ซึ่งเธอได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มราคาทองคำปี 2557ไว้บอกว่า

หากดูราคาทองคำเมื่อปี 2556 ทั้งปีจะเห็นว่าราคาทองปรับลงรวมประมาณ  470 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  จากต้นปีที่แล้วเปิดที่ประมาณ 1,680 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  และจุดต่ำสุดที่ 1,180  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยราคาทองปรับลงกลางปี และปลายปีอีกรอบ โดยรวมราคาทองเมื่อปี 2556 ลงมาเกือบ 27-28%  และเป็นปีแรกของราคาทองคำที่มีการปรับลดลงในรอบ 10 กว่าปี

ฐิภา เล่าย้อนเหตุการณ์ถึงสถานการณ์ราคาทองคำเมื่อปีที่ผ่านมาให้ฟัง พร้อมกับวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองในปี2557 ว่า

ต้นปีนี้ราคาทองปรับจาก 1,180 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ปรับขึ้นไปสูงสุดอยู่ที่  1,250 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  แต่เนื่องจากช่วงนี้ราคาทองคำสวิงผันผวน ตลาดซื้อขายยังเบาบาง  ฉะนั้นยังต้องมีการติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และมาตรการ QE ประกอบด้วย

thipa-5

ส่วนกลยุทธ์ลงทุนทองคำ ฐิภา แนะนำว่า สำหรับนักลงทุนเก็งกำไร การเข้ามาซื้อและถือเก็งกำไรไว้อาจไม่เหมาะ เพราะความผันผวนยังมีอยู่ ต้องดูข้อมูลแนวรับ แนวต้านประกอบการลงทุน อย่างไรก็ตาม ปีที่แล้วมีสัญญาณว่าคนที่เข้ามาซื้อ เริ่มมีการเก็บออมเพิ่มมากขึ้น

ฐิภา ยังได้บอกว่าโดยรวมแม้ว่าแนวโน้มราคาทองปีนี้ยังเป็นขาลง แต่ต้นปีเชื่อว่าไตรมาสแรก(ม.ค.-มี.ค. 2557) ราคาทองคำยังดูดี มีโอกาสปรับขึ้นไปถึง 1,350-1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ประกอบกับในช่วงตรุษจีน ทำให้ยังมีแรงซื้อทองคำต่อเนื่อง

และจากสถิติในช่วงปีที่ผ่านมาราคาทองปรับขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนมกราคม  แต่หลังเดือน มี.ค. แรงเทขายยังมีอยู่

thipa-2

และล่าสุด วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานแนวโน้มราคาทองคำเดือนมกราคม หลังจากที่ FOMC (คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน) ปรับลดขนาดวงเงินของมาตรการคิวอีลง ว่า สิ่งที่ควรพิจารณาคือ การปรับลดวงเงินดังกล่าวนั้น เกิดจากสภาวะเศรษฐกิจ

ดังนั้น หากเศรษฐกิจยังสามารถเติบโตต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขจีดีพี ไตรมาส 4 หรือตัวเลขในตลาดแรงงาน (ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน) ย่อมมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปรับลดวงเงินลงได้อีก โดยในช่วงกลางเดือน จะมีการรายงานสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งจัดทำโดย FOMC (Beige Book) ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางของราคาทองคำ

ขณะที่ทางฝั่งยุโรปนั้นจำเป็นต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งจะมีการประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงนโยบายการเงิน อาจส่งผลต่อทิศทางของราคาทองคำ

thipa-3

นอกจากนี้ ปัจจัยภายในประเทศยังคงส่งผลต่อทิศทางของราคาทองคำในประเทศ ผ่านอัตราแลกเปลี่ยนที่เหวี่ยงตัวค่อนข้างมากในช่วงนี้ ดังนั้น หากมีปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน ย่อมส่งผลต่อราคาทองคำในประเทศเช่นเดียวกัน

สำหรับมุมมองราคาทองคำในช่วงเดือนมกราคมนั้น วายแอลจี ประเมินว่า ตลาดจะเคลื่อนไหวแบบ Sideway Down (ทิศทางไม่แน่นอน แต่ค่อนไปทางลง) เช่นเดิม เนื่องจากการ Rebound (ดีดกลับ) ในแต่ละครั้ง ไม่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ หากราคาอ่อนตัวเข้าใกล้แนวรับสำคัญระดับปีบริเวณ 1,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงมาอาจเริ่มมีการดีดตัวกลับได้

นี่คือบทวิเคราะห์จาก วายแอลจี ที่กุมบังเหียนโดย ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ผู้บริหารหญิงแถวหน้าของวงการค้าทองคำ …

MThai news