หุ้นน่าซื้อเก็บปลอดภัยพิษการเมือง

Home / ตลาดหุ้น, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / หุ้นน่าซื้อเก็บปลอดภัยพิษการเมือง

โบรเกอร์ต่างชี้หุ้นปลอดภัยพิษการเมือง แต่ ระวังแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์-สื่อสาร โยกไปลงหุ้นส่งออก  หุ้นP/BV ต่ำปันผลสูง KKP, HANA, PTTGC, TICON, BECL, EGCO

img_91425_1

บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ได้แนะนำหุ้นเด่นปลอดภัยพิษการเมือง ได้แก่  หุ้นส่งออก อาทิ หุ้นบมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (CPF) และหุ้น  บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA)

ทั้งนี้หุ้นส่งออก จะอิงรายได้ต่างประเทศจึงปลอดภัยจากการเมือง แนะนำราคาอ่อนตัวสะสมเข้าพอร์ต  เพราะคาดจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองในระดับที่ต่ำ อีกทั้งอานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อนค่า คือ หุ้น CPF เป้าหมายพื้นฐาน 34 บาท โดยปีนี้ธุรกิจเนื้อสัตว์ราคา และคำสั่งซื้อโดเด่นครบทุกธุรกิจ ไม่ว่าหมู ไก่ และกุ้ง

นอกจากนี้ยังแนะนำสะสม หุ้น DELTA เป้าหมายพื้นฐานสมาคมวิเคราะห์  57 บาท โดยคาดจ่ายปันผล 2.45 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อเงินปันผล 4.8% ซึ่งจะเป็นการจ่ายครั้งเดียว ยังไม่เคยจ่ายระหว่างกาล ที่ผ่านมาปีที่แล้วประกาศช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์

อย่างไรก็ตามยังมีหุ้นที่มีรายได้อิงตลาดต่างประเทศ แนะนำหุ้นบมจ. ศรีราชาคอนสตรัคชั่น (SRICHA) เป้าหมายตามสมาคมวิเคราะห์ อยู่ที่ 46 บาท  และหุ้น บมจ. บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี  (BJHCI) เป้าหมายพื้นฐาน 47 บาท  โดย SRICHA มีค่า P/E อยู่ที่ 8.3 เท่า และ BJCHI มีระดับค่า P/E อยู่ที่ 9 เท่า คาดว่า SRICHA จะจ่ายปันผล 1.15 บาทต่อหุ้น และฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหุ้น BJCHI จะจ่ายปันผล 2.40 บาทต่อหุ้น

บล.กสิกรไทย ได้แนะกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ ให้ระวังแรงทำกำไรในกลุ่มนำตลาด เพราะดัชนีจะแกว่งตัวใน กรอบ1,260-1,330 จุด หากดัชนีปรับตัวขึ้นให้ขาย ลงให้รอซื้อ นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยอาจโดนจิตวิทยาเชิงลบของตลาดหุ้นโลกไปด้วย

ทั้งนี้ด้วยความที่ยังเคลื่อนไหวในแดนลบของตลาดหุ้น หุ้นหลายตัวในกลุ่ม SET100 ปรับขึ้นมีกำไรประมาณ 15-20% จึงยังคงขอให้ระวังแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มนำที่ฟื้นตัวมารอบนี้ อาทิ หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มสื่อสารหากจะซื้อหุ้นช่วงนี้ให้รอการปรับตัวก่อน และการเลือกเก็งกำไร ให้โยกไปยังหุ้นอื่นๆ โดยหุ้นที่แนะนำ คือ หุ้นบมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (CPF) เป้าหมายระยะสั้นอยู่ที่ 32-35 บาท โดยปัจจัยจากการที่ประเทศญี่ปุ่นกลับมานำเข้าไก่สด  บวกกับผลการดำเนินงานได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเริ่มปรับตัวดีขึ้นอีกทั้งได้ประโยชน์จากค่าเงินที่อ่อน ประกอบกับครึ่งปีหลังมีแนวโน้มฟื้นตัว คาดว่า PER จะลดลงจาก 30 เท่า เหลือเพียง 15 เท่าในปี 2557

อย่างไรก็ตาม หุ้นที่มีรายได้ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง อาทิ  หุ้น บมจ. ไทยคม (THCOM) หุ้นบมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (CPF)  หุ้นบมจ. ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) หุ้นบมจ. จีเอฟพีที  (GFPT) หุ้นบมจ. ซีเฟรชอินดัสตรี (CFRESH) หุ้นบมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO) หุ้นบมจ ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) หุ้นบมจ. เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ ( KCE) หุ้นบมจ. ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส  (HANA)หุ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA)

ส่วนหุ้นP/BV ต่ำปันผลสูง ได้แก่ KKP, HANA, PTTGC, TICON, BECL, EGCO

MThai News