สภาธุรกิจตลาดทุนไทย จับมือ 7 กลุ่มธุรกิจ หนุน กอ.รส.หาทางออก

Home / ตลาดหุ้น, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / สภาธุรกิจตลาดทุนไทย จับมือ 7 กลุ่มธุรกิจ หนุน กอ.รส.หาทางออก

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงจุดยืนสนับสนุนการเจรจา – ปฏิรูปการเมือง จี้ตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด หวังเบิกจ่ายภาครัฐ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

mg_102479_1

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่าสภาตลาดทุนไทยสนับสนุนกระบวนการเจรจาของทุกภาคส่วน เพื่อหาข้อยุติและทางออกให้กับประเทศชาติ รวมถึงการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง และมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มโดยเร็วที่สุด เพื่อการเดินหน้าของประเทศชาติ เพราะว่าขณะนี้เกิดสุญญากาศมานาน กระทบกับความเชื่อมั่น รวมไปถึงฉุดให้เศรษฐกิจชะลอตัว นักลงทุนต่างชาติก็ขาดความมั่นใจกับประเทศเรา โดยในส่วนนี้ทางเราก็ได้รวบรวมข้อมูล เพื่อชี้แจงไปบ้างแล้ว ซึ่งนักลงทุนต่างชาติก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์ โดยหวังว่าจะไม่ยืดเยื้อจนเกินไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการปฏิรูป ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอให้มีการเลือกตั้งก่อน อะไรที่ทำได้เลยก็ควรจะต้องมีการจัดทำ อย่างทางตลาดทุนเองก็ได้มีการหารือถึงแผนการต่างๆ ในส่วนของตลาดทุน”นายไพบูลย์ กล่าว

นางภัทธีรา รุ่งดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า แผนการสำคัญของตลาดทุนในการปฏิรูปจะมีอยู่ 3 เรื่องหลักที่ได้หารือกันแล้ว คือ 1. ผลักดันตลาดทุนไทยให้เป็นกลไก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต 2.ยกระดับการแข่งขันของตลาดทุนไทยและ 3. จะเข้าไปมีส่วนช่วยแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางสังคม กฎอัยการศึกที่ออกมามีนัยสำคัญอย่างหนึ่ง คือ ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตตามปกติ ทหารเพียงแค่เข้ามาดูความเรียบร้อย ซึ่งอันนี้ถือเป็นเรื่องดี ทำให้สิ่งที่ค้างคาได้เริ่มมองเห็นทางออก มีการนัดหารือร่วมกันในหลายๆ ฝ่าย เพื่อหาทางออก ตลาดทุนอยากให้มีรัฐบาลเพื่อการเดินหน้าของประเทศ ส่วนวิธีการนั้นเราคงไม่แสดงความคิดเห็นในจุดนี้เพียงแต่อยากให้มีนายกฯ ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

ด้านนายสุรงค์ บูญกุล นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เปิดเผยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การมีรัฐบาล เพราะการขับเคลื่อนจากทางรัฐบาลจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคเอกชนเชื่อมั่นและเดิน หน้าต่อในแผนการลงทุนต่างๆ ตอนนี้สำคัญที่ว่าคนที่จะมาเป็นรัฐบาล วิธีการคงไม่สำคัญ แค่อยากให้มีคนที่เข้ามาแล้วไม่เกิดปัญหาเดิม ๆขึ้นอีก ทางที่ดีควรจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับรัฐบาลใหม่ ก่อนการกำหนดงบประมาณปี 2558 ปลายเดือนก.ย. นี้ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประเทศแน่นอน ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ยังไม่กระทบต่อบจ.มากนักเพราะการทำธุรกิจยังต้อง เดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทุกคนมีประสบการณ์

MThai News