“วอลุ่มเทรดหุ้น”ต่างชาติลดเหลือ 20%ยังไม่กระทบการลงทุน

Home / ตลาดหุ้น, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / “วอลุ่มเทรดหุ้น”ต่างชาติลดเหลือ 20%ยังไม่กระทบการลงทุน

กรรมการและผู้จัดการตลาดหุ้น ฟันธงต่างชาติยังมั่นใจการลงทุนในไทย ส่วนวอลุ่มเทรดที่ลดเหลือ 20% เพราะราคาหุ้นแพงกว่าเพื่อนบ้าน

IMG_1539+

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท.เปิดเผยว่า ปริมาณการซื้อขายหุ้นของต่างชาติ หลังรัฐประหารนั้น ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง โดยแม้นักลงทุนต่างประเทศ จะขายหุ้นออกไปบ้าง แต่เริ่มกลับมาซื้อ ทำให้จากช่วงที่ขายในวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันดัชนีได้ปรับขึ้นไปแล้ว 5-6% ที่ซื้อขายน้อยช่วงนี้เพราะราคาหุ้นแพงกว่าเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ตลท.ได้เดินทางนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ที่ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง ร่วมกับบริษัทจดทะเบียน 13 บริษัท อาทิ บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น หรือ AAV บมจ.อาปิโก ไฮเทค หรือ AH บมจ. น้ำตาลขอนแก่น หรือ KSL บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือ BTS เป็นต้น รวมถึงนางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคาร แห่งประเทศไทย ร่วมเดินทางไปให้ข้อมูลกับต่างชาติด้วย ให้ทราบว่า ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงถึง 80% และยังเดินหน้าทางเศรษฐกิจต่อไป ปรากฏว่า นักลงทุนต่างชาติและกองทุนต่าๆมีความมั่นใจในการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

“นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นกองทุนระยะยาว มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ โดยหลักๆ จะสอบถามเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบการทางการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ และกังวลว่าหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จะมีการออกกฎอะไรที่กระทบกับการลงทุนหรือไม่ นอกจากนี้นักลงทุนยังสนใจแผนงานตลาดหลักทรัพย์ในเรื่องหุ้นที่จะเข้าตลาด เพิ่ม หรือหุ้นไอพีโอ การเชื่อมโยงและการทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก็ได้ให้ข้อมูล ไปว่าในอนาคตตลาดหลักทรัพย์มีแผนที่จะ พัฒนาให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (วอลุ่ม) และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) เติบโตเท่าตัวภายใน ปี 2563 จากปัจจุบันมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ระดับ 13 ล้านล้านบาท” นางเกศรากล่าว

นายจรัมพร โชติกเสถียร อดีตกรรมและการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯประเมินสถานการณ์การซื้อขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติหลังรัฐประหารว่า มีผลกระทบน้อย โดยต่างชาติขายหุ้น 2 วันครึ่ง (21 -22 และวันที่ 23 ครึ่งวันเช้า) รวมกันประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ถือว่าไม่มาก สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย อีกทั้งก่อนหน้านี้ต่างชาติได้ขายออกมามากแล้ว และต่างชาติคุ้นชินเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองไทย

“ประเทศไทยได้ผ่านวิกฤติเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้อยู่ในภาวะสุญญากาศมากว่า 5-6 เดือนโดยไม่มีความคืบหน้า เมื่อทหารออกมาก็เพื่อเร่งให้จบเร็วขึ้น ถือเป็นการแก้ไขปัญหาแบบไทยๆ และภาคธุรกิจเองก็ต้องการให้เห็นประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วเช่นกัน ภายใต้การแก้ไขกฎเกณฑ์กติกาใหม่เพื่อนำพาประเทศเดินหน้าต่อไป”

อย่างไรก็ตามข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานว่า นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีการลดระดับการซื้อขายหุ้นไทยลงหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.-10 มิ.ย.ที่ ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติ คิดเป็น 20% จากส่วนแบ่งมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด โดยขายสุทธิหุ้นไทย 14,325.34 ล้านบาท แต่หากพิจารณาจากต้นปีจะพบว่านักลงทุนต่างชาติยังขายหุ้น 33,316.47 ล้านบาท มีสัดส่วนการซื้อขาย 27%โดยบล.ซีแอลเอสเอ ระบุว่า ผลจากราคาหุ้นสูงเกินเพื่อนบ้านจึงลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ไม่เกี่ยวความกังวลด้านการเมือง

MThai News