ธีระชัย ค้านสร้างเตาเผาขยะพิษ 1.2 หมื่นล้าน

Home / การค้าการลงทุน, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / ธีระชัย ค้านสร้างเตาเผาขยะพิษ 1.2 หมื่นล้าน

ธีระชัย ค้าน กระทรวงอุตสหากรรม ของบ 1.2 หมื่นล้านบาท สร้างเตาเผากากอุตสาหกรรม 4 ภาค 

หลังจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)เตรียมเสนอของบประมาณปี 2558 ศึกษาและจัดสร้างเตาเผาขยะอุตสาหกรรมอันตราย 4 แห่ง ใน 4 ภาค ที่คาดว่าจะใช้งบสร้างแห่งละ 3,000 ล้านบาท รวม 12,000 ล้านบาทข่าวล่าสุด วันนี้(8 ก.ค.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ค Thirachai Phuvanatnaranubala โดยระบุว่า

32

วันนี้มีข่าว นสพ. หลายฉบับ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเสนอ ของบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท สร้างเตาเผาขยะอุตสาหกรรม 4 ภาคข่าวดังกล่าวระบุการประเมินเบื้องต้นว่า ปัจจุบันมีโรงงานที่กำจัดขยะแบบไม่ถูกต้องกว่า 35,000 โรง มีปัญหาการปล่อยสารพิษสู่ชุมขน มีการทิ้งเศษขยะในชุมชน

การตื่นตัวเพื่อแก้ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ดี และในประเทศอื่นๆ การกำจัดขยะเป็นธุรกิจใหญ่ ที่มีเอกชนตั้งโรงคัดแยกและเผาทำลาย ดำเนินการกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

แต่หากใช้เงินภาษีของราษฎร ไปสร้างโรงเผาขยะ ก็เท่ากับรัฐเข้าไปทำธุรกิจนี้เสียเอง เท่ากับรัฐบาลแข่งขันกับประชาชน ที่จะน่ากังวลมากกว่า ก็คือการดำเนินการดังกล่าว อาจจะมีปัญหารั่วไหลทุจริตหรือไม่

การบริหารจัดการน้ำเสีย เป็นโครงการที่ใช้เนื้อที่มาก และเก็บค่าบริการเฉพาะแบบรายตัวได้ยาก ในบางจุด จึงเหมาะที่รัฐจะดำเนินการเอง แต่การจัดการขยะอุตสาหกรรมนั้น ประเทศส่วนใหญ่เอกชนทำได้

จึงควรพิจารณาทางเลือกให้เอกชนทำงานนี้ เปรียบเทียบกับรัฐทำเอง วิธีกระตุ้นให้เอกชนลงทุน ก็คือรัฐกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับงานนี้ และให้เอกชนรายใดที่สนใจ ยื่นขออนุญาตโดยไม่จำกัดจำนวน

พร้อมกันนี้ รัฐควรบังคับให้ทุกโรงงาน ต้องจ้างบริษัทเชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาต ให้ทำการประเมินปริมาณขยะอุตสาหกรรมแต่ละโรงงาน แล้วกำหนดให้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกำจัดขยะต่อตัน ให้สูงกว่าอัตราตลาดสองเท่า

โรงงานที่ยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม คือโรงงานที่ใช้บริการของโรงกำจัดขยะที่รัฐอนุญาต เต็มจำนวนตามที่บริษัทเชี่ยวขาญประเมินเท่านั้น

วิธีนี้ จะไม่ต้องใช้เงินงบประมาณ ไม่ต้องใช้เงินภาษีประชาขน ไม่ต้องกังวลเรื่องผลประโยขน์รั่วไหล ไม่ต้องกังวลเรื่องคอร์รัปชั่น และไม่เป็นการที่รัฐแย่งทำธุรกิจแข่งกับเอกชน และไม่จำเป็นต้องไปสร้างรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้นเพื่อการนี้ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาแก้ยากสืบไปในวันข้างหน้า

MThai News