น้ำมันร่วง!! ลูกค้าตะวันออกกลางกำลังซื้อหด-แบงก์หั่นเป้าจีดีพีปี’58 ส่งออกวูบ

Home / การค้าการลงทุน, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / น้ำมันร่วง!! ลูกค้าตะวันออกกลางกำลังซื้อหด-แบงก์หั่นเป้าจีดีพีปี’58 ส่งออกวูบ

ราคาน้ำมันทำพิษ  ลูกค้าตะวันออกกลางกำลังซื้อหด-แบงก์หั่นเป้าจีดีพีปี’58  ส่งออกวูบตามไปด้วย

กระทรวงพาณิชย์ ยอมรับหนักใจเข็นส่งออกปีหน้า เหตุราคาน้ำมันร่วงหนัก ลากกำลังซื้อลูกค้ากลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันลดลง ทั้งตะวันออกกลาง รัสเซีย ละตินอเมริกา ซึ่งล้วนเป็นเป้าใหม่ที่ไทยจะเข้าไปเจาะตลาด ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่เปรี้ยงปร้าง แบงก์หั่นเป้าหมายเติบโตลดลง

 

02

 

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทางกรม กังวลว่าจะส่งผลต่อกำลังซื้อของประเทศในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน เช่น รัสเซีย กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นตลาดที่อยู่ในเป้าหมายการเจาะตลาดใหม่ของไทยในปีหน้าด้วย

ดังนั้นจึงได้มีการสั่งการทูตพาณิชย์ทั่วโลก รายงานผลประเมินสถานการณ์ปัจจัยต่างๆ และการส่งออกสินค้าไทยในแต่ละตลาดเข้ามาให้กรม ทราบภายในเดือน ม.ค. 2558 นี้ เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณา และทบทวนแผนการส่งออกของปี 2558 ใหม่อีกครั้ง

ขณะเดียวกันทางกรม จะเชิญภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มาหารือเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และแผนการส่งออกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงประเมินสถานการณ์การส่งออกร่วมกันในช่วงต้นปีหน้า

“ยอมรับว่า ราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงแรง อาจทำให้ไทยต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าปีนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่อง น่าจะส่งผลต่อกำลังซื้อของประเทศในกลุ่มที่ส่งออกน้ำมันให้มีการชะลอตัวลง ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทยด้วย เพราะประเทศเหล่านี้หลายประเทศอยู่ในกลุ่มตลาดใหม่ที่ไทยเตรียมขยายตลาดใหม่ด้วย เช่น รัสเซีย ตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของราคาน้ำมันโลกกรณีที่ลดลงต่ำกว่า 60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทางกรม ไม่ได้คาดการณ์เอาไว้ โดยเป้าส่งออกก่อนหน้านี้ที่ตั้งไว้ 4% คาดว่าราคาน้ำมันโลกจะต้องอยู่ที่ระดับ 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล”

อย่างไรก็ตาม การส่งออกของไทยก็มีปัจจัยเสี่ยงด้านอื่นด้วย ทั้งราคาสินค้าเกษตรที่ยังต่ำ โดยเฉพาะยางพารา ซึ่งรัฐบาล เตรียมแผนงานที่จะเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น และทุ่มงบวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าอย่างเช่นยางพารา ซึ่งขณะนี้ทางกรม ได้เตรียมทำแผนงานเพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้

สำหรับในปีหน้า ตลาดสหรัฐอเมริกา อาเซียน ยังจะเป็นความหวังในการส่งออกของไทยได้ เพราะเป็นประเทศที่ยังมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอาเซียนที่จะเร่งทำการตลาดกับกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดน และรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปีหน้า ขณะที่เศรษฐกิจของ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ยังอาจจะชะลอตัว และไม่มีการฟื้นตัวในเร็วๆ นี้ ในส่วนของประเทศจีน มองว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ดี แต่จากการที่รัฐบาลของจีน จะเน้นการค้าขายในประเทศ ลดพึ่งพาการส่งออก ดังนั้นโอกาสในจีนจะต้องเน้นการขายสินค้าแบบเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของจีน

“ต้องการให้ผู้ส่งออกไทยหันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น โดยเฉพาะเมืองมะลิด ประเทศเมียนมาร์ ที่ยังมีความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และพาณิชย์มองว่าจะเป็นฐานการผลิตใหญ่เพื่อส่งออกของไทยได้ อีกทั้งในปีหน้าไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีอากร (จีเอสพี) จากประเทศสหภาพยุโรป จึงมองว่า การหันไปลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล ป่าไม้ จะเป็นโอกาสที่จะทำให้ไทยรักษาตลาดส่งออกไว้”

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แนวหน้าออนไลน์