‘หม่อมอุ๋ย’ ฟันธงไม่ต้องกระตุ้นศก.ซ้ำสอง ยันประเทศเริ่มฟื้น!

Home / การค้าการลงทุน, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / ‘หม่อมอุ๋ย’ ฟันธงไม่ต้องกระตุ้นศก.ซ้ำสอง ยันประเทศเริ่มฟื้น!

‘หม่อมอุ๋ย‘ ฟันธงไม่กระตุ้นศก.รอบสอง ย้ำประเทศเริ่มฟื้นตัวตามเป้าหมาย การใช้จ่ายภาคครัวเรือน เดือนเเรกของปี สูง 5.8 แสนลบ.

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ยังไม่มีความจำเป็น เข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบที่ 2 เนื่องจาก จากที่รัฐบาลได้ออกมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกไปในช่วงเดือน ต.ค.57

ส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้น ตามเป้าหมาย เห็นได้จากตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือน โดยเฉพาะในเดือน ม.ค.58 ประชาชนมีการใช้จ่ายสูงถึง 5.8 แสนล้านบาท

ทำให้สามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ถึง 4.01 หมื่นล้านบาท จากปี 56 อยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท มีปัจจัยมาจากในเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวดลง, การช่วยเหลือชาวสวนยางในวงเงินรวม 8,500 ล้านบาท

ข่าว, ข่าววันนี้, ข่าวเศรษฐกิจ, ปรีดิยาธร เทวกุล, หม่อมอุ๋ย, คสช., ครม., รองนายกรัฐมนตรี, กระทรวงอุตสาหกรรม, กนง., การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
‘หม่อมอุ๋ย’ ฟันธงไม่ต้องกระตุ้นศก.ซ้ำสอง ยันประเทศเริ่มฟื้น!

และการอนุมัติการประกอบกิจการโรงงานของ กระทรวงอุตสาหกรรม การเปิดโรงงานใหม่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ก็พยายามใช้เงินให้ครบและลงไปในทุกภาคส่วน เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น โดยไม่ให้เสียเปล่า

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะยังคงเข้าไปช่วยเหลือชาวนา, ชาวสวนยางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา ครม.ได้อนุมัติโครงการช่วยเหลือชาวนา ในส่วนของพื้นที่แห้งแล้งซ้ำซากที่มีอยู่ 3,062 ตำบล โดยช่วยเหลือตำบลละ 1 ล้านบาท

เพื่อช่วยให้เกิดการลดต้นทุนการผลิต และมีเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น  รวมถึงโครงการสนับสนุนสินเชื่อเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยไม่เกินครอบครัวละ 1 แสนบาท เพื่อให้นำไปใช้ปรับปรุงต้นยาง หรือประกอบกิจการอื่นๆ

โดยขณะนี้มีผู้มายืนขอแล้ว 1 แสนราย และมีการอนุมัติ 1.5 หมื่นราย โดยที่เหลือรัฐบาลจะเร่งอนุมัติให้เร็วขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีเงินไปลงทุนในฤดูกาลหน้า

ประกอบการการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการก่อสร้าง-ซ่อมแซม โรงเรียน ศาลา สถานีอนามัยทั่วประเทศ ซึ่งมีวงเงินลงทุนจำนวน 2.3 หมื่นล้านบาท

ส่วนในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น มองว่าหากอัตราดอกเบี้ยปรับลดลง จะช่วยส่งผลดีเศรษฐกิจภายในประเทศ และส่งผลมายังตลาดหุ้นไทยด้วย แต่อย่างไรก็ตาม

รัฐบาลไม่ได้กดดันการทำงานของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ซึ่ง กนง.เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะตัดสินในเรื่องดังกล่าวได้ โดยการประชุมกนง.ที่ผ่านมาได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2%

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เข้าไปเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ยังมีความล่าช้า ที่อยู่ในระดับ12% ของงบลงทุนทั้งปี โดยจะผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในเดือนมี.ค.นี้

 

MThai News