บอร์ดตลท.ดักคอ ห้ามซื้อขาย ‘หุ้นพีพี’ เป็นเวลา 1 ปี

Home / ตลาดหุ้น, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / บอร์ดตลท.ดักคอ ห้ามซื้อขาย ‘หุ้นพีพี’ เป็นเวลา 1 ปี

บอร์ดตลท.ดักคอ ออกกฎห้ามขาย หุ้นพีพี เป็นเวลา 1 ปี โดยใช้เกณฑ์เดียวกับ หุ้นไอพีโอ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นเดิม

นายสุภกิจ จิระประดิษฐกุล รองผู้จัดการ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการวานนี้ (17 ก.พ.) อนุมัติการกำหนดระยะเวลาห้ามขาย (SILENT PERIOD) สำหรับผู้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นแบบการเสนอขายในวงจำกัด หรือ หุ้นพีพี (PRIVATE PLACEMENT: PP)

ในราคาต่ำกว่า 90% ของราคาตลาด (ราคาตลาดหมายถึงราคาเฉลี่ยของหุ้นย้อนหลัง 7-15 วันติดต่อกันก่อนวันแรกที่เสนอขาย หุ้นพีพี) โดยห้ามผู้ลงทุนที่ได้รับการจัดสรรหุ้นแบบ PP ดังกล่าวขายหุ้นเป็นเวลา 1 ปี

หุ้นพีพี, ตลท., ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, หุ้นไอพีโอ, สุภกิจ จิระประดิษฐกุล
สามารถขาย หุ้นพีพี ได้ 25% เมื่อพ้นระยะเวลา 6 เดือนแรก

 

แต่จะสามารถขายหุ้นได้ 25% ของจำนวน หุ้นพีพี ที่ติดเงื่อนไขในการห้ามขาย เมื่อพ้นระยะเวลา 6 เดือนแรก ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับ SILENT PERIOD ของหุ้นไอพีโอ การปรับเกณฑ์ดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ร่วมทุนใหม่ถือหุ้นอยู่ในบริษัทเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นเดิม

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ อาจผ่อนผันหลักเกณฑ์ดังกล่าวสำหรับผู้ร่วมทุนบางประเภท เช่น เจ้าหนี้ที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูกิจการและมีการแปลงหนี้เป็นทุน และผู้ลงทุนสถาบันตามนิยามตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต.

แต่ไม่รวมถึงกองทุนส่วนบุคคล (PRIVATE FUND) และไม่ใช้กับ PP ที่เหลือจากการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน (RIGHTS OFFERING: RO) และมีกระบวนการให้ผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิเกินส่วนแล้ว

โดยการปรับปรุงข้อกำหนดดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากบริษัทจดทะเบียน ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ลงทุน และผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน และคาดจะเริ่มใช้กับ PP ที่ยังไม่ได้เรียกชำระก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ จะขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ก่อนบังคับใช้ต่อไป

สำหรับการเพิ่มทุนพีพี มองว่า ส่วนลดที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ 10-20% แต่หากเกินไปกว่านี้ อาจไม่ยุติธรรมกับผู้ถือหุ้นเดิม เพราะราคาหุ้นจะไดลูทลงมา ที่สำคัญการจะกำหนดราคาหุ้นเพิ่มทุนที่เหมาะสม ควรผ่านมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และพิจารณาจากราคาในกระดานขณะนั้น รวมถึงการประเมินจากนักวิเคราะห์มาประกอบ

 

ติดตามข่าวสาร ‘ตลาดหุ้น’ ได้ที่นี่>>>>>>>

 

MThai News