ก.ล.ต. เพิ่มทางเลือกใหม่ ให้โอนย้าย PVD ไป RMF ได้

Home / ตลาดหุ้น, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / ก.ล.ต. เพิ่มทางเลือกใหม่ ให้โอนย้าย PVD ไป RMF ได้

ก.ล.ต. เผย สามารถโอนย้ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หากนายจ้างเลิกกองทุน หรือลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพ

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. มีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการออมการลงทุนในระยะยาว แต่ที่ผ่านมาลูกจ้างประสบปัญหากรณีนายจ้างเลิกกิจการหรือย้ายงานไปที่ใหม่ที่ไม่มี PVD หรือนายจ้างเดิมจำกัดระยะเวลาคงเงิน ทำให้ลูกจ้างต้องนำเงินออกจาก PVD ก่อนเกษียณ และอาจต้องเสียภาษีเป็นจำนวนมาก ทาง ก.ล.ต. จึงผลักดันให้เกิดทางเลือกใหม่ ซึ่งสามารถเลือกโอนย้ายเงินจาก PVD เดิมไปยัง RMF ได้ เพื่อช่วยให้ลูกจ้างสามารถออมเงินต่อเนื่องได้เท่าที่ต้องการ

กลต.

โดยลูกจ้างที่โอนเงินจาก PVD ไปไว้ที่ RMF ตามเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่นี้ จะได้รับประโยชน์จากการออมเงินต่อเนื่องในระยะยาว มีอิสระในการเลือกนโยบายการลงทุนได้เอง และ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเทียบเท่ากับการคงเงินไว้ใน PVD คือไม่ถูกบังคับให้ต่อเนื่องเหมือน RMF ทั่วไป สามารถนับอายุสมาชิก PVD ต่อเนื่องกับ RMF ได้ เพื่อให้ได้รับยกเว้นภาษีเมื่อมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด โดยเงิน PVD ที่โอนไปนี้ไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลประจำปี

ทั้งนี้ในเบื้องต้น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ จำกัด พร้อมที่จะรับโอน PVD ไปยัง RMF ที่มีอยู่เดิม โดยจะมีระบบแบ่งแยกบัญชีและทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนออกจาก RMF ปกติ ในขณะที่บริษัทจัดการกองทุนรวมอื่น ๆ คาดว่าจะทยอยปรับปรุงระบบงานภายในเพื่อรองรับการบริการนี้ตามมา

ส่วนการปรับเกณฑ์ครั้งนี้เป็นไปตามมติคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เพื่อรองรับเรื่องการโอน PVD ไป RMF ตามบทบัญญัติเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฉบับที่ 4 ซึ่งร่างประกาศจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 เป็นต้นไป

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  ประชาชาติ

 

 


 

ตามคาด! หุ้นไทย ปรับลงแรง กลุ่มสื่อสาร – รับเหมาฯ โดดเด่น

บล.เมย์แบงก์ มองหุ้นไทยปรับตัวลงแรง กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย ชี้ หุ้นกลุ่มสื่อสารและรับเหมาก่อสร้างเด่น

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองหุ้นไทยปรับตัวลงแรง ตามคาดหลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและตัวเลขการว่างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีเกินคาด ทำให้สร้างแรงกดดันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งเสียงคาดการณ์ของนักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 68% จากเดิม 40%

หุ้น
ภาพประกอบข่าว

อย่างไรก็ตามต้องติดตามว่าหากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง จะปรับขึ้นที่ระดับใด 0.10% หรือ 0.25% ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยนั้น ประเมินว่าน่าจะกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจำกัด เพราะได้ปรับตัวลงรับประเด็นนี้ไปบ้างแล้ว

ทั้งนี้ มองว่าหุ้นโดดเด่นในช่วงนี้ คือกลุ่มสื่อสารและรับเหมาก่อสร้าง จากประเด็นการประมูล 4G คลื่นความถี่ 1800 MHz ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 พ.ย.นี้ และ คลื่น 900 MHz ที่จะประมูลในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ ส่วนกลุ่มรับเหมาฯ มีความคืบหน้าการเปิดประมูลงานก่อสร้างภาครัฐฯ โดยเฉพาะรถไฟทางคู่ เส้นทางฉะเชิงเทรา-แก่งคอย

ขณะที่ประเมินทิศทางตลาดระยะสั้น ด้านเทคนิคหากดัชนีหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,400 จุด มีโอกาสรีบาวน์กลับ แต่ยังมีประเด็นกดดันบรรยากาศการลงทุน จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดบ้าง แต่ดัชนีไม่น่าปรับตัวลงแรงแต่จะแกว่งตัวซึมลงมากกว่า

แนะกลยุทธ์ลงทุน เลือกเก็งกำไรหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว เช่น BMCL-BECL-ADVANC-ITD-CK ด้านเทคนิคให้แนวรับ 1,395 จุด แนวต้าน 1,420 จุด

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  อินเด็กซ์ 51

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News