‘หุ้นไทย’ ปิดร่วงต่ำกว่า 1,300 แนวรับถัดไป 1,292 จุด

Home / ตลาดหุ้น, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / ‘หุ้นไทย’ ปิดร่วงต่ำกว่า 1,300 แนวรับถัดไป 1,292 จุด

ดัชนี SET วันนี้ (9 ธ.ค.) ปิดตลาดที่ 1,297.82 จุด ลดลง 9.16 จุด หรือ -0.70% มูลค่าซื้อขายรวม 34,290 ล้านบาท

นายคณฆัส จิรเสรีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 ธ.ค. ดัชนีแกว่งตัวทั้งในแดนบวกและลบสลับกัน แต่โดยภาพรวมยังคงมีทิศทางซึมตัว

ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศทั้งในสหรัฐและยุโรป ที่ได้รับแรงกดดันจากประเด็นการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 15-16 ธ.ค.นี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตาว่า เฟดจะตัดสินใจในเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างไร

นอกจากนี้ยังมีประเด็นภาวะเศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณชะลอตัว จนทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน รวมถึงสินค้าอื่น ๆ เช่น วัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ปรับตัวลดลง ซึ่งประเด็นนี้ได้ส่งผลสะท้อนมายังหุ้นไทยที่มีความเกี่ยวข้องด้วย

สำหรับการลงทุนในช่วงวันศุกร์ (11 ธ.ค.) ประเมินกรอบแนวรับที่ระดับ 1,292/1,285 จุด แนวต้านที่ 1,316/1,320 จุด โดยประเด็นที่ต้องจับตา ได้แก่ การประชุมเฟด และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า เกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุน “ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์” วงเงินแสนล้าน

ขณะที่ หุ้นที่คาดว่าจะเป็นเป้าหมายในการซื้อกองทุน LTF คือ AOT, TISCO, BLA

หุ้นกลุ่มที่แข็งกว่าตลาดโดยรวม BEAUTY, MINT, BDMS

หุ้นกลุ่มพื้นฐานดีปันผลสูงที่ปรับลดลงแรงก่อนหน้านี้ INTUCH, ADVANC

 


 

ราคาน้ำมันต่ำสุดรอบ 6 ปี ฉุดหุ้นพลังงานร่วง แนะหุ้นพื้นฐานแกร่ง

นักวิเคราะห์ เผย ราคาน้ำมันต่ำสุดในรอบ 6ปี กดดันตลาดในภาพรวม แนะลงทุนหุ้นที่ได้รับปัจจัยบวกจากภาครัฐ

ตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมาดิ่งลงลึกเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีแรงเทขายหุ้นขนาดใหญ่เกือบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานที่ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หรือ ราคาตกต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทำให้ยิ่งกดดันตลาดในภาพรวม โดยนักลงทุนหวั่นราคาน้ำมันจะไหลลงมากกว่านี้ จึงพากันเทขายหุ้นพลังงานและหุ้นโภคภัณฑ์หนัก

หุ้น

อีกทั้งยังมีความกังวลในเรื่องที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกลางเดือนนี้ แม้จะเป็นประเด็นที่รับรู้และคาดการณ์กันอยู่แล้ว เพราะจะส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากตลาดประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ไปยังสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ค่าเงินดอลลาร์จะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ตามดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น

บล.ธนชาต ระบุว่า ถ้าพิจารณาในทางเทคนิค ตลาดปรับตัวลงมาทำรูปแบบ Head & Shoulder โดยมีแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,305 จุด แนะนำเน้นเลือกหุ้นรายตัวในกลุ่ม รับเหมาฯ และ สื่อสารปันผลสูง รวมถึงหุ้น Momentum แข็ง อย่าง CK–INTUCH–ADVANC–BDMS และ MINT

แนะนำ “ซื้อ” CK ที่ล่าสุดชนะประมูลรถไฟรางคู่จิระ–ขอนแก่น 2.34 หมื่นล้านบาท (ราคากลาง 2.36 หมื่นล้านบาท) โดยนอกจากการชนะประมูลจะเป็นการเพิ่ม Backlog แล้ว

ส่วนประเด็นการควบรวมกิจการระหว่าง BMCL+BECL=BEM เร็วๆ นี้ทำให้ BEM มีความพร้อมทั้งฐานเงินทุน และมีโอกาสในการเติบโตธุรกิจรถไฟฟ้าอีกมาก และจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นในระยะ 1-2 เดือน

ขณะที่ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) มองด้านเทคนิคตลาดมีโอกาสรีบาวด์กลับขึ้นได้ในระยะสั้น แต่กรอบการปรับตัวขึ้นยังเปราะบาง เพราะปัจจัยภายนอกนักลงทุนยังกังวลเรื่องเดิมที่ยังไม่คลี่คลาย ทั้งราคาน้ำมัน และสหรัฐฯ เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจของแต่ละประเทศยังออกมาไม่ดีนัก ขณะที่ภายในประเทศก็ยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ โดยให้แนวรับไว้ที่ 1,300 จุด

 

 

อินเด็กซ์ 51

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News