กบง.ลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG หลังราคาเนื้อก๊าซตลาดโลกลดลง

Home / การเงิน-การคลัง, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / กบง.ลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG หลังราคาเนื้อก๊าซตลาดโลกลดลง

กบง.ลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG 2 บาทต่อกิโลกรัม หลังราคาเนื้อก๊าซในตลาดโลกปรับลดลง มีผลวันพรุ่งนี้

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ว่า ที่ประชุมมีมติปรับลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG ในประเทศ 2 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 20.29 บาทต่อกิโลกรัม มีผลวันพรุ่งนี้ (4 ก.พ.) หลังราคาเนื้อก๊าซในตลาดโลกปรับลดลง 66 เหรียญสหรัฐต่อตัน มาอยู่ที่ 297 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่งผลให้มีการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนสำหรับ LPG จากเดิมเก็บในอัตรา 23 สตางค์ต่อกิโลกรัม มาเป็นการชดเชย 41 สตางค์ต่อกิโลกรัม โดยสถานะของกองทุน LPG ล่าสุดอยู่ที่ 7,291 ล้านบาท และกองทุนน้ำมันเป็นบวกที่ 35,428 ล้านบาท

233-400x300
กบง.มีมติลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG

นอกจากนี้ มีมติยกเลิกการชดเชยค่าขนส่งก๊าซ LPG ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ แต่จะยังควบคุมราคาขายปลีกหน้าคลัง LPG ทั่วประเทศเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวและเอื้อให้เกิดการแข่งขันเสรีมากขึ้น รวมถึงป้องกันผู้ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา ซึ่งจะทำให้ราคา LPG ที่จำหน่ายในแต่ละภูมิภาคมีการปรับลดลง ยกเว้นคลัง LPG ที่จังหวัดลำปาง ซึ่งมีต้นทุนค่าขนส่งสูงที่สุดในประเทศที่ 2 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นเมื่อหักลบราคาขายปลีกที่ปรับลดลงกับต้นทุนค่าขนส่งแล้ว จะทำให้ราคาขายปลีกแอลพีจีที่ลำปางอยู่ในระดับเดิมที่ 22.29 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและ สนพ. ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ ในการพิจารณาบัญชีค่าขนส่งด้วย

 

ขอบคุณข้อมูล  INN


 

เริ่มวันนี้! กบง.ลอยตัวราคา NGV คุม 6 เดือน

กบง.มีมติลอยตัวราคาก๊าซ NGV คุม 6 เดือน ขณะที่รีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วน เบนซิน 95 E10 และดีเซล 60 สต.ต่อลิตร

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีมติให้ลอยตัวราคาก๊าซเอ็นจีวีแบบมีเงื่อนไข โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (21 ม.ค.59) โดยมอบหมายให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกันราคาเป็นเวลา 6 เดือน

ตั้งแต่มกราคม – กรกฎาคม 2559 หากเดือนใดราคาเนื้อก๊าซเกินกว่า 13.50 บาทต่อกิโลกรัม ให้ ปตท. เป็นผู้รับภาระส่วนเกิน ซึ่งการประกาศลอยตัว NGV ในครั้งนี้ เนื่องจากคาดการณ์ว่าราคาเนื้อก๊าซเอ็นจีวีในตลาดโลกมีทิศทางปรับลดลงต่อเนื่อง ภายใต้ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับ 30 – 40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จึงใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้าง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะช่วยให้เกิดการลงทุนเชื่อมต่อสถานีท่อก๊าซ NGV ของ ปตท. จากเอกชนรายอื่นเพิ่มขึ้น และอยู่ในระดับที่แข่งขันได้

NGV

ขณะที่ราคา NGV สำหรับรถโดยสารสาธาณะ ปตท. จะช่วยเหลือกำกับดูแลราคา NGV ไม่เกิน 10 บาทต่อกิโลกรัมต่อไปจนกว่าจะมีกลไกถาวร ทั้งนี้ จะสามารถเห็นสูตรราคาเนื้อก๊าซใหม่ได้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ และคาดว่าราคา NGV เดือนมีนาคมจะสามารถปรับลดลงได้ ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขาลง

นอกจากนี้ นายทวารัฐ ยังเผยเปิดว่า จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงต่อเนื่อง และค่าการตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง ที่ประชุม กบง. จึงมีมติปรับขึ้นอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม 60 สตางค์ต่อลิตร สำหรับน้ำมันเบนซิน 95 แก๊สโซฮฮล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันดีเซล โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันแต่ละประเภท และทำให้จากนี้ส่วนต่างราคาขายปลีกระหว่างแก๊สโซฮฮล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และ E20 จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3 บาทต่อลิตร จากเดิมที่ 2.40 บาทต่อลิตร

โดยการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนอัตราใหม่ ในส่วนของน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 6.75 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 0.65 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 0.60 สตางค์ต่อลิตร ดีเซล จัดเก็บเข้ากองทุน 0.58 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนเพิ่มขึ้น 1,152 ล้านบาทต่อเดือน โดยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดเป็นบวกอยู่ที่ 42,225 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนน้ำมันที่ 34,944 หมื่นล้านบาท และกองทุนก๊าซ LPG อยู่ที่ 7,281 ล้านบาท

 

 

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News