‘หุ้นไทย’ ทรุดปิดลบกว่า 12จุด หลัง ราคาน้ำมันกดดันกลุ่มพลังงาน

Home / ตลาดหุ้น, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / ‘หุ้นไทย’ ทรุดปิดลบกว่า 12จุด หลัง ราคาน้ำมันกดดันกลุ่มพลังงาน

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,285.30 จุด ลดลง 12.04 หรือ (-0.93%) มูลค่าการซื้อขายรวม 45,476.61 ล้านบาท

สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่

ADVANC ปิดที่ 168.50 -1.00 เปลี่ยนแปลง (-0.59%)

CPALL ปิดที่ 42.00 +1.75 เปลี่ยนแปลง (+4.35%)

DTAC ปิดที่ 35.50 +3.00 เปลี่ยนแปลง (+9.23%)

SCC ปิดที่ 410.00 -16.00 เปลี่ยนแปลง (-3.76%)

PTT ปิดที่ 232.00 -8.00 เปลี่ยนแปลง (-3.33%)

นายยศพณ แสงนิล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.พ.) ดัชนีปรับตัวลดลง เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัว โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (สัญญาเดือน มี.ค.) ปรับตัวลดลงประมาณ 6% และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (สัญญาเดือนเม.ย.) ลดลงประมาณ 5% จึงกระทบต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน

ทั้งนี้ จากบทวิเคราะห์ราคาน้ำมันของ บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า สาเหตุที่ราคาน้ำมันยังคงมีทิศทางที่ไม่ดีนัก เนื่องจากดัชนีภาคการผลิตจีนยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่ค่อยหนาวเย็นในสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของการจัดประชุมเพื่อปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบระหว่างกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปก จึงส่งผลให้ภาพรวมของราคาน้ำมันยังไม่ดีนัก


 

คาด SET ผันผวนตามราคาน้ำมัน เปิดโผ! หุ้นเด่น-ปันผลสูง

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,390 จุดได้ แนะ ลงทุนระยะสั้นเน้นเก็บหุ้นเด่น-จ่ายปันผลสูง

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (2 ก.พ.) ว่า ดัชนีหุ้นไทยมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ลงต่ำกว่า 1,288 จุด อีกทั้งยังคาดว่าจะดีดกลับเพื่อทดสอบ 1,308 จุด อีกครั้ง ขณะที่ ตลาดหุ้นไทย มีโอกาสปรับลงตามแรงขายทำกำไร คาดจะอ่อนตัวไม่นานก็จะฟื้นอีกครั้ง ซึ่งวานนี้ดัชนีปรับอ่อนตัวลงเล็กน้อยตามจังหวะที่ฝ่ายวิจัย KS ประเมินไว้ โดยดัชนียังสามารถยืนเหนือระดับ 1,390 จุด แม้ว่าจะไม่ผ่านแนวต้าน แต่ดัชนีถือว่าไม่ได้ปิดตัวแย่มากเท่าที่ควร โดยยังปิดได้ในระดับใกล้ 1,300 จุด ที่ 1,297.34 จุด

iStock_000038050578_Small-e1422523395721
ภาพประกอบ

ทั้งนี้ สำหรับกลยุทธ์แนะนำเก็บหุ้นที่มีโอกาสถูกซื้อกลับ CENTEL เป็น Top Picks และหุ้น Big Cap จ่ายปันผลสูง KTB ส่วนกลุ่มหุ้นเด่นอื่นๆ ยังเป็น TPCH, KAMART, SPALI และ MCS ความคาดหวังที่จะเห็น Fund Flow ไหลกลับเข้าในตลาดเริ่มมีมากขึ้น โดยมองจังหวะการอ่อนตัวของดัชนีเป็นเพียงแค่การขายทำกำไร

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น เน้นไปที่ Investment Theme 3 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย 1. กลุ่มที่มีโอกาสถูกซื้อกลับหลังจากมีการปรับฐานลงมาหนักในช่วงที่ผ่านมา คือ กลุ่มท่องเที่ยว เช่น AOT, MINT, CENTEL, ERW เลือก AOT กับ CENTEL เป็น Top Pick นอกจากราคาจะปรับลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจแล้ว ยังได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้ามามากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน

2. หุ้น Big Cap ที่มีการจ่ายปันผลสูง เช่น กลุ่ม ธนาคารฯ เลือก KTB เป็นตัวเด่น และ 3. หุ้นที่คาดว่าจะมีผลประกอบการในงวด 4Q58 โดดเด่นเลือก TPCH, KAMART และ MTLS อย่างไรก็ตาม คาดว่าดัชนีหุ้นไทย จะไม่ย่อตัวต่ำกว่า 1,288 จุด และยังเชื่อว่าดัชนีจะดีดกลับขึ้นทดสอบ 1,308 จุดได้อีกครั้ง

 

ขอบคุณข้อมูล  @K_Securities

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News