กรุงไทย ทุ่ม 1หมื่นล้านปล่อยกู้ให้เอกชนสร้าง ‘บ้านประชารัฐ’

Home / การเงิน-การคลัง, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / กรุงไทย ทุ่ม 1หมื่นล้านปล่อยกู้ให้เอกชนสร้าง ‘บ้านประชารัฐ’

กรุงไทย ร่วมกับ ออมสิน และ ธอส. สนับสนุนสินเชื่อ 1 หมื่นล้านปล่อยกู้ที่อยู่อาศัยในโครงการ ‘บ้านประชารัฐ’ 

นางจรี วุฒิสันติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจขนาดใหญ่ 1 ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงการคลัง จัดทำโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ในระดับราคาที่เหมาะสมนั้น ธนาคารกรุงไทย ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยจะร่วมกับธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้การสนับสนุนสินเชื่อกับผู้ประกอบการ เพื่อใช้ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ในวงเงินรวม 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนของธนาคารกรุงไทย 1 หมื่นล้านบาท

687576-01

ทั้งนี้ ในการสนับสนุนสินเชื่อกับผู้ประกอบการนั้น ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาโครงการ 2 ปี โดยผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะให้กู้ในลักษณะให้กู้ร่วมของ 3 ธนาคาร โดยธนาคารกรุงไทย จะทำหน้าที่เป็นผู้นำในการปล่อยกู้และเป็นตัวแทนหลักประกัน ส่วนผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น ขึ้นกับการพิจารณาของแต่ละธนาคาร ซึ่งในส่วนของธนาคารกรุงไทย สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ที่สาขา หรือศูนย์ธุรกิจที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน มีผู้ประกอบการรายใหญ่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 6 ราย ซึ่งธนาคารกรุงไทยจะพิจารณารายละเอียดและความเป็นไปได้ของแต่ละราย เพื่อร่วมสนับสนุนให้โครงการดังกล่าวเดินหน้าโดยเร็ว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายใน 6 เดือน หลังจากนี้

 

ที่มา  INN


 

ประชาชนแห่กู้ ‘บ้านประชารัฐ’ วันแรก คาดสินเชื่อหมดใน 2-6เดือน

ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผย ประชาชนตอบรับเข้าร่วมโครงการ ‘บ้านประชารัฐ’ คาดปล่อยสินเชื่อหมด ภายใน 2 – 6 เดือน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คาดว่าการปล่อยกู้ในโครงการบ้านประชารัฐให้กับประชาชนวงเงิน 20,000 ล้านบาท จะหมดภายใน 2 – 6 เดือน เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากสนใจเข้าร่วมโครงการเพราะอัตราดอกเบี้ยต่ำ และยังผ่อนปรนสัดส่วนภาระผ่อนชำระหนี้รวมต่อรายได้สุทธิไม่เกินร้อยละ 50 ต่อเดือน ทำให้ประชาชนกู้ได้มากขึ้น และลดภาระหนี้ต่อเดือน ซึ่งถ้าหากประชาชนสนใจ แต่ยังมีเอกสารไม่ครบ สามารถที่จะเข้ามาลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิ์ได้ก่อน เพื่อเข้าร่วมโครงการก่อนได้ เพราะมีระยะเวลาโครงการประมาณ 2 ปี

12404667_1131520803566337_1553856229_n

ส่วนการปล่อยกู้ให้กับทางเอกชน ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการเพื่อก่อสร้างบ้านประชาชรัฐ ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อหลัง ขณะนี้ เตรียมวงเงิน 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะมียอดขอกู้ไม่ต่ำกว่า 100 – 1,000 ล้านบาทต่อราย จะสามารถปล่อยกู้ได้หมดภายใน 6 เดือน โดยเอกชนสามารถเสนอโครงการเพื่อจองสิทธิ์ไว้ก่อน แต่จะยังมีระยะเวลาเบิกเงินในโครงการไม่เกิน 2 ปี เพราะการก่อสร้างบ้านและคอนโดจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 – 2 ปี พร้อมยืนยันไม่เป็นห่วงหนี้เสีย เพราะธนาคารมีการกลั่นกรองลูกค้าที่มาขอยื่นกู้


 

เผยแล้ว! มาตรการสินเชื่อ ‘บ้านประชารัฐ’ ให้กู้รายละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท

ครม.ไฟเขียวมาตรการสินเชื่อโครงการ ‘บ้านประชารัฐ’ ให้กู้รายละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท อุ้มผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการบ้านประชารัฐตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสผู้ให้กับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้มีรายได้ไม่แน่นอน ที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิในที่อยู่อาศัยมาก่อน ให้สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาที่ไม่สูง

โดยได้มอบหมายให้สถาบันการเงินของรัฐ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย (KTB) สนับสนุนสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนทั้งสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้พัฒนาโครงการ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนในกลุ่มดังกล่าวที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองหรือซ่อมแซมต่อเติม มีระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบ

สำหรับคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ ต้องเป็นผู้มีรายได้น้อยครอบคลุมทั้งผู้มีรายได้ประจำ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และบุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอนหรืออาชีพอิสระที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน ยกเว้นกรณีการซ่อมแซม และ/หรือต่อเติมที่อยู่อาศัย

ทั้งนี้ มูลค่ารวมของที่ดินและ ที่อยู่อาศัยที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อหน่วย โดยให้ ธอส. และธนาคารออมสิน ทำหน้าที่คัดกรองคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ

มาตรการสินเชื่อ ประกอบด้วย 1.สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Pre Finance) ธอส. ธนาคารออมสิน และ ธนาคารกรุงไทยฯ ร่วมกันจัดวงเงินสินเชื่อประมาณ 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 2 ปี เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้เอกชนผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการเคหะแห่งชาติ ที่เข้าร่วมพัฒนาโครงการฯ

2. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Post Finance) ธอส. และธนาคารออมสิน จัดทำโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน วงเงิน 40,000 ล้านบาท ระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 30 ปี และผ่อนปรนการกำหนดอัตราส่วนรายจ่ายในการชำระหนี้ต่อรายได้ต่อเดือน (Debt Service Ratio: DSR) หรืออัตราส่วนภาระผ่อนชำระหนี้รวมต่อรายได้สุทธิรวม (Debt to Income Ratio: DTI) โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่

1. อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษสำหรับกรณีวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อ เช่าซื้อ ก่อสร้าง ราคาไม่เกิน 7 แสนบาทต่อหน่วย และวงเงินสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมและ/หรือต่อเติมที่อยู่อาศัย วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาทต่อหน่วย

2.อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนสำหรับกรณีวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อ เช่าซื้อ ก่อสร้างที่อยู่อาศัย ราคามากกว่า 7 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อหน่วย

ขณะที่เอกชนผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าร่วมพัฒนาโครงการฯ ต้องรับภาระค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ 2% ของราคาที่อยู่อาศัย และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนอง 1% ของมูลค่าจำนอง เป็นระยะเวลา 2 ปี และรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลางในปีที่ 1 รวมทั้งให้ส่วนลดพิเศษไม่น้อยกว่า 2% จากราคาขายสุทธิหลังหักส่วนลดปกติด้วย


เอกชนใจดี! รับภาระค่าโอน-จำนอง-นิติบุคคล 1ปี หนุน ‘บ้านประชารัฐ’

โครงการ ‘บ้านประชารัฐ’ ผู้ประกอบรับภาระค่าโอน-จดจำนอง-นิติบุคคล 1 ปี ช่วยดอกเบี้ยลูกค้าอีก 2%

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และ สมาคมอาคารชุดไทย พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐ โดยภาคเอกชนทั้งหมดจะให้การสนับสนุนในส่วนของค่าโอน ค่าจดจำนอง และการออกค่านิติบุคคลให้เป็นระยะเวลา 1 ปี รวมถึงช่วยสนับสนุนดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าในอัตรา 2% เพื่อให้ธนาคารของรัฐที่เข้าร่วมโครงการได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสินมีต้นทุนเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง

ทั้งนี้ ภาคเอกชนยินดีจะรับภาระในส่วนต่างๆ ทั้งหมดคิดเป็น 4-5% และมองว่าสิ่งที่จะได้กลับมาคือโอกาสในการขายที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น จึงไม่มีการเรียกร้องการข้อเสนอใดๆ จากรัฐ โดยโครงการบ้านประชารัฐในส่วนที่เอกชนดำเนินการนั้น จะอยู่บนที่ดินของเอกชนเอง และมีทั้งโครงการปัจจุบันรวมถึงโครงการในอนาคต สำหรับที่อยู่อาศัยทั้งบ้าน ทาวน์เฮาส์ ห้องชุด ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยจะเปิดโอกาสให้กับประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 1.2-1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ได้มีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น


เตรียมเฮ! คลัง จ่อปล่อยบ้านประชารัฐ ดอกเบี้ย 0%

ก.คลัง เตรียมปล่อยโครงการบ้านประชารัฐ ดอกเบี้ย 0% อุ้มผู้มีรายได้น้อย

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะเร่งสรุปโครงการบ้านประชารัฐภายในสัปดาห์นี้ และเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณา โดยมีหลักการคือ ประชาชนที่มีรายได้น้อยทุกคน จะมีโอกาสเข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐนี้ได้ โดยตัวโครงการจะมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน รวมทั้งในช่วงแรกของโครงการจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็น 0% แต่เป็นระยะเวลาเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะผู้ให้บริการสินเชื่อ

qgUUYe-500x2721

ซึ่งโครงการนี้จะมีวงเงินปล่อยกู้ในเบื้องต้นประมาณ 70,000 ล้านบาท โดยจะมีการปล่อยกู้ให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อก่อสร้างโครงการในวงเงิน 30,000 ล้านบาท และอีก 40,000 ล้านบาท จะเป็นการปล่อยกู้ให้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ โครงการประชารัฐอยู่ในระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ล่าสุดได้ขยายโครงการจากเดิมมี 3 รูปแบบ คือ บ้านเช่า บ้านเช่าซื้อและบ้านซื้อ ได้เพิ่มเรื่องการต่อเติมและซ่อมแซมบ้านเก่าและการก่อสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง เพื่อให้ประชาชนที่มีที่ดินของตนเองและมีบ้านอยู่แล้วแต่เก่าทรุดโทรมต้องการปรับปรุงเป็นบ้านใหม่ก็สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้

 

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News