คาด ‘หุ้นไทย’ ผันผวนในกรอบจำกัด ส่องหุ้นน่าลงทุนวันนี้

Home / ตลาดหุ้น, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / คาด ‘หุ้นไทย’ ผันผวนในกรอบจำกัด ส่องหุ้นน่าลงทุนวันนี้

นักวิเคราะห์มอง ‘หุ้นไทย’ วันนี้ มีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบจำกัด ชี้ แนวรับ 1,500 จุด แนวต้าน 1,520 จุด

บล.บัวหลวง คาดดัชนีฯ วันนี้ (7 ต.ค.) แกว่งออกข้าง แนวรับ 1,500 จุด แนวต้าน 1,520 จุด คาดตลาด “Rotation” เข้าหุ้นที่มีกระแสข่าวบวกรออยู่ เช่น ข่าว ครม.อนุมัติลงทุนโครงการต่างๆ, มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี, การร่วมลงทุนของ กระทรวงการคลังในเหมืองโปแตช เป็นต้น

ระยะเดือน ตค. แนะย่อลงมาเป็นโอกาสในการซื้อเพิ่มอีก หลังจากเมื่อ ก.ย.ลงไปบริเวณ 1,400 จุด แนะซื้อไป 50% และ เก็บกระสุนไว้รอซื้ออีกรอบเดือนนี้ คาดแนวรับ 1,440 จุด (กรณีดีกว่าคาด แนวรับ ขยับขึ้นเป็น 1,480 จุด กรณีแย่กว่าคาด ต่ำกว่า 1,437 จุด-Stop loss)

ส่วนแนวต้านเดือน ต.ค.คาด 1,530 จุด ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด คือ Earnings preview กำไร 3Q16 บจ.ไทย, ผลดีเบตก่อนเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐฯ, ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ-มีผลต่อคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟด-ธค.

หุ้นแนะนำวันนี้ TRC Upside risk กรณีได้งานเหมืองโปแตชจริง คาด Upside ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น 0.40 บาท/หุ้น, CK แนวรับ 30.25 บ. ต้าน 31/31.75 บ.


6 ต.ค.2559

นักวิเคราะห์มอง ‘หุ้นไทย’ จะกลับมายืนเหนือแนวต้านเดิมที่ 1,505 จุดได้อย่างแข็งแกร่ง แนะ ซื้อหุ้นกำไรไตรมาส 3/59 มีแนวเติบโตดี

บล.กรุงศรี ระบุ มองแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ (6 ต.ค.) จะกลับมาเพิ่มขึ้นจากที่เมื่อวานพักตัว และยืนเหนือแนวต้านเดิมที่ 1,505 จุดได้อย่างแข็งแกร่ง โดยวันนี้คาดหุ้นกลุ่มพลังงาน (PTT และ PTTEP) จะเป็นกลุ่มนำตลาด เนื่องจากได้ผลบวกจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน

รับข่าว EIA รายงานสต๊อกน้ำมันดิบลดลงสวนทางกับที่ตลาดคาดไว้ กลุ่มถ่านหิน (BANPU, LANNA และ UMS) ยังได้แรงส่งจากราคาถ่านหินนิวคาสเซิลที่เพิ่มขึ้นทำ New high ในรอบกว่า 3 ปี

ส่วนกลุ่มธุรกิจที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวอื่นๆ และมีโอกาสปรับขึ้นในวันนี้ คือ กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง รับผลบวก รฟท.เตรียมเปิดประมูลเส้นทางรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง มูลค่ารวมกว่า 1.01 แสนล้านบาทภายในปีนี้ โดยจะเปิดประมูล 2 เส้นทาง คือ ประจวบฯ-ชุมพร และ เส้นทางมาบกะเบา-จิระ มูลค่ารวม 4.7 หมื่นล้านบาทภายในเดือนนี้

ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้คือ การประกาศตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยในเดือน ก.ย.หากออกมาเพิ่มขึ้นจะเป็นบวกต่อกลุ่มอสังหาฯ เพราะหุ้นกลุ่มนี้จะมีความสัมพันธ์ในทางบวกกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ขึ้นแรงขาย Selective buy หุ้นกำไรไตรมาส 3/59 มีแนวเติบโตดี


5 ต.ค.2559

นักวิเคราะห์มอง ‘หุ้นไทย’ มี upside จำกัด และพร้อมปรับฐานในระยะ 1-3 เดือน แนะนำแบ่งพอร์ตเพื่อ Trading เน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคฟื้นตัว

บล.ธนชาต ระบุ แม้ SET จะปรับขึ้นแรงจนทะลุแนวต้าน 1,506 จุด ขึ้นมาได้ แต่ยังคงมุมมองว่า SET มี upside จำกัด และพร้อมปรับฐานในระยะ 1-3 เดือน ขณะที่บรรยากาศการลงทุนยังไม่เอื้อนัก ทั้งจากปัจจัยกดดันเดิม และ ปัจจัยใหม่ที่จะกดดัน sentiment การลงทุน

เช่น 1) ประธาน Fed สาขาริชมอนด์ และสาขาคลีฟแลนด์กล่าวกดดันว่า Fed ควรขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 1-2 พ.ย. นี้เลย แม้จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย. ก็ตาม 2) ECB อาจเริ่มวางแผนเพื่อถอนเงิน QE ออก หลังโครงการ QE จะหมดอายุในเดือน มี.ค. ปีหน้า สวนทางกับที่นักลงทุนคาดหวังให้ ECB ต่ออายุ QE

กลยุทธ์แนะนำแบ่งพอร์ตเพื่อ “Trading” โดยสามารถเพิ่มน้ำหนักพอร์ต “Trading” ขึ้นได้ หลัง SET ทะลุแนวต้านขึ้นมา แต่ต้องมีจุด stop loss ที่เข้มงวด ยังเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคฟื้นตัวอย่าง BEAUTY, BJC, CPALL, KTC กลุ่มโรงกลั่นจากค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้น เช่น TOP IRPC ESSO (ราคายังต่ำกว่า replacement cost มาก) และ กลุ่มที่ได้ประโยชน์ค่าเงินบาทอ่อน เช่น HANA KCE SVI และ CPF


4 ต.ค.2559

‘หุ้นไทย’ มีโอกาสแกว่งตัวแคบเพื่อรอปัจจัยใหม่มากระตุ้น แนะนำ Trading ในกรอบ 1,480 – 1,500 จุด

บล.ธนชาต ระบุ SET ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ด้วยปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ซึ่งมองว่า SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,480-1,500 จุด ต่อไป และหากสามารถออกจากกรอบได้ กรณีปรับขึ้นยังมี upside จำกัด ด้วยปัจจัยกดดันจำนวนมาก ทั้ง 1) ความกังวล ธ.ดอยซ์ แบงค์ แม้มีโอกาสเจรจาเรื่องค่าปรับกับสหรัฐฯสำเร็จ แต่ยังมีปัญหาอื่นอยู่อีก

2) การโต้วาที ระหว่างนางคลินตัน และนายทรัมป์ ในวันที่ 9 ต.ค. 3) นักลงทุนต่างชาติอาจหยุดซื้อหุ้นไทยแล้ว 4) ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นมา คาดเป็นเพียงระยะสั้น ต้องรอผลประชุม OPEC 30 พ.ย. อีกครั้ง 5) การทำประชามติแก้ร่างรัฐธรรมนูญในอิตาลี ทำให้เรายังคงมุมมอง SET 1-3 เดือนข้างหน้า มีโอกาสพักฐาน

แนะนำแบ่งพอร์ตบางส่วนเพื่อ “Trading” เน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคฟื้นตัว และมีการเติบโตสูงอย่าง BEAUTY, BJC, CPALL, KTC ต่อไป กลุ่มโรงกลั่นจากค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้น เช่น TOP IRPC (เริ่มโครงการ UHV เพิ่ม margin ตั้งแต่ ก.ค. ที่ผ่านมา) ESSO (ราคายังต่ำกว่า replacement cost อยู่มาก) และ “เก็งกำไร” PTT จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น และโอกาสการนำธุรกิจ Retial เข้ามา IPO


3 ต.ค. 2559

บล.กสิกร ระบุ ‘หุ้นไทย’ จะแกว่งผันผวนซึมเชิงลบในกรอบ 1,473 – 1,490 เปิดโผ หุ้นผลประกอบการงวด 3Q59 เด่น น่าเก็งกำไร

บล.กสิกร ระบุ เข้าสู่ช่วงเก็งผลประกอบการงวด 3Q9 ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงการเก็งกำไรผลประกอบการงวด 3Q59 ฝ่ายวิจัยแยกกลุ่มหุ้นตามแนวโน้มผลกำไรออกมาเป็นดังนี้ กลุ่มที่คาดว่าจะมีผลประกอบการดีขึ้นทั้ง qoq และ yoy จะประกอบไปด้วย พลังงาน PTTEP, BANPU, TPCH, RATCH, GPSC, CKP, EGCO

66

ธนาคารฯ BAY, TCAP, TISCO, KKP อสังหา PS, ORI, TICON ค้าปลีก CPALL, CPN, BJC, MAKRO, BEAUTY , KAMART, BIG

ขนส่ง BEM อาหาร TKN CBG โรงพยาบาล CHG ชิ้นส่วนอิเล็กฯ KCE บันเทิง WORK PLANB กลุ่มขนส่งทางอากาศ AAV BA THAI สื่อสาร JAS รับเหมา ITD TTCL

กลุ่มที่คาดว่าจะมีผลประกอบการดีขึ้น qoq แต่แย่ลง yoy จะมี พลังงาน GUNKUL ธนาคาร BBL TMB นิคมฯ AMATA JWD

กลยุทธ์การลงทุน SET Index น่าจะแกว่งผันผวนซึมเชิงลบในกรอบ 1,473 – 1,490 จุดกลยุทธ์การลงทุนเน้น Exporter play กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ KCE DELTA และ Deep Valuation Play เลือก SPALI และ ORI ระดับ PER ต่ำเพียง 7 เท่า อื่นๆ

 

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News