IMF ชี้เศรษฐกิจโลกยังคงอ่อนแอ

Home / การเงิน-การคลัง, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / IMF ชี้เศรษฐกิจโลกยังคงอ่อนแอ

รายงานของ IMF ยังระบุด้วยว่า กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วโดยภาพรวม จะมีการเติบโตลดลงลงในปีนี้ โดยได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ต่ำลงจากที่ให้ไว้ในเดือนกรกฎาคม มาอยู่ที่ร้อยละ 1.6 แต่สำหรับประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่และชาติกำลังพัฒนา ปรับสูงขึ้นเป็นร้อยละ 4.2

ส่วนการคาดการณ์สำหรับปี 2560 ของทั้งประเทศทั้ง 2 กลุ่มนี้ IMF ยืนยันตัวคาดการณ์เดิม นั่นคือประเทศพัฒนาแล้วจะขยายตัวร้อยละ 1.8 และประเทศตลาดเกิดใหม่จะอยู่ที่ร้อยละ 4.6

เศรษฐกิจของสหรัฐ มีส่วนสำคัญอยู่มากสำหรับการถดถอยของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เมื่อเดือนกรกฎาคม IMF เคยคาดการณ์ว่าปีนี้สหรัฐจะเติบโตที่ร้อยละ 2.2 แต่ลดลงมาเหลือร้อยละ 1.6 เหตุผลสำคัญคือ ผลงานรอบครึ่งปีแรกน่าผิดหวัง สืบเนื่องจากการลงทุนที่อ่อนแอของภาคธุรกิจ และการลดลงของยอดสินค้าคงคลัง แต่ผลลบต่อเศรษฐกิจอเมริกันจากการที่เงินดอลลาร์มีค่าแข็งขึ้น และราคาพลังงานลดต่ำลง น่าที่จะหดหายไปภายในปี 2560 และ IMF คาดการณ์ว่า ปีหน้าสหรัฐจะเติบโตที่ร้อยละ 1.8

สำหรับประเทศพัฒนาแล้วรายอื่นๆ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเติบโตของญี่ปุ่นขึ้นมาเล็กน้อย สืบเนื่องจากการใช้จ่ายของรัฐบาล การชะลอการขึ้นภาษีการบริโภค และการใช้นโยบายการเงินแบบมุ่งให้ขยายตัว ทว่าอัตราการเติบโตที่คาดการณ์ไว้ก็ยังนับว่าอ่อนแออยู่ นั่นคือ ปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 0.5 และปี 0.6 ในปีหน้า

4

ทางด้านชาติเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ IMF คงตัวเลขพยากรณ์สำหรับจีนเอาไว้คงเดิม นั่นคือปีนี้ จะเติบโตร้อยละ 6.6 และปี 2560 จะอยู่ที่ร้อยละ 6.2 เนื่องจากการสนับสนุนทางด้านนโยบายที่แข็งแกร่ง และการเติบโตของสินเชื่อ กำลังก่อให้เกิดการบริโภคภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม รายงานของ IMF ระบุว่า การขยายตัวของสินเชื่อภาคเอกชนของจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และการอุดหนุนพวกรัฐวิสาหกิจเพื่อเลื่อนเวลาการประกาศยอดขาดทุนที่กำลังเลวร้ายเป็นประวัติการณ์ กำลังเสี่ยงที่จะทำให้ต้องมีการปรับตัวอย่างโกลาหลในท้ายที่สุด

ส่วนอินเดีย IMF ปรับตัวเลขคาดการณ์สูงขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับร้อยละ 7.6 สำหรับทั้ง 2 ปี ขณะเดียวกัน รัสเซียจะได้ประโยชน์จากการกระเตื้องขึ้นของราคาพลังงาน ทั้งนี้รายงานล่าสุดนี้บอกว่า ภาวะการหดตัวทางเศรษฐกิจของรัสเซียและบราซิลจะสิ้นสุดลง

รายงานของ IMF กล่าวด้วยว่า ความเสี่ยงอื่นๆ ต่อทิศทางแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกในยังมีดังเช่น ความปั่นป่วนวุ่นวายที่ยังดำเนินต่อไปจากการที่จีนกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับดันโดยผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น การลดต่ำลงอีกครั้งของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ การตั้งกำแพงกีดกันการค้ากันเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย และความขัดแย้งตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ก็อาจระเบิดปะทุ เป็นการเพิ่มเติมจากวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมซึ่งเกิดขึ้นอยู่แล้วในตะวันออกกลางและแอฟริกา

MThai News