สคบ. แจงข้อเท็จจริง กรณีการโพสต์ขายข้าวผ่านเฟซบุ๊ก-ไอจี

Home / การค้าการลงทุน, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / สคบ. แจงข้อเท็จจริง กรณีการโพสต์ขายข้าวผ่านเฟซบุ๊ก-ไอจี

สคบ.กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการโพสต์ขายข้าวสารผ่านเฟซบุ๊ก (การขายแบบออนไลน์)

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีที่มีการโพสต์ขายข้าวผ่านสื่อออนไลน์ โดยระบุว่า

capture

สรุปข้อเท็จจริงกรณีการโพสต์ขายข้าวสารผ่านเฟซบุ๊ก (การขายแบบออนไลน์)

– พฤติกรรมการขายผ่านเฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม (การขายแบบออนไลน์) ที่ปรากฎตามข้อเท็จจริงในขณะนี้ จากการตรวจสอบพบว่า องค์ประกอบในการกระทำการขายหรือโพสต์ข้อมูลยังไม่ครบตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งมีบัญญัติไว้ตาม พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ ๒๕๔๕

– ณ ตอนนี้ จดทะเบียนขายตรง หรือตลาดแบบตรง ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และต้องมาจดเฉพาะส่วนกลาง (ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ) เท่านั้น กฎหมายยังไม่ให้อำนาจส่วนอื่นใดรับจดทะเบียน การประกอบธุรกิจขายตรง หรือการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง

– กฎหมายมีเจตนาต้องการที่จะกำกับดูแล ส่งเสริม กับบุคคลหรือใครก็ตาม ที่ต้องการจะทำในลักษณะที่เป็นการประกอบธุรกิจอย่างจริงจัง ไม่ใช่มีเจตนาที่จะกำกับให้บุคคลที่ทำบ้างเป็นบางครั้งบางคราว แค่เพียงระยะเวลาสั้นๆ เป็นการเฉพาะกิจ ดังนั้น ร้านค้าใดที่เข้าข่ายนิยามบ้าง ต้องมาดูรายละเอียดถึงพฤติกรรมอีกที ว่าการที่เค้าโพสต์เป็นเพียงแค่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ในตัวของสินค้าเท่านั้น ไม่มีช่องทางให้คนทั่วไปซื้อสินค้าผ่านเฟซบุ๊กได้ หรือผู้โพสต์ไม่ได้บอกรายละเอียดอย่างเพียงพอที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าได้ หรือหากผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้าต้องไปตกลงกันอีกที ถ้าข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ก็ไม่เข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ ๒๕๔๕

– ความจริงการขายแบบตลาดแบบตรงหรือที่เรียกสั้นๆ ว่าการขายแบบออนไลน์ ผู้ขายต้องให้ข้อมูลผู้บริโภค หรือคนที่เห็นสื่อนั้นๆ สามารถตัดสินใจสั่งซื้อได้เลยโดยที่ไม่ต้องไปหาข้อมูลอื่นๆ อีก เพื่อประกอบการตัดสินใจในการที่จะซื้อหรือไม่ซื้อ ถ้าหากผู้ขายให้ข้อมูลผู้บริโภคไม่ครบถ้วนและทำให้ไม่สามารถตัดสินใจซื้อได้ หรือทั้งสองฝ่ายยังคงต้องไปตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขการซื้อขาย ถือว่าสัญญายังไม่เกิดบนสื่อ ณ ขณะนั้น สัญญาไปเกิดขึ้นหลังจากไปที่ตกลงกันอีกที แบบนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการตลาดแบบตรงตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ ๒๕๔๕

– การโพสต์ขายข้าวสารของชาวนาจริงๆ ก็ไม่มีลักษณะและเจตนาที่จะประกอบธุรกิจอย่างจริงจัง เป็นเพียงแค่การหาช่องทางระบายข้าวแบบเป็นครั้งคราว ถือไม่ได้ว่าเป็นการประกอบธุรกิจตามที่กฎหมายจะต้องเข้าไปกำกับดูแล หรือจะต้องจดทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด เพราะการประกอบธุรกิจเป็นการมุ่งหวังผลกำไรเป็นตัวตั้งและต้องกระทำการนั้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำแบบชั่วครั้งชั่วคราวคงเป็นไปไม่ได้ในทางธุรกิจ

หากเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง คำนิยามตามมาตรา ๓ “ตลาดแบบตรง” คือ การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขาย สินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภค ซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละรายตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ จากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น

มาตรา ๒๗ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง เว้นแต่จะได้จดทะเบีบนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงตาม พ.ร.บ.นี้ บทลงโทษตาม มาตรา ๔๗ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑ แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน ๑ หมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน

 

ขอบคุณข้อมูล  สคบ. กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News