ไม่ง้อโรงสี! ชาวนาหลายจังหวัด แห่ลงทุนสีข้าวขายเอง

Home / การค้าการลงทุน, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / ไม่ง้อโรงสี! ชาวนาหลายจังหวัด แห่ลงทุนสีข้าวขายเอง

ชาวนาในหลายจังหวัด แห่ลงทุนสีข้าวขายเอง หลังราคารับซื้อผ่านโรงสีกำหนดราคาข้าวต่ำเกินไป 

จากกรณีปัญหาราคาข้าวตกต่ำเหลือแค่กิโลกรัมละ 5-6 บาท จนชาวนาไม่สามารถแบกรับไหว ล่าสุดชาวนาในจังหวัดมหาสารคาม ได้รวมกลุ่มปลูกข้าวอินทรีย์ โดยมีตลาดกลางมารับซื้อถึงที่ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ถึงตันละ 20,000-25,000 บาท ส่วนชาวนาในจังหวัดอุบลราชธานี ลงทุนสีข้าวมาวางขายเอง ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว

นอกจากนี้ ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาสรรพสิทธิ์ ตลาดบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี มีชาวบ้านแห่นำข้าวสารบรรจุถุงพลาสติก มาวางขายจำนวนไม่ต่ำกว่า 20 ราย โดยจากการสอบถามได้ข้อมูลว่า ทั้งหมดเป็นชาวนาในพื้นที่ ซึ่งนำข้าวสารหอมมะลิ และข้าวสารเหนียว ที่ทำการสีเองมาวางจำหน่าย โดยแยกเป็นถุงละ 1 – 2 กิโลกรัม จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 20 บาท และ 25 บาท

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากราคารับซื้อข้าวผ่านโรงสี ที่กำหนดราคาข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 5-6 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำเกินไป ทำให้ชาวบ้านนำข้าวเปลือกของตนเองมาแปรรูปเป็นข้าวสาร และมาวางขายเองในราคากิโลกรัมละ 20 บาท

อย่างไรก็ตาม ข้าวที่ขายดีที่สุด คือ ข้าวเจ้าหอมมะลิใหม่ ฤดูกาลผลิตปี 2559/2560 ที่เก็บเกี่ยวล่าสุดเพียงไม่กี่วัน เนื่องจากผู้ซื้อเชื่อกันว่าเป็นของใหม่ ขณะที่หมู่บ้านหนองหิน ตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เกษตรกรรวมกลุ่มกันปลูกข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษส่งออก ในโครงการเกษตรเข้มแข็งโดยไม่ผ่านโรงสี ซึ่งสร้างรายได้ตันละ 20,000-25,000 บาท

ขณะที่ นางจิราภรณ์ อินทรสร้อย ประธานกลุ่มปลูกข้าวปลอดสารพิษ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว จะมีตลาดกลางมารับ โดยมีข้อจำกัดในการปลูกข้าว คือ ปลูกข้าวไม่ใส่ปุ๋ยสารเคมี ปลูกข้าวตามพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น สมาชิกทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมทุกกระบวนการการผลิต ตั้งแต่ปลูกข้าวจนถึงการบรรจุภัณฑ์ ซึ่งโครงการจะให้ทุนในการผลิต 4,000 บาทต่อไร่

โดยโครงการจะรับซื้อข้าวเปลือกที่มีความชื้นไม่เกิน 15% รับซื้อข้าวหอมมะลิ 105 ในราคา 20,000 บาทต่อตัน ข้าวหอมมะลิแดงในราคา 25,000 บาทต่อตัน ข้าวหอมนิลในราคา 25,000 บาทต่อตัน โดยโครงการจะรับซื้อรอบแรก 50-65% ของการผลิตทั้งหมด ตามคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่โครงการขายได้ ส่วนที่เหลือจะทยอยจ่ายตามปริมาณการขาย โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2557-2559 นาข้าวจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วง 15 พฤศจิกายน และในช่วงปีใหม่จะมียอดสั่งซื้อ 35 ตัน

 

MThai  News