รมว.อุตสาหกรรม เผยเตรียมพิจารณา 3 โครงการใหญ่ภายในเดือน พ.ค. นี้

Home / การค้าการลงทุน, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / รมว.อุตสาหกรรม เผยเตรียมพิจารณา 3 โครงการใหญ่ภายในเดือน พ.ค. นี้

รมว.อุตสาหกรรม บรรยายพิเศษหัวข้ออุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ยั่งยืน ชี้ เตรียมพิจารณา 3 โครงการใหญ่ภายในเดือน พ.ค. นี้

วันนี้ (8 พ.ค. 60) เวลา 10.30 น. ที่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการบรรยายพิเศษภายใต้หัวข้อ “S-Curve 10 “อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ยั่งยืน” ภายในงานสัมมนาในโครงการความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ระหว่างไทย – ฮ่องกง – เซี่ยงไฮ้ ในนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง Thailand – Hong Kong – Shanghai Strategic Partnership on One Belt One Road

โดย รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์ 4.0 ถือเป็นการต้องการให้ประเทศไทยในระยะยามสามารถที่จะพัฒนาได้อย่างยั่งยืนซึ่งมองไปยาวถึง 20 ปี ทั้งนี้แนวทางที่จะขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม คือ ที่เรียกว่าไทยแลนด์ 4.0 โรดแมป ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนทั้งหมด โดย 4.0 หากเปรียบแล้วจะเหมือนเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนที่เริ่มจาก 1.0 แต่วันนี้เรามองไปข้างหน้าคือ 4.0 เน้นทำงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างไร สิ่งนี้คือทิศทางที่ประเทศไทยต้องผ่านไป.

เพราะฉะนั้นภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 จะมีสิ่งสำคัญที่จะนำเศรษฐกิจไทยให้มีความสามรถที่จะสร้างมูลค่าสูงสุดไปสู่ระบบเศรษฐกิจมี 4 มิติด้วยกัน ได้แก่ 1.การยกระดับ 2.อุตสาหกรรมเป้าหมาย 3. เอสเอ็มอี 4.กำลังพล ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หากเรามีกำลังพล และเสนอโครงการเข้า EEC ผู้นำจากหลายประเทศจะต้องแน่ใจว่าเรามีกำลังพลที่จะรองรับอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้ จะเห็นว่าภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 จะพูดถึงสมาร์ทเทคโนโลยี ที่เราหวังว่าวันหนึ่งประเทศไทยจะทำเป้าหมายต่างๆ ที่ตั้งไว้พัฒนาขึ้นมาให้ยิ่งใหญ่ได้

ขณะที่ ถ้าเป็นเรื่องของประชาชน จะเน้นกลุ่มเอสเอ็มอีเป็นอย่างมาก เพราะฉนั้นทุกคนจะเห็นว่าเราทำงานกับเอสเอ็มอีให้พร้อมที่จะออกไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ ทั้งนี้ ประเทศไทยมี 3 จังหวัดทางภาคตะวันออกที่เป็นจุดแข็งซึ่งเป็นพื้นที่ ที่เริ่มเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ซึ่งจะมีอุตสาหกรรมหลักๆ อยู่ภายในนั้น โดยวันนี้เราใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้น แต่ต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะยกระดับขึ้นมาให้เชื่อมโยงทั้งในประเทศ และสู่ภูมิภาค

ทั้งนี้ ทั้งเอกชนและภาครัฐ จึงต้องมี PPP 12 กลุ่มในการช่วยกันคิดแนวทางตั้วแต่ต้น โดยไม่ใช่ภาครัฐเป็นผู้เขียนแผน แต่มีการทำงานร่วมกัน หลายๆ ส่วนมีการออกกฎหมายใหม่เพราะฉนั้นไม่ว่ารัฐบาลไหนจะต้องทำต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ได้มีการเตรียมดำเนินการใน 3 โครงการ ได้แก่ สนามบินอู่ตะเพาซึ่งจะเป็นพื้นที่ส่งเสริมด้านการบินของประเทศไทยที่ใหญ่ไม่แพ้ประเทศสิงคโปร์, ไฮสปีดเทรน จังหวัดระยอง โดยจะเชื่อมโยงกับ 3 สนามบินใหญ่, และ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ซึ่งจะสร้างให้เป็นเมืองท่าเรือในแหลมฉบัง เพื่อส่งสินค้าจากจีนตะวันตก และเอาสินค้ามากระจายในประเทศไทย โดยทั้ง 3 โครงการดังกล่าว รัฐบาลได้อนุมัติงบเป็นที่เรียบร้อนแล้ว และจะเข้าสู่การพิจารณาภายในเดือน พ.ค. นี้