อดีตอาจารย์ปัดเงินกว่าพันล้าน สานฝันทำสวนเกษตรกลางกรุงฯ

Home / 108 อาชีพทำเงิน, ข่าวการเกษตร สร้างรายได้, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / อดีตอาจารย์ปัดเงินกว่าพันล้าน สานฝันทำสวนเกษตรกลางกรุงฯ

อดีตอาจารย์และนักวิชาการด้านเกษตร ลาออกจากราชการหันมาทำสวนเกษตรใจกลางกรุงบนพื้นที่ 50 ไร่ แม้มีคนมาขอซื้อที่มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ก็ไม่ยอมขาย จนสานฝันสร้างเป็น ฟาร์ม@บางขวด ได้สำเร็จ

หากหลับตาแล้วนึกจินตนาการถึงธรรมชาติแบบต่างจังหวัด ทุ่งนาที่เขียวขจี ร่องสวนที่อุดมไปด้วยปลาและสัตว์น้ำ รายล้อมด้วยต้นไม้นานาชนิด สายลมที่พัดโกรกเข้าหาตัวเรากับอากาศอันแสนบริสุทธิ์ หลายๆคนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคงหาไม่ได้ในกรุงเทพฯ เมืองศรีวิไล ณ ปัจจุบัน แต่เชื่อหรือไม่ว่ายังสถานที่ที่กล่าวมาข้างต้นอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ทุกๆคนได้ไปสัมผัสกัน

วันนี้ MThaiNews ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ ลงพื้นที่ไปพบกับคุณสมโภชน์ ทับเจริญ อายุ 60 ปี เจ้าของฟาร์ม@บางขวด ตั้งอยู่ภายใน ซ.นวลจันทร์ 56 แยก 5 ถ.นวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. บนพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งมีโครงการหมู่บ้านมาติดต่อขอซื้อพื้นที่เป็นมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท!! แต่ปฏิเสธที่จะไม่ขายที่ดินผืนนี้ และมุ่งมั่นทำสวนเกษตรอย่างเต็มตัว

โดยคุณสมโภชน์ เปิดเผยว่าตั้งแต่จำความได้ในย่านนี้ส่วนใหญ่ทำนา และไม่คิดว่าจะเจริญมาถึงทุกวันนี้ที่รายล้อมไปด้วยหมู่บ้านจัดสรร สมัยเด็กๆ ก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำนาทำสวน จึงมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนจบด้วนสัตวบาล และได้เข้ารับการทำงานในตำแหน่งนักวิชาการเกษตร สอนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม พร้อมกับทดลองปลูกต้นไม้นานาชนิดเป็นงานวิจัยไปในตัว

จนกระทั่งอายุ 54 ปี ก็ได้ลาออกจากข้าราชเพื่อมุ่งสู่อาชีพเกษตรกรอย่างเต็มตัว โดยมีต้นทุนผืนนาจากพ่อแม่ที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น นั้นจึงเป็นเหตุผลหลักที่ไม่คิดจะขายที่ดินผืนนี้ เพราะมองว่ามันเป็นต้นทุนทำมาหากินที่เราสามารถต่อยอดได้แทนที่จะขายที่ ส่วนสาเหตุที่ลาออกจากข้าราชการนั้นมองว่า ชีวิตในการทำงานเราต้องแบกรับอะไรหลายๆอย่าง ทั้งความเครียดกับงาน แต่ในทางตรงกันข้ามการหันมาทำเกษตรกลับมีความสุขและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ประกอบกันการนำวิชาความรู้ที่มีมาประยุกต์ใช้ภายในสวนของตนเอง

จุดประสงค์หลักในการทำสวนเกษตรแห่งนี้เพื่อเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตของคนบางขวด ที่สืบทอดการมาอย่างยาวนานและเชื่อว่าเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ถวิลหา นั้นคือ ‘ความเป็นธรรมชาติ’ สำหรับที่สวนของคุณสมโภชน์นั้นจะแบ่งพื้นที่เป็นสองส่วน เนื่องจากมีถนนตัดผ่านซึ่งส่วนหนึ่งจะเป็นสวนเกษตร และอีกส่วนจะเป็นร้านอาหารรวมทั้งขายสินค้าเกษตรจากการเพาะปลูกเอง ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ

คุณสมโภชน์ กล่าวต่ออีกว่าที่สวนของตนนั้นจะมีการปลูกพืชหลากหลายชนิด ไม่ทำเกษตรแบบคนรุ่นเก่าคือทำนาเพียงอย่างเดียว แต่มีการแบ่งจัดสรรพื้นที่ในการปลูกพืชต่างๆ โดยมีแปลงนาข้าว 3 ไร่ และมีการขุดยกร่องสวนเพื่อกักเก็บน้ำ เป็นการปลูกข้าวแบบให้ธรรมชาติพึ่งพาตนเอง และไม่ใช้ยาฆ่าแมลงแต่อย่างใด เพราะมองว่าเราทำกินเองด้วยและจำหน่ายให้คนที่สนใจด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีแปลงนาอีกแปลงหลังเก็บเกี่ยวกันจะปล่อยทิ้งไว้โดยที่ยังมีต้นข้าวบางส่วนหลงเหลืออยู่และปลูกดอกกันจองไปในตัวได้ และเป็นแหล่งอาหารให้นกมากิน โดยที่นกเหล่านี้จะไม่ไปรบกวนแปลงนาที่กำลังปลูกอยู่

นอกจากนี้บริเวณรอบคันนาก็จะใช้พื้นที่ในการปลูกเมล่อนญี่ปุ่น ซึ่งจะปลูกตามจำนวนออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งมาเท่านั้นและไม่ใช้สารเคมีและยาเพื่อค่าความหวานแต่อย่างใด และพื้นที่อีกส่วนก็จะปลูกทั้งมะพร้าว กล้วย มะนาว มะเขือ และผักสลัดทางใช้การปลูกจากดิน โดยพืชผักทุกอย่างที่ปลูกภายในสวนแห่งนี้คุณสมโภชน์เน้นย้ำว่าไม่ใช้สารเคมีเลย เพียงแต่ใช้ปุ๋ยคอก มูลสัตว์ในการบำรุงต้นพันธุ์

“การทำเกษตรนั้นเราต้องแข่งกับตัวเราเองไม่ต้องไปแข่งกับใครทั้งนั้น ทำแบบพอดีพอกินยิ่งทำเยอะค่าใช้จ่ายยิ่งเยอะตามไปด้วย เมื่อผลผลิตออกมาก็ล้นตลาดราคาตกอีก พยายามหาพืชที่ใช้ระยะเวลาเท่ากันแต่ได้มูลค่าที่สูงกว่า”

ซึ่งผลผลิตทั้งหมดภายในสวนก็จะกลับไปสู่ร้านอาหารที่สร้างไว้ ในมุมสุดแสนธรรมชาติ พืชผักที่ปลอดสารพิษจึงตอบโจทย์สำหรับคนที่รักสุขภาพในสังคมเมืองแบบนี้ และในอนาคตจะทำเป็นฟาร์มสเตร์ ที่พักรายล้อมด้วยธรรมชาติให้กับคนเมืองที่โหยหาบรรยากาศเช่นนี้ พร้อมทั้งกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งเปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรสำหรับผู้ที่สนใจให้เข้ามาที่ฟาร์ม@บางขวด แห่งนี้

ทั้งนี้คุณสมโภชน์ฝากถึงคนที่สนใจในวัยเกษียณที่คิดจะทำเกษตร ควรศึกษาและลงมือทำด้วยตัวเองแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมองว่าขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลักคือ 1.แรงที่จะลงมือทำ 2.ความรู้ และ 3.ต้นทุน ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นนั้นหากคิดว่ามีพร้อมก็ลงมือทำได้เลย สำหรับเด็กรุ่นใหม่นั้นมองว่าหากสนใจในด้านนี้ก็ควรที่จะแน่วแน่และลงมือทำเลยอาจเริ่มต้นจะการทำสิ่งเล็กๆก่อน

คุณสมโภชน์ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ยืนยันที่จะรักษาผืนดินแห่งนี้ไว้รวมทั้งอนุรักษ์วิถีชีวิตในการทำเกษตรกรรมของชาวบางขวด แม้ปัจจุบันพื้นที่รอบข้างจะเป็นหมู่จัดสรรไปหมดแล้วก็ตาม

สำหรับใครที่สนใจอยากเข้าไปเยี่ยมชม เลือกซื้อสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ รวมถึงรับประทานอาหารแบบบ้านๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ก็สามารถเดินทางไปได้ที่ ฟาร์ม@บางขวด ตั้งอยู่ภายใน ซ.นวลจันทร์ 56 แยก 5 ถ.นวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. หรือโทรสอบถามที่เบอร์ 089-1121311 (คุณสมโภชน์)

บทความโดย ธเนตร พุทธิตระกูล / ภาพ วิชาญ โพธิ