รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ราคาที่ดิน

เปิดราคาที่ดิน ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง 23 สถานี รัชดาแพงสุด ตารางวาละ 5.5 แสน

Home / เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / เปิดราคาที่ดิน ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง 23 สถานี รัชดาแพงสุด ตารางวาละ 5.5 แสน

(26 มี.ค. 2562) ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) เปิดเผยผลการสำรวจราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งเป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนส่วนหนึ่งของแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางราง ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ดำเนินการโดย บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ภายใต้สัญญาร่วมลงทุนโครงการและสัญญาสัมปทานกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งกระทรวงคมนาคมโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรได้เร่งรัดแผนงานจากกำหนดการเดิมในปี พ.ศ. 2572 มาอยู่ในช่วงแผนงานปัจจุบันคือ พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนลาดพร้าว ที่มีปัญหาการจราจรมายาวนาน

ขณะนี้กำลังก่อสร้าง จากสถานีพหลโยธิน 24 ถึงสถานีสำโรง จำนวน 25 สถานีคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน พ.ศ. 2564 มีสัญญาสัมปทานโครงการสิ้นสุด พ.ศ. 2594 ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร ทางวิ่งยกระดับที่ 17 เมตร ตัวรถได้เลือกใช้รถรุ่น Bombardier Innovia Monorail 300 เป็นรถปรับอากาศขนาดกว้าง 3.147 เมตร ยาว 11.8-13.2 เมตร สูงประมาณ 4.06 เมตร ความจุ 356 คนต่อตู้ (คำนวณจากอัตราความหนาแน่นที่ 4 คน/ตารางเมตร) มีทั้งหมด 30 ขบวน 120 ตู้ ต่อพวงแบบ 4 ตู้ต่อขบวน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 24,100 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง

สำหรับราคาที่ดินตามสถานีรถไฟฟ้าเป็นดังนี้

โดยสถานีที่มีราคาสูงสุดคือสถานีรัชดา เป็นเงินตารางวาละ 550,000 บาท ราคาตามถนนลาดพร้าว ตารางวาละ 250,000-260,000 บาท ยกเว้นสถานีบางกะปิ ซึ่งเป็นย่านชุมชนหลัก จึงมีราคาตารางวาละ 300,000 บาท สำหรับบนถนนศรีนครินทร์ มีราคาตารางวาละ 260,000 บาท

ซึ่งแม้จะมีความหนาแน่นของประชากรน้อยกว่าถนนลาดพร้าว แต่มีความเจริญค่อนข้างมาก ส่วนราคาที่ดินบนถนนศรีนครินทร์ทางด้านใต้ของถนนบางนา-ตราด และย่านสำโรงตารางวาละ 150,000 บาท ยกเว้นสถานีสุดท้ายคือสถานีสำโรง ที่คาดว่าราคาที่ดินปัจจุบันเป็นเงินตารางวาละ 400,000 บาท

“การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้านี้เพิ่มขึ้นปีละ 10% และหากโครงการนี้สร้างแล้วเสร็จ ราคาที่ดินคงเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอีกมาก ถ้าหากมีการจัดเก็บภาษีลาภลอยหรือภาษีตามการเพิ่มขึ้นของกำไรจากราคาที่ดินหรือมีการบังคับใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามมาตรฐานสากล ประเทศจะได้เงินภาษีมาพัฒนาท้องถิ่นอีกเป็นอันมาก” ดร.โสภณ ระบุ