วาระแห่งชาติ อหิวาต์หมู

ครม. อนุมัติ สกัด ‘อหิวาต์หมู’ ระบาด เป็นวาระแห่งชาติ

Home / เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / ครม. อนุมัติ สกัด ‘อหิวาต์หมู’ ระบาด เป็นวาระแห่งชาติ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (9 เม.ย.) มีมติเห็นชอบแผนเตรียมความพร้อมรับมือ ‘โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร’ (African Swine Fever : ASF) ของประเทศไทยเป็นวาระแห่งชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ พร้อมอนุมัติแผนใช้จ่ายงบประมาณเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ภายใต้วงเงิน 148.542 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ 2562 เป็นเงิน 53.604 ล้านบาท ใช้งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในปีงบประมาณ 2563 เป็นเงิน 52.419 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2564 เป็นเงิน 42.519 ล้านบาท 

สถานการณ์การระบาดของโรคดังกล่าว ระบาดเป็นวงกว้างขึ้น ตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน พบการระบาดใน 17 ประเทศ แบ่งเป็นทวีปยุโรป 10 ประเทศ ทวีปแอฟริกา 4 ประเทศ และทวีปเอเชีย 4 ประเทศ โดยในทวีปเอเชียมีรายงานการระบาดครั้งแรกที่สาธารณรัฐประชาชนจีน มีรายงานการทำลายสุกรในจีน 950,000 ตัว ประเทศมองโกเลียมีรายงานการทำลายสุกร 2,992 ตัว เวียดนามมีรายงานการทำลายสุกร 46,600 ตัว ส่วนที่กัมพูชาเพิ่งพบการติดเชื้อ ประมาณการความเสียหายเบื้องต้นมูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท

ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะระบาดเข้าสู่ไทยได้ทั้งจากการลักลอบนำผลิตภัณฑ์สุกรติดตัวของนักท่องเที่ยว การลักลอบนำผลิตภัณฑ์สุกรและซากสุกรผ่านช่องทางนำเข้าชายแดนที่มีระยะทางยาว อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสจากตัวเกษตรกรหรือสัตวแพทย์ที่ไปดูงานในประเทศที่มีการระบาดของโรค การปนเปื้อนเชื้อไวรัสที่ยานพาหนะ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ส่งออกสุกรและอาหารสุกรไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

โรคนี้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสุกร หากติดเชื้อไวรัสก่อโรค อัตราการตายของสุกรเกือบ 100% และยังไม่มีวัคซีนป้องกันและควบคุมโรค จึงต้องเตรียมพร้อมเต็มที่ป้องกันความเสียหายต่อเกษตรกรที่เลี้ยงสุกร รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท ดังนั้นการยกระดับแผนเตรียมพร้อมรับมือโรคอหิวาต์ในสุกรเป็นวาระแห่งชาติ จึงส่งผลดีทั้งการป้องกันโรค การเผชิญเหตุ การฟื้นฟู ตลอดจนการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจจากการส่งออกสุกรไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ขาดแคลนสุกร ราคาสุกรจะเพิ่มขึ้นทันทีจาก 40 บาทต่อกิโลกรัมเป็น 80 บาทต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม ทางกรมควบคุมโรค ย้ำว่า โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ไม่ติดต่อสู่คน แต่การรับประทานเนื้อหมู ควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และขอให้ประชาชนยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางอาหารและน้ำอื่นๆ ที่อาจจะปนเปื้อนอยู่