ขสมก. ฟื้นฟูกิจการ

เปิดแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ขึ้นค่าตั๋วรถใหม่, ลดพนักงาน 5,000 คน, ปรับอู่เป็นห้างฯ-โรงแรม

Home / เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / เปิดแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ขึ้นค่าตั๋วรถใหม่, ลดพนักงาน 5,000 คน, ปรับอู่เป็นห้างฯ-โรงแรม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ครม. เห็นชอบ แผนฟื้นฟูกิจการของ ขสมก.
  • ปัจจุบัน ขสมก. มีพนักงานทั้งหมด 13,599 คน คิดเป็นสัดส่วนรถ 1 คัน ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายพนักงาน 5.14 คน โดยตั้งเป้าลดเหลือ 2.75 คนต่อรถหนึ่งคันในปี 2565
  • มีแผนเพิ่มรายได้ โดยพัฒนาพื้นที่อู่เป็นศูนย์การค้าและโรงแรมระดับบน รวมไปถึงการปรับอัตราค่าโดยสารเฉพาะรถโดยสารใหม่ด้วย

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (25 มิ.ย. 2562) มีมติเห็นชอบในหลักการแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เนื่องจาก ขสมก. ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่องและมีหนี้สินคงค้างจำนวนมาก โดยแผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ขสมก. ใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบการทำงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถในการหารายได้และการบริหารจัดการหนี้สิน ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารองค์กรที่ยั่งยืนและลดภาระกับภาครัฐ

สำหรับกลยุทธ์ต่างๆ ในการฟื้นฟู ขสมก. เช่น

ปรับปรุงและจัดหารถใหม่ทดแทน จำนวน 3,000 คัน แบ่งเป็น

  • เช่า 700 คัน แบ่งเป็น NGV 300 คัน วงเงิน 1,855 ล้านบาท และ Hybrid อีก 400 คัน วงเงิน 3,568 ล้านบาท
  • ซื้อใหม่ แบ่งเป็น NGV 489 คัน (ซื้อครบแล้ว) Hybird 1,453 คัน รถเมล์ไฟฟ้า (EV) 35 คัน ปรับปรุงรถเดิม  323 คัน วงเงิน 138 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีแผนนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เช่น ติดตั้งระบบ E – Ticket ชำระค่าโดยสารด้วย QR – Code ติดตั้งระบบ GPS ให้บริการ WIFI บนรถ รวมไปถึง Smart Bus Stop

ปรับปรุงเส้นทางเดินรถ  137 เส้นทาง เพื่อลดการทับซ้อน เชื่อมต่อและรองรับกับระบบขนส่งสาธารณะระบบราง และให้บริการเส้นทางที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ

ปรับโครงสร้างองค์กร ปัจจุบันขสมก. มีพนักงานทั้งหมด 13,599 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2561) คิดเป็นสัดส่วนต่อรถ 1 คัน ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายของพนักงาน 5.14 คน โดยมีแผนให้พนักงานเกษียณก่อนอายุ หรือ เออร์ลี่รีไทร์ โดยที่มีเป้าหมายลดจำนวนคนต่อรถหนึ่งคัน จาก 5.14 เหลือแค่ 2.75 ในปี 2565 คิดเป็นเป้าพนักงานเออร์ลี่รีไทร์อยู่ที่ 5,051 คน ใช้งบประมาณ 6,000 ล้านบาท

การพัฒนาเชิงธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้ เช่น พัฒนาพื้นที่อู่บางเขนเป็นศูนย์การค้าโรงแรมระดับบน และพื้นที่อู่มีนบุรีเป็นตลาด นอกจากนี้ในส่วนของการเพิ่มรายได้ยังรวมไปถึงการปรับอัตราค่าโดยสารเฉพาะรถโดยสารใหม่ด้วย

การบริหารหนี้สิน ขสมก. มีหนี้สะสมประมาณ 128,000 ล้านบาท แบ่งเป็น หนี้ที่เกิดจากนโยบายภาครัฐ 80% เช่น การอุ้มค่าโดยสารในช่วงน้ำมันแพง และหนี้จากประสิทธิภาพการทำงาน 20% โดยขอให้กระทรวงการคลังรับภาระหนี้ทั้งหมดไปก่อน และจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณในการพิจารณาแยกตัวเลขหนี้ ทั้งนี้ไม่รวมหนี้ใหม่จากการกู้มาซื้อรถเมล์ใหม่

ทั้งนี้ ขสมก. คาดว่า ในปี 2566 จะมีเริ่มสภาพคล่องและดำเนินการชำระหนี้ได้