‘เห็ดมิลค์กี้’ ทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกร เพาะง่ายรายได้ดี

Home / 108 อาชีพทำเงิน / ‘เห็ดมิลค์กี้’ ทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกร เพาะง่ายรายได้ดี

หนุ่มวิศวกรโยธา หันมาทำเกษตรกรเพาะ “เห็ดมิลค์กี้” สรรพคุณมากมาย ยอดสั่งเพียบ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

วันที่ 18 ต.ค.61 ที่ฟาร์มเห็ดอารมณ์ดีมิลค์กี้ตรัง ตั้งอยู่เลขที่ 170 ม.6 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง นายณัฐพงษ์ ราชเดิม อายุ 39 ปี เกษตรกรเพาะเห็ดมิลค์กี้สำเร็จเป็นเจ้าแรกในจังหวัดตรัง กล่าวว่า

ตนเองได้นำก้อนเชื้อเห็ดมิลค์กี้มาทดลองเพาะเห็ดกว่าจะสำเร็จต้องลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้งโดยใช้เวลาถึง 3 เดือนด้วยกัน ที่เรียนรู้วิธีการเพาะเห็ดมิลค์กี้จนสำเร็จได้ในที่สุด

มาจนถึงปัจจุบันนี้ได้เพาะเห็ดมิลค์กี้ขายมาเป็นเวลาเกือบปีกว่าแล้ว จนเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก จะส่งเห็ดมิลค์กี้ขายตามพื้นที่ต่างๆหลายจังหวัด เช่น ในตัวเมืองตรัง ภูเก็ต พังงา กรุงเทพฯ ฯลฯ

จุดเด่นของเห็ดชนิดนี้เป็นเห็ดดอกใหญ่สีขาว เนื้อแน่น มีใยอาหารและเส้นใยสูง และสามารถเก็บได้นานกว่าเห็ดนางฟ้า แต่ความอร่อยไม่แพ้เห็ดออรินจิ มีรสชาติคล้ายเนื้อไก่ผสมเนื้อหมึก หนึบแน่น ไม่เหนียวติดฟัน

สามารถประกอบอาหารได้หลายชนิดเช่น ประเภทแกง ต้มยำ ผัด เฟรนฟรายเห็ดมิลค์กี้ ฯลฯ และยังสามารถนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย

การดูแลเห็ดชนิดนี้ไม่ยุ่งยาก รดน้ำให้เห็ดมิ้ลค์กี้วันละ 2 ครั้ง ส่วนสถานที่เพาะเห็ดจะต้องอยู่ในสภาพอากาศชื้นและอุณหภูมิค่อนข้างอบอ้าว แต่ไม่ร้อนจนเกินไป และในที่เพาะเห็ดมิ้ลค์กี้จะต้องสะอาด เน้นวิธีการเพาะเห็ดมิ้ลค์กี้แบบธรรมชาติ ปลอดสารเคมี 100 %

ซึ่งบางดอกเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักถึง 1.5 กิโลกรัม ขนาดของดอกเห็ดจะกว้างประมาณ 10-15 นิ้ว และเคยมีขนาดดอกใหญ่กว่านี้มาก แต่ไม่เหมาะต่อการจัดส่งให้แก่ลูกค้าเพราะจะทำให้ดอกเห็ดหักง่าย ทั้งนี้การเก็บเห็ดมิลค์กี้จะเก็บตั้งแต่อายุประมาณ 10-12 วัน สัปดาห์หนึ่งจะเก็บได้ถึง 10 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ด้านสรรพคุณทางยา เห็ดมิ้ลค์กี้ช่วยลดระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด มีกลูต้าธีโอน วิตามิน E สูงกว่าไข่ไก่ 1 ฟอง และช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้ดีขึ้น

สำหรับเห็ดมิลค์กี้เป็นสายพันธุ์ที่มาจากประเทศอินเดีย อยู่ในตระกูลสายพันธุ์ตีนแรด จะแตกต่างกับสายพันธุ์ของประเทศไทย รสชาติจะอร่อยและแตกต่างกว่ามาก ซึ่งผลจากการวิจัยทำให้เห็ดชนิดดังกล่าวขึ้นได้ดีทางภาคใต้ของประเทศไทยเนื่องจากมีสภาพอากาศค่อนข้างชื้น จึงเหมาะแก่การเพาะเห็ดมิลค์กี้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้หากเกษตรกรท่านใดสนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้วิธีการเพาะเห็ดมิลค์ได้ฟรีเป็นประจำทุกวันเสาร์ของเดือน เนื่องจากเป็นพืชทางเลือกใหม่ที่สร้างรายได้ดีกว่าการกรีดยางพารา ที่ในช่วงนี้ยังคงเกิดวิกฤตราคายางพาราตกต่ำอย่างต่อเนื่อง และบางช่วงจะต้องหยุดกรีดยางเพราะสภาพอากาศไม่อำนวยนั้น แต่การเพาะเห็ดมิลค์กี้สามารถออกดอกเห็ดได้ตลอดช่วยสร้างรายได้หลักทำรายได้ดีตลอดทั้งปีแม้จะในช่วงฝนตกหนักก็ตาม

ส่วนลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งเห็ดมิลค์กี้ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 092-2974111 จะขายในราคากิโลกรัมละ 400 บาท หรือสามารถสั่งซื้อเป็นขีดในราคาขีดละ 40 บาท สั่งได้ตามที่ลูกค้าต้องการ แต่หากลูกค้าเดินทางมาซื้อด้วยตนเองที่ฟาร์มเห็ดอารมณ์ดีมิลค์กี้ตรัง จากราคากิโลกรัมละ 400 บาท จะเหลือเพียงกิโลกรัมละ 300 บาท