จับแล้วนศ.สาว แม่ “ทารก” ยัดลังโฟม

Home / ข่าวทั่วไป / จับแล้วนศ.สาว แม่ “ทารก” ยัดลังโฟม


เจอตัวแล้วแม่เด็กทารกที่นำศพใส่กล่องโฟมนำไปวางทิ้งไว้หน้าหอพักแฟนหนุ่ม เด็กส่งพิซซ่าในจ.ปทุมธานี เป็นน.ศ.สาววัย 19 ปี เผยจดทะเบียนสมรสและมีลูกด้วยกันมาแล้ว 1 คน ก่อนที่จะแยกกันอยู่ เพราะครอบครัวฝ่ายชายไม่พอใจ น.ศ.สาวเลยต้องส่งลูกไปให้พ่อแม่เลี้ยงแล้วตัวเองมาเรียนต่อ แต่ยังแอบไปมาหาสู่กันจนเกิดตั้งท้องขึ้นมาอีก

ฝ่ายหญิงแฉสุดแค้นเพราะหลังรู้ว่าตั้งท้องก็บอกให้ไปทำแท้ง แถมยังจับได้ว่าไปติดหญิงอื่นด้วย ไปหาซื้อยาสอดทางอินเตอร์เน็ต แล้วนัดแฟนหนุ่มมาที่หอพักช่วยกันลงมือทำจนเด็กแท้ง ก่อนที่ฝ่ายชายจะรีบชิ่งกลับบ้าน น.ศ.สาวเลยนำศพเด็กใส่กล่องมาวางทิ้งเพื่อประชด

ขณะที่เด็กส่งพิซซ่าอ้างไม่แน่ใจว่าเป็นลูกหรือไม่เพราะแฟนสาวก็มีหนุ่มๆ มาติดพัน จึงตกลงว่าจะทำแท้งเนื่องจากคงเลี้ยงดูไม่ไหว แต่ไม่นึกว่าแฟนสาวจะส่งศพทารกมาให้จนกลายเป็นเรื่องใหญ่โต สุดท้ายตร.จับดำเนินคดีทั้งคู่

จากคดีสะเทือนสังคมหญิงสาวทำแท้งลูก ในครรภ์อายุ 3 เดือน แล้วนำศพใส่กล่องโฟมส่งมาให้แฟนหนุ่มวัยรุ่น กับครอบครัวที่หอพัก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยโทรศัพท์มาบอกว่าจะนำของมามอบให้ เมื่อฝ่ายชายได้รับของก็กลัวว่าจะเป็นระเบิด เนื่องจากมีปัญหากับแฟนสาวนักศึกษาอยู่ จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบถึงพบว่าเป็นศพเด็กทารก

ฝ่ายชายยอมรับว่ามีสัมพันธ์กับแฟนสาวจนตั้งครรภ์ แต่ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ประกอบกับคนที่บ้านเห็นว่ายังเด็กจึงไม่อยากให้ติดต่อกันอีก ตำรวจเชื่อว่าฝ่ายหญิงคงเจ็บแค้นจึงไปทำแท้ง และส่งศพลูกทารกในท้องมาประชด ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 2 มี.ค. พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผบก.ภ.ปทุมธานี พร้อมด้วยพ.ต.อ. อำนาจ จันทร์เจริญ รองผบก.ภ.ปทุมธานี, พ.ต.อ. นครพัฒน์ พรหมพันธุ์ ผกกสภ.คลองหลวง และพนักงานสอบสวนนำตัวนายพีรพัฒน์ หรือเหน่ง คงหมื่นไวย อายุ 19 ปี

ทำงานเป็นพนักงานส่งพิซซ่า และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มาสอบสวนที่สภ.คลองหลวง หลังพบว่าเป็นพ่อ-แม่ของศพเด็กทารกในครรภ์ที่ถูกทำแท้งแล้วนำมาทิ้งไว้หน้า หอพักของนายพีรพัฒน์

น.ส.บี สารภาพว่า เป็นคนนำศพทารกในครรภ์ที่เพิ่งทำแท้งมาวางไว้หน้าหอพักนายพีรพัฒน์ เพราะแค้นใจที่ไม่รับผิดชอบทั้งยังถูกครอบครัวฝ่ายชายกีดกันอีกด้วย นักศึกษาสาวระบุว่าเคยอยู่กินจดทะเบียนสมรสกับนายพีรพัฒน์ โดยมีบุตรด้วยกัน 1 คน ปัจจุบันอายุ 3 ขวบเศษ ส่งไปให้แม่ของตนช่วยเลี้ยงดู

แต่ต่อมาแยกกันอยู่เพราะครอบครัวฝ่ายชายคอยกีดกัน แต่ยังแอบนัดเจอกันบ่อยๆ กระทั่งมาทราบว่าตั้งท้อง นายพีรพัฒน์ เริ่มตีตัวออกห่างโดยจับได้ว่ามีผู้หญิงคนอื่น และยังมาบอกอีกว่าคงไม่สามารถเลี้ยงดูลูกที่จะเกิดออกมาได้ จึงบอกให้ไปทำแท้งพร้อมให้เงินมาด้วย

นักศึกษาสาวให้การอีกว่า หาซื้อยาทำแท้งชนิดสอดจากอินเตอร์เน็ตราคาเม็ดละ 1,000 บาท จำนวน 2 เม็ด กระทั่งในคืนวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านม ก็ลงมือสอดยาเพื่อทำแท้งภายในห้องพัก โดยนายพีรพัฒน์ คอยช่วยเหลือด้วย กระทั่งตอนเช้านายพีรพัฒน์ ก็เดินทางกลับบ้านทิ้งให้ตนอยู่เพียงลำพัง จนเด็กในท้องแท้งและหลุดออกมา ด้วยความแค้นจึงห่อศพใส่กล่องโฟมส่งไปที่บ้าน

ด้านนายพีรพัฒน์ พ่อวัยกระเตาะสารภาพว่าร่วมกับเมียนักศึกษาทำแท้งลูกคนที่ 2 จริง โดยอ้างว่าไม่แน่ใจว่าเป็นลูกที่เกิดด้วยกันหรือไม่ เพราะทราบว่ามีผู้ชายมาติดพันน.ส.บีหลายคนเช่นกัน จึงเป็นเรื่องทำให้ทะเลาะกันบ่อยครั้ง ตกลงร่วมกันว่าจะทำแท้ง เพราะหากปล่อยให้เด็กเกิดออกมาคงดูแลไม่ไหว กระทั่งวันเกิดเหตุ น.ส.บีโทรศัพท์มาบอกว่ามีของมาฝากเอาไว้ให้ลงไปรับด้วย โดยไม่คิดว่าจะเป็นศพเด็กทารกที่เพิ่งทำแท้งออกมา

ด้านตำรวจหลังสอบ ปากคำแล้ว แจ้งข้อหากับทั้ง 2 คน โดยนายพีรพัฒน์ ถูกดำเนินคดีข้อหาตามมาตรา 302 ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนน.ส.บี มีความผิดตามมาตรา 301 ผู้ใดทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นแท้งลูก มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันเดียวกันนายกิตติ สมานไทย ผอ.สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยให้เราพบเห็นบ่อยมากขึ้น โดยเด็กไม่ป้องกันปัญหาที่จะตามมาภายหลัง ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาเด็กตั้งครรภ์ตามมา พ่อแม่ไม่ควรผลักภาระให้เด็ก

ทั้งนี้เหตุเกิดที่หอพัก ซึ่งตนเคยเชิญหอพักในเขตกทม. และปริมณฑล มาประชุมให้นโยบายไปแล้วว่า ให้ช่วยสังเกตการณ์พฤติกรรมเด็ก และคอยประสานกับสถาบันการศึกษา และพ่อแม่ผู้ปกครองเด็ก ซึ่งแต่ละหอพักต้องมีรายชื่อของผู้ปกครองเด็กเพื่อคอยแจ้งเหตุ แต่ก็น่าเห็นใจหอพัก เพราะเด็กบางคนมาอยู่ไม่กี่เดือนย้ายหอพักไปเรื่อยก็มี

” เหตุการณ์เด็กผู้หญิงส่งศพเด็กทารกอายุแค่ 3-4 เดือน ที่ถูกทำแท้งใส่กล่องไปให้ฝ่ายชายถึงหอพัก เพราะถูกพ่อแม่ฝ่ายชายกีดกันไม่ยอมรับนั้น เป็นภาพสะท้อนสังคมที่รุนแรงสะเทือนความรู้สึกคนในสังคมมาก จุดแรกที่เกิดเหตุ

คือ หอพักต้องตรวจสอบอยู่ตลอดเวลามีสิ่งแปลกปลอมอะไรเข้ามาที่หอพัก ส่วนพ่อแม่เด็กเมื่อส่งลูกมาอยู่หอพักตามลำพังแล้ว ต้องหมั่นมาตรวจสอบดูแลด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดเหตุแล้วผลักภาระให้เด็กแก้ปัญหาเองแบบนี้” นายกิตติกล่าว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด