เจ้าพ่อนมเน่าโผล่สภาฯ ยอมรับเลี่ยงภาษีนมโรงเรียนมาแล้ว 2 ปี

Home / ข่าวทั่วไป / เจ้าพ่อนมเน่าโผล่สภาฯ ยอมรับเลี่ยงภาษีนมโรงเรียนมาแล้ว 2 ปี

04-03-09-021

เจ้าพ่อนมเน่า โผล่รับกลางกมธ.เลี่ยงภาษี 2 ปี แฉเป็นเงินเกือบพันล้าน ลั่นจับโจรได้แล้ว ชงนายกฯ เชือดพรุ่งนี้ เตรียมส่งดีเอสไอ-ปปช.-ผู้ตรวจการแผ่นดินสาวผู้อยู่เบื้องหลัง เชื่อนักการเมืองมีเอี่ยวจากมติครม. 30 พ.ย. 2548 เปิดช่องนำเข้านมผงผสมให้เด็กดื่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาปัญหานมโรงเรียนไม่ มีคุณภาพ และมาตรฐาน โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง ประกอบด้วย นายเจริญ เดชเกิด ตัวแทนผู้ประกอบการส่งนมรายใหญ่ในโซน 2 ภาคใต้

นายวิศวะ คงแก้ว ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร นายสมศักดิ์ จันทร์รุ่ง ตัวแทนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนกรมสรรพากร พร้อมตัวแทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ.)ตัวแทนผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ตัวแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เข้าสังเกตการณ์

ภายหลังการประชุม นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยนายสุวโรช พะลัง ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ร่วมกันแถลงข่าว

โดยนายประชา กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงปัญหานมบูด นมเน่า นมเสีย และนมไม่ได้มาตาฐาน โดยเชิญหน่วยงานทุกส่วนมาชี้แจง และพบหลักฐานการจัดส่งนมโดยเฉพาะนมผงขาดมันเนยที่นำเข้ามาในประเทศสำหรับ เลี้ยงสัตว์ ที่นำเข้าเกินความจำเป็นที่จะใช้ในประเทศ ไม่ทราบว่าหน่วยงานต่างๆปล่อยให้นำเข้าได้อย่างไร เชื่อว่าส่งที่เกินจะนำไปแปรรูปเป็นส่วนผสมของนมโรงเรียน ทำให้นมโรงเรียนขาดคุณภาพ

“ขณะนี้คณะกรรมาธิการใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว โดยสรุปข้อมูลนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มี.ค. ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีดำริที่จะกวาดล้างกระบวนการดังกล่าว และดำเนินการประมูลนมให้โปร่งใส พร้อมส่งข้อมูลให้ดีเอสไอ. ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ในการติดตามเส้นทางการเดินของเงินเพื่อหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังต่อไป เพราะเท่าที่ตรวจสอบนายเจริญ ปิดปากไม่ยอมเอ่ยพาดพิงนักการเมืองหรือผู้อยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด แต่เชื่อว่าจะมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง “นายประชาระบุ

ด้านนายสุวโรช กล่าวว่า นอกจากนี้นายเจริญ เดชเกิด ผู้รับสัมปทานเอเยนต์รายใหญ่ภาคใต้ ได้มาชี้แจงด้วย โดยที่ประชุมได้มีการซักถามถึงขั้นตอนการจัดส่งน้ำนมจากสหกรณ์โคนมหนองโพธิ์ ราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) มายังวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ได้ความว่า นายเจริญ มีการหลบเลี่ยงภาษีในช่วง 2 ปี โดยมีวิธีการทำสัญญาร่วมค้ากับส่วนราชการคือวิทยาลัยเกษตรฯ และเป็นคนลงทุนสร้างโรงงาน จัดหาเครื่องจักร และป้อนวัตถุดิบให้กับวิทยาลัยดังกล่าว

โดยที่วิทยาลัยดังกล่าวไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ได้ส่วนแบ่ง 12 สตางค์ต่อถุง ทั้งๆ ที่ราคากลางอยู่ 5-6 บาทต่อถุง ดังนั้นส่วนที่เหลือนายเจริญ จึงรับไปคนเดียว และขั้นตอนการรับเงิน ทางอบต.จะสั่งจ่ายเชคในนามวิทยาลัยเกษตรฯ และนายเจริญ จะไปรับเงินจากวิทยาลัย ซึ่งทางวิทยาลัยได้หักส่วนแบ่งไว้เรียบร้อยแล้ว โดยนายเจริญ ยอมรับว่าไม่ได้มีการเสียภาษี และทางวิทยาลัยก็ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย

“ต้องขอบคุณนายเจริญ ที่กล้าเข้ามาชี้แจง ถือว่าเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ มาแรง มีทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ภูเก็ต ธุรกิจโรงเบียร์ ธุรกิจร้านอาหาร ดังนั้นจึงต้องจับตานายเจริญเป็นพิเศษ เพราะนายเจริญ ยอมรับกลางที่ประชุมว่า ได้รับสัมปทานส่งนมโรงเรียน 3 แห่งในภาคใต้ โดยทำร่วมกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิชัย นครศรีธรรมราช และที่สงขลา โดยไม่มีการจ่ายภาษีแต่อย่างใด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านายเจริญน่าเลี่ยงภาษีในช่วง 2 ปี เป็นเงินเกือบพันล้านบาท ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่กรมสรรพากรจะต้องไปดำเนินการต่อไป”นายสุวโรช กล่าว

ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯผู้นี้ กล่าวอีกว่า สำหรับขบวนการหลบเลี่ยงภาษีนั้นมีการอ้างว่าเป็นการลงทุนกับวิทยาลัย ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อการเกษตร ทำสัญญากัน 10 ปี ซึ่งนายเจริญยอมรับทุกขั้นตอน และเป็นที่น่าสังเกตด้วยว่านายวิศวะ เป็นอาจารย์เก่าของนายเจริญ โดยส่วนหนึ่งที่นายวิศวะ ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยคือการมีส่วนร่วมในการให้เจริญ หลีกเลี่ยงภาษี การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดในเรื่องฮั้ว ทางกรรมาธิการฯจะส่งให้ป.ป.ช.ตรวจสอบ แต่เราจะเดินหน้าจับคนที่เป็นเหลือบหากินกับนมเด็ก

นายสุวโรช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมของนายเจริญ ช่วงที่ผ่านมาว่าเคยถูกดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารเบิกเงิน 280 ล้านบาทมาใช้ แต่ปรากฎว่ามีการยอมความกัน โดยนายเจริญยอมจ่ายค่าเสียหายให้สหกรณ์โคนมเพิ่มอีก 9 แสนบาท ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าเรื่องนี้เป็นความผิดอาญาไม่สามารถยอมความกันได้ แต่เหตุใดจึงมีการยอมความกันง่าย ๆ น่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ และนำไปสู่การจัดโผ 68 บริษัทในการได้รับสัมปทานจัดส่งนมโรงเรียน

?นายเจริญถือเป็นเจ้าพ่อนมในยุทธจักร แม้มีการยอมรับว่าไม่ได้เสียภาษี แต่นายเจริญยังเป็นผู้บริสุทธิ์ แค่อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย ตอนนี้พูดภาษาชาวบ้านว่า เราจับโจรได้แล้ว ส่วนจะมีใครหรือมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ให้ดูจากมติครม.วันที่ 30 พ.ย. 2548 จะรู้ว่าใครอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง ใครเป็นคนเสนอเข้าครม. โดยในวันที่เสนอมีการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหานมทั้งระบบ โดยแบ่งเป็นนมดิบ นมโรงเรียน นมผงขาดมันเนย ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น และยังมีการแก้ไขปัญหาระยะยาวอีก”นายสุวโรช ระบุ

นายสุวโรช กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาในขณะนี้จากข้อมูลของกรมศุลกากรชี้ชัดว่า มีการนำเข้านมผงขาดมันเนยมากเกินความจำเป็น ซึ่งอาจมีการเล่นแร่แปรธาตุ นำไปผลิตเป็นนมผงให้เด็ก อยากให้รัฐบาลไปดูในสต็อกว่าเหลืออยู่เท่าไหร่ และที่เหลือเอาไปที่ไหน และเอาไปทำอะไร เพื่อความชัดเจนในการตรวจสอบ

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก คมชัดลึก