สงกรานต์ไร้น้ำเมา งดขายเหล้า 3วัน

Home / ข่าวทั่วไป / สงกรานต์ไร้น้ำเมา งดขายเหล้า 3วัน

09-03-05-01

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานในการประชุมเพื่อหารือเรื่องมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ โดยมีตัวแทน บริษัทผู้ผลิตต่างๆ สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมโรงแรม และเครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ เข้าร่วม โดยใช้เวลาประชุมร่วม 4 ชั่วโมง

นาย วิทยากล่าวว่า เป้าหมายห้ามขายคือลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล แต่จะทำอย่างไรให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บและพิการน้อยลงที่สุด ทั้งนี้ กระบวนการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะพุ่งไปยังปัญหาที่แท้จริง ไม่มีการเหวี่ยงแหไปกระทบไปถึงธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม? แต่จะคุมร้านสะดวกซื้อกับร้านขายของชำ ซึ่งคงไม่มีใครเข้าเมืองไปซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงแรม ทั้งนี้ หากมาตรการนี้ได้ผลดี จะนำมาเป็นต้นแบบใช้ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเทศกาลอื่นๆ เช่น ปีใหม่

นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า จะนำแนวทางที่ที่ประชุมเสนอเกี่ยวกับการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี นี้ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าให้ห้ามขายทั้งวัน ส่วนจำนวนวันที่ห้าม มีการเสนอ 4 แนวทาง ได้แก่ 1.ห้ามขาย 1 วัน 2.ห้ามขาย 3 วัน 3.ห้ามขาย 5 วัน และ 4.ห้ามขายทั้ง 7 วัน เสนอ รมว.สาธารณสุข นำเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบว่าจะห้ามในช่วงเวลาใด ก่อนให้นายกฯ จะลงนามในประกาศสำนักนายกฯ เพื่อให้มีผลบังคับใช้? เชื่อว่าจะทันเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายนปีนี้

รมช.สาธารณสุขกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอจัดโซนนิ่ง คิดว่าควบคุมได้ลำบาก เพราะคนไปซื้อเหล้า เบียร์ในโซนนิ่ง แต่นำมาดื่มนอกพื้นที่อยู่ดี จะไม่ประชุมรับฟังความเห็นจากผู้ประกอบการค้าส่ง ค้าปลีกอีก เพราะประชุมร่วมกับผู้ผลิตแล้ว ซึ่งบอกต่อผู้ค้าแต่ละบริษัทได้โดยตรง ส่วนร้านค้าทั่วไป สธ.จะออกโฆษณาแจ้งให้ทราบทั่วประเทศ

?จะเสนอทั้ง 4 แนวทาง แต่ถ้าพิจารณาจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะเห็นว่าเกิดมากช่วงกลางเทศกาล ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าให้ห้ามขาย 3 วัน จึงเป็นไปได้ที่ในปีแรกนี้จะทดลองห้ามขายทั้งวัน 3 วันในช่วงกลางเทศกาลซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด หลังจากนั้นจะประเมินผล หากพบว่าช่วยให้สถิติอุบัติเหตุลดลงชัดเจน ปีต่อไปอาจจะขยายวันห้ามขายมากขึ้นรวมไปถึงช่วงต้นและปลายเทศกาลด้วย? นายมานิตกล่าว

นพ.ทักษพล ธรรมรังษี แผนงานพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านนโยบายแอลกอฮอล์ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ควรต้องขยายการควบคุมการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท และควบคุมการดื่มในที่สาธารณะตลอดช่วงวันหยุดยาวเทศกาล โดยเทศกาลสงกรานต์ห้าม ขายตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน และ ปีใหม่วันที่ 29 ธันวาคม-2 มกราคม

เนื่องจากมีข้อมูลชี้ว่า การผลิตเบียร์สูงที่สุดในรอบปี คือ เดือนมีนาคม และธันวาคม และมียอดจำหน่ายสูงสุดในเดือนเมษายนและธันวาคม สอดคล้องกับสถิติเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 2.6 เท่า และมีคดีความรุนแรงเพิ่มขึ้นช่วงเทศกาล ช่วงเทศกาลจึงเป็นเวลาทองของผู้ประกอบการเหล้า เบียร์ มาตรการเมาไม่ขับแก้ปัญหาได้ร้อยละ 50 แต่ยังมีปัญหาอื่นๆ เช่น คดีความรุนแรง ลวนลามทางเพศ

?หาก นำเรื่องเงินเป็นตัวตั้ง เอาผลกระทบการท่องเที่ยวมาพิจารณา เชื่อว่าจะมีผลกระทบบ้าง แต่ระยะสั้น ถ้ามองมูลค่าความสูญเสียทางสังคม ถือว่ามีมากประมาณ 800 ล้านบาทต่อวัน อีกทั้งการกระจายผลประโยชน์ กับผลกระทบมีความขัดแย้งกัน โดยประชาชนประมาณร้อยละ 20 ของทั้งหมดได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนผู้ที่มีรายได้เพิ่มร้อยละ 10 แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าร้อยละ 10 ผู้ที่ได้ผลประโยชน์มีเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น การตัดสินใจควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเทศกาล จะลดผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของประชาชน”? นพ.ทักษพลกล่าว

นายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผอ.สายการตลาด บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า บริษัทยินดีร่วมมือไม่ว่า สธ.จะกำหนดกี่วันในการห้ามขาย แต่การห้ามการจำหน่ายเป็นแค่การย้ายปัญหาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ย้ายการซื้อจากร้านสะดวกซื้อไปร้านของชำ หมายถึงย้ายจากสถานที่ควบคุมได้ เป็นสถานที่ที่ควบคุมไม่ได้ จะทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุย้ายจากช่วงสงกรานต์เป็นก่อนสงกรานต์ จากบริโภคแค่ 10 ขวด เปลี่ยนไปตุนไว้เป็น 10 ลัง ปริมาณการบริโภคก็เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย

นาย ฉัตรชัยกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมาตรการของ สธ.ไม่ได้ทำให้ยอดขายลดลง แต่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น เพราะเกิดการกักตุน ไม่ว่ากำหนดมาตรการใดก็ไม่มีผลกับผู้ประกอบการและผู้ผลิตอยู่แล้ว? ทั้งนี้ ข้อเสนอ คือ 1.ต้องแก้ปัญหาที่วุฒิภาวะกับคน ให้การศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ขึ้นมา อาจใช้เวลานานแต่ก็ต้องทำเป็น 10 ปี และ 2.ใช้แรงจูงใจด้านมาตรการภาษี โดยเพิ่มเพดานภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้สูงขึ้นเพื่อลดการบริโภคและจูงใจ ให้ผู้ผลิตเปลี่ยนมาผลิตสินค้าที่มีดีกรีต่ำลง แต่ปัจจุบันมาตรการทางภาษีส่งเสริมให้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีกรีสูงขึ้น

นาย ปริญ มาลากุล ณ อยุธยา ผอ.ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท ไทยเอเซียแปซิฟิก บริเวอร์รี่ ผู้ผลิตเบียร์ไฮเนเก้น กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพเสียก่อน เพราะหากออกกฎหมายใหม่ก็ใช้ไม่ได้จริง อย่างไรก็ตาม ภาครัฐจะออกกฎหมายอะไรมา ภาคธุรกิจก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายอยู่แล้ว

นาย ธนากร คุปตจิตต์ รอง ผอ.ฝ่ายรัฐกิจและกฎหมาย? บริษัท ดิอาจิโอ? โมเฮท เฮนเนสซี่ จำกัด กล่าวว่า การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่กระทบต่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า เพราะตามมาตรา? 28 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ได้ยกเว้นอยู่แล้ว และช่วงเทศกาลวันหยุดยาว โรงงาน บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็หยุดทำการ แต่เรื่องนี้จะกระทบต่อผู้ค้าปลีก ร้านโชห่วยต่างๆมากกว่า ซึ่ง สธ.ควรจะเชิญผู้ประกอบการส่วนนี้มาประชุมรับฟังความเห็นด้วย

นายศักรินทร์ ช่อไสว ผอ.สมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในแง่การท่องเที่ยวถือว่าไม่เหมาะสมเพราะมาตรการภาครัฐจะส่งผลกระทบต่อการ รับรู้ของนักท่องเที่ยว บางส่วนไม่เข้าใจแม้ว่าเหตุผลภาครัฐห้ามไม่ให้ผู้ที่ขับขี่รถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์เมาแล้วขับ ซึ่งในประเทศดูไบ ห้ามขายห้ามดื่มเหล้าแต่หากเป็นในโรงแรมอนุญาตให้ขายได้? 24 ชั่วโมง

วัน เดียวกัน ที่ศูนย์ประชุมวิจัยจุฬาภรณ์ นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวในการเป็นประธาน ประกาศเจตนารมณ์เพื่อขับเคลื่อนให้งานบุญประเพณีปลอดเหล้าที่ ศูนย์ ว่า ที่ผ่านมากระแสทุนนิยมที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้คนหันมาดื่มสุรา สิ่งของมึนเมากันมากขึ้น การที่ทุกฝ่ายร่วมรณรงค์และเห็นความสำคัญของการรณรงค์งดเหล้าจะเป็นเรื่องที่ดีต่อสังคม จึงอยากเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศ ร่วมกันรณรงค์งดเหล้าในวันเทศกาลงานบุญทุกประเภท

” อย่าใช้งานบุญเป็นงานแฝงเพื่อดื่มเครื่องดื่มมึนเมา เพราะจะไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์งานบุญ 100% อีกทั้งยังไม่ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันสงกรานต์ที่จะถึงนี้ วธ.รับเป็นแม่งานในการวางกรอบงานสงกรานต์ทั้ง ประเทศ จะนำเรื่องการรณรงค์งดดื่มสุรา บรรจุเป็นประเด็นหลักของการรณงค์ครั้งนี้ เพื่อลดอุบัติเหตุที่มักจะเกิดขึ้นในงานบุญของทุกปี” รมว.สาธารณสุขกล่าว

นพ.อุดมศิลป์? ศรีแสงนาม ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของเครือข่ายประชาคมงดเหล้า ระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคมในปี 2551 พบว่า มีงานบุญและงานประเพณี 947 งาน ทั่วประเทศที่กำลังตกอยู่ในภาวะเปื้อนน้ำเมา แต่คาดว่าจะมีมากกว่านี้ โดยค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเหล้าในงานบวชและงานศพ เฉลี่ยงานละ? 20,000-25,000 บาท

นพ.อุดมศิลป์กล่าวอีกว่า จากการสำรวจงานปอยในภาคเหนือ 10 หมู่บ้าน พบว่า ค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเหล้าคิด เป็น 32% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่ค่าอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ 53 % และที่น่าตกใจ คือ เป็นเงินทำบุญเพียง 15% เท่านั้น ซึ่งถือว่าค่าเหล้าสูงกว่างานบุญถึง 1 เท่าตัว อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่ดีๆ ที่สวนกระแสเป็นงานบุญประเพณีปลอดเหล้าต้นแบบ 10 แห่ง เช่น อ.โพธิศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ ที่ประกาศเป็นอำเภอปลอดเหล้า และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนมากถึง 16 ล้านบาทต่อปี

?การประกาศเจตนารมณ์เพื่องานบุญประเพณีปลอดเหล้า จะเพิ่มพื้นที่ต้นแบบบุญประเพณีปลอดเหล้า จับมือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ บังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 ให้เกิดผลบังคับใช้อย่างจริงจัง

ยกระดับงานบุญปลอดเหล้าให้เป็นนโยบายสาธารณะทั้งในระดับชาติจนถึงระดับชุมชน และร่วมเปิดโปงเบื้องหลังของธุรกิจแอลกอฮอล์ที่สนับสนุนงานบุญให้เปื้อน เหล้าเพื่อบดบังภาพลักษณ์ที่เป็นสินค้าอันตรายและเป็นอบายมุข? นพ.อุดมศิลป์กล่าว
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก คมชัดลึก