จะเอายังไง… ศปภ. VS กทม. การเมืองไม่การเมือง ประชาชนรับกรรม!

Home / ข่าวทั่วไป / จะเอายังไง… ศปภ. VS กทม. การเมืองไม่การเมือง ประชาชนรับกรรม!

จะเอายังไง… ศปภ. VS กทม. การเมืองไม่การเมือง ประชาชนรับกรรม!

Mthainews: ดูเหมือนตลอดระยะเวลาของวิกฤติน้ำท่วมที่ผ่านมา เกิดคำถามขึ้นมากมายสำหรับประชาชนอย่างเราๆ ว่า เกิดอะไรขึ้นกับการทำงานร่วมกันระหว่าง กรุงเทพมหานคร และ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ.ที่มีรัฐบาลเป็นผู้ควบคุมดูแลสั่งการ

จึงเป็นคำถามที่หลายคนอยากได้ความจริงว่า จะต้องเชื่อใคร รวมทั้งใครมีข้อมูลที่จะน่าเชื่อถือเมื่อน้ำท่วมทะลักเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครขณะนี้ หรือทุกอย่างเป็นเพียงแค่เกมส์การเมืองหรือไม่ จนมีคำพูดที่ออกจากปาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่พูดออกมาว่า

เราจะไม่มาเล่นการเมืองกัน แต่จะมาทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนและคนไทยทุกคนอย่ามองว่าการที่เป็นคนละพรรคการเมือง หรือคนละเขตเลือกตั้งจะทำงานร่วมกันไม่ได้ จะต้องคุยอย่างเคร่งครัดในเรื่องเปิดประตูระบายน้ำ

นี่ถือเป็นคำพูดสุดท้าย ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะยึดอำนาจในการประกาศใช้ กฏหมายพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง ตามมาตรา 31 แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 โดยนายกรัฐมนตรีหญิงให้เหตุผลว่า

จากสถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้ ถือเป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมอย่างร้ายแรงจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ยุติลงได้โดยเร็ว และในการระบายน้ำรวมทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนความเสียหาย จะต้องมีการบริหารงานร่วมกันและเกี่ยวพันหลายพื้นที่เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีระบบที่สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องเสริมระดับอำนาจควบคุมและกำกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตามพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550

โดยนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 31 ของพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ให้ศปภ. เป็นศูนย์กลางในการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อระบายน้ำออกไปจากทุกพื้นที่โดยเร็ว รวมทั้งแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ซึ่งความไม่เข้าใจหรือปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นห่วงน้ำท่วมพื้นที่กทม. โดยมีคำพูดที่เหลืออดว่า

“ผมดูแลกรุงเทพฯ ไม่ใช่ทั้งประเทศ”  

เชื่อได้ชัด ๆ ว่า ผู้ว่าฯ ไม่ต้องการให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ และต้องปิดประตูระบายน้ำทั้งหมดไว้ แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อรัฐบาลดูเหมือนจะทำงาน เฉี่อยช้ากับน้ำท่วมตั้งแต่ภาคเหนือ ครั้งแรกที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนจะไหลผ่านในหลายจังหวัด จนคิดว่าน่าจะเอาอยู่ทุกครั้งที่แถลงข่าว แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็เร่งประชาชนให้อพยพ และไม่สามารถควบคุมน้ำได้

นั่นจึงเป็นปัญหาทำให้น้ำเหนือ จ่อล้อมขอบกรุงเทพไว้ฯ จนทะลักเข้าท่วมในหลายเขตพื้นที่อยู่ในเวลานี้ ซึ่งจะมองเป็นอื่นไม่ได้ว่า หมดทางออกของ ศปภ.แล้ว จึงต้องคิดที่จะระบายน้ำผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ โดยต้องการให้ กทม.เปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด เพื่อให้ระบายน้ำผ่านลงสู่ทะเล โดยให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่รับน้ำและเป็นทางผ่าน นี่จึงมองได้ว่าเป็นทางออกสุดท้ายที่รัฐบาลหรือ ศปภ.คิดออกในเวลานี้เท่านั้น

Mthainews

เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย

ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com