หนุ่มเครียดตกงาน-โดดให้รถไฟทับสยอง

Home / ข่าวทั่วไป / หนุ่มเครียดตกงาน-โดดให้รถไฟทับสยอง

พิษ เศรษฐกิจฝืดเคือง หนุ่มใหญ่เครียดตกงาน เมียหอบลูกหนี โทรศัพท์หาพยาบาลพี่สาวตอนตี 3 บ่นว่าเครียดอยากตาย เพราะยังหางานไม่ได้ ก่อนมากระโดดให้รถไฟทับขาดหลายท่อนที่สถานีสนามจันทร์ นครปฐม พี่สาวรู้ข่าวมาดูศพถึงกับร่ำไห้โฮ ไม่นึกว่าน้องชายจะคิดสั้นอย่างนี้

เมื่อ เวลา 08.40 น. วันที่ 21 มี.ค. พ.ต.ท.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งจากนายสุพจน์ โกศลสุวรรณ พขร.ประจำรถหมาย เลข 4501 ขบวนรถไฟที่ 170 ยะลา-กทม. ว่า มีคนโดดขวางให้รถไฟทับเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณสถานีรถไฟย่อยสนามจันทร์ด้านประตูหลังมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์นิติเวชร.พ. ศูนย์นครปฐม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ที่เกิดเหตุพบขบวนรถไฟสายดังกล่าวจอดอยู่ บนรางรถไฟพบศพนายไพศาล สนประ เสริฐ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 198 ถนนริมคลองวัดพระงาม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ในตัวพบกระเป๋าเงินพร้อมเอกสารบัตรประกันสุขภาพ ใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ เงินสด 1,500 บาท ภาพ ถ่าย และซองบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อ สภาพศพถูกรถ ไฟบดทับขาซ้ายขาดจากโคนขา แขนซ้ายขาดจากโคนแขน หน้าท้องแตกสุดสยดสยอง หลังชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นแล้วได้เคลื่อนย้ายศพออกจากราง ขบวนรถ ไฟเดินทางต่อไปยังสถานีนครปฐมหลังจากต้องจอดเสียเวลานาน 50 นาที

พขร. ประจำรถให้การว่า ขบวนรถไฟกำลังชะลอความเร็วเหลือประมาณ 30 ก.ม./ช.ม. เพื่อเตรียมจอดสถานีนครปฐม ขณะหัวขบวนใกล้ถึงสถานีย่อยสนามจันทร์เห็นชายคนดังกล่าวยืนอยู่ที่ข้างป้าย ชื่อสถานี เมื่อหัวรถจักรวิ่งเข้าใกล้ชายดังกล่าวกระโดดเข้ามานอนขวางรางให้รถทับ ไม่สามารถห้ามล้อหยุดได้ทัน ล้อรถไฟไหลทับร่างผู้ตาย จากนั้นได้หยุดรถแล้วแจ้งตำรวจท้องที่และนายสถานีทราบ

ต่อมาน.ส.สุภา ภรณ์ สนประเสริฐ อายุ 36 ปี พี่สาวผู้ตาย ทำงานเป็นพยาบาลร.พ.สนามจันทร์ เดิน ทางมาดูศพหลังจากทราบว่าน้องชายกระโดดให้รถไฟทับเสียชีวิต โดยให้การกับตำรวจด้วยสภาพน้ำตานองหน้าว่า น้องชายเป็นช่างรับเหมาทาสีตามบ้าน อาศัยอยู่กันคนละบ้านกับตน โดยน้องชายเพิ่งเลิกกับภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานาน และภรรยาพาลูกชายไปเลี้ยงดู ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลา 03.00 น. น้องชายโทรศัพท์มาหาบ่นว่าเครียดอยากตาย เพราะหางานทำไม่ได้ ตนก็ได้ปลอบและให้กำลังใจ โดยพูดคุยกันนานร่วม 30 นาทีกระทั่งน้องชายเริ่มสงบลงจึงวางสาย ไม่คิดว่าจะคิดสั้นฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุภาภรณ์ร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อเห็นสภาพศพของน้องชาย พร้อมกับตัดพ้อตัวเองตลอดเวลา จากนั้นติดต่อขอรับศพไปดำเนินการตามประเพณี

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด