สภาเดือด! เฉลิม-กรณ์ ซัดกันนัว ปม พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้าน

Home / ข่าวทั่วไป / สภาเดือด! เฉลิม-กรณ์ ซัดกันนัว ปม พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้าน

สภาเดือด! เฉลิม-กรณ์ ซัดกันนัว ปม พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้าน ฝ่านค้านท้ารับเงื่อนไข 7 ข้อ ด้านรองนายกฯ ลั่นไม่ใช่กู้สร้างหนี้ แต่เป็นการกู้ลงทุนเพื่อชาติ

การอภิปราย ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน วานนี้ (28 มี.ค.) ได้เกิดเหตุการณ์สภาเดือดขึ้นช่วงหนึ่ง เมื่อนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายพร้อมไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะออก พ.ร.บกู้เงินดังกล่าว เนื่องจากตนไม่เชื่อว่าประโยชน์จะอยู่ที่ประชาชน

พ.ร.บ.กู้เงิน, เฉลิม อยู่บำรุง, กรณ์ จาติกวณิช
เฉลิม กรณ์

พร้อมทั้งได้ท้ารัฐบาลให้รับเงื่อนไข 7 ข้อ ประกอบด้วย
1.หากมีความจริงใจขอให้ทำตามที่ผู้นำฝ่ายค้านขอไว้ โดยเอาเอกสารประกอบ พ.ร.บ. มาเป็นบัญชีแนบท้าย
2. หากมีโครงการใดก็แล้วแต่ที่หากล้าช้า ขอให้หมดสัญญาจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปเลย
3. โครงการใดที่จะยกเลิก ต้องไม่โอนเงินเพื่อกู้เด็ดขาด
4. ป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริต และต้องมีการทำอย่างเปิดเผย
5. ต้องการเห็นบทบาทภาคีการต่อต้านคอรัปชั่น โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาตรวจสอบ หากมีกรณีใดที่พบว่าไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ขอให้โครงการนั้นหมดสิทธิ์ไปเลย
6.ขอให้รัฐมนตรีตรีที่เกี่ยวข้องดูแลการขาดดุลทางการทางงบประมาณ
และ7.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนว่าการกระทรวงการคลังต้องดู GDP อย่างที่กล่าวอ้างไว้ ซึ่งหากรัฐบาลรับเงื่อนไขที่เสนอไปทั้งหมด 7 ข้อ ทางฝ่ายค้านก็พร้อมยกมือสนับสนุน

จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงการอภิปรายของ นายกรณ์ โดยระบุว่า ในสภาแห่งนี้ไม่มีการท้าทายกัน และรับเงื่อนไข ซึ่งหากอยากให้มีก็ต้องไปเล่นการเมืองนอกประเทศ จะรับหรือไม่ก็เป็นสิทธิของสมาชิกส.ส.

การที่นายกรณ์ไม่เห็นด้วยกับการกู้นอกระบบตนไม่ค้าน แต่สาเหตุที่รัฐบาลไม่จัดการกู้ในระบบเนื่องจากงบประมาณไม่มีเงิน เพราะงบลงทุนน้อย แต่ภาระใช้จ่ายมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นที่ต้องนำเงิน 2 ล้านล้านบาทมาลงทุน

ที่สำคัญการกู้เงินของรัฐบาลมีโครงการรองรับว่าจะทำอะไรบ้าง แตกต่างกับรัฐบาลชุดก่อนที่ได้กู้เงินมาจากต่างประเทศในลักษณะเดียวกัน แต่ไม่มีโครงการมารองรับ เหมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ จนถูกคณะกรรมการป้องกันปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ตรวจสอบอยู่ในขณะนี้

ส่วนที่รัฐบาลระบุไว้เมื่อตอนหาเสียงว่าจะไม่สร้างหนี้นั้น หมายถึงจะไม่สร้างหนี้จากการทุจริต แต่หนี้จำนวนดังกล่าวที่รัฐบาลจะดำเนินการนั้นเป็นการสร้างหนี้เพื่อการลงทุน

MThai News