“หื่น”รับ-ใช้แหรัด ฆ่าข่มขืนนศ.สาว

Home / ข่าวทั่วไป / “หื่น”รับ-ใช้แหรัด ฆ่าข่มขืนนศ.สาว

e0b8abe0b8b7e0b988e0b899-e0b8a3e0b8b1e0b89a

บช. น.แถลงข่าวจับไอ้หื่นคนงานก่อสร้าง ก่อเหตุฆ่าข่มขืนนักศึกษาสาวพาณิชย์พระนคร ก่อนนำไอ้หื่นไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คนร้ายอ้างประสงค์ต่อทรัพย์ และอยากข่มขืน เพราะเห็นเหยื่อเดินผ่านทุกวัน แฉขั้นตอนการสังหาร ใช้แหรัดจนหมดสติแล้วจึงข่มขืนรูดทรัพย์ ตร.รอหลักฐานจากสถาบันนิติเวช เพื่อดูว่าคนร้ายข่มขืนเหยื่อก่อนตายหรือตายแล้วค่อยข่มขืน เพื่อเพิ่มบทลงโทษเข้าไป การทำแผนวุ่นเพราะฝูงชนนับร้อยฮือเข้ารุมประชาทัณฑ์ จนตร.ต้องรีบนำตัวกลับ

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุฆ่าข่มขืน น.ส.ศรัญญา หรือ “กล้วย” ชวยกระจ่าง อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชการพระนครทิ้งศพไว้ในพงหญ้าบริเวณบ้านกำลังก่อสร้าง ซอยราชพฤกษ์ 11 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กทม. ห่างจากรั้วบ้านผู้ตายแค่ 20 เมตร พบศพเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้นตำรวจสามารถตามจับกุมตัวนายระนอง หรือ “ทิ้ง”บัวผัน คนงานก่อสร้างย่านนั้น ซึ่งเป็นคนก่อเหตุเอาไว้ได้ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เริ่มเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 2 บช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอต ผบก.น.7 พ.ต.ต.ธนโชติ อินพะรัม สว.สส. สน.บางเสาธง ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายระนอง หรือ “ทิ้ง”บัวผัน อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/12 หมู่ 3 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาก่อคดีฆ่าน.ส.ศรัญญา ชวยกระจ่าง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/2 หมู่ 5 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กทม. นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชการพระนคร ทิ้งศพหมกพงหญ้าข้างบ้านพักก่อสร้างไม่มีเลขที่ แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน

พร้อมของกลางแหทอดปลา 1 ปาก เชือกมะนิลา 1 เส้น ซิมการ์ดโทรศัพท์ของผู้ตาย กระเป๋าถือแบบผู้หญิงลายเสือ ภายในมีบัตรประจำตัวประชาชน, บัตรประจำตัวนักศึกษา และบัตรวีซ่าธนาคารกรุงไทยของผู้ตาย จับได้ที่ป้ายรถประจำทางก่อนข้ามสะพานนวลฉวี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ผู้ตายเดินทางกลับบ้าน โดยมีแฟนหนุ่มที่เรียนสถาบันเดียวกันมาส่งปากซอย ตอน 6 โมงเย็น แต่ต่อมาระหว่างทางที่ผู้ตายโทรศัพท์คุยกับบิดาว่าอีก 50 เมตรจะถึงบ้าน ปรากฏว่ามีเสียงร้องและก็หายไป บิดาจึงออกตามหาและไปแจ้งความที่สน.บางเสาธง จากนั้นในช่วงสายวันที่ 1 พ.ค. จึงมีคนพบศพผู้ตาย และพบว่าในจุดใกล้เคียงมีคนงานก่อสร้างคือ นายระนอง หายตัวไป และต้องสงสัยว่าเป็นคนร้ายจึงติดตามจับกุมเอาไว้ได้

พล.ต.ต.อำนวยกล่าวอีกว่า สอบสวนนายระนองให้การรับสารภาพ บอกว่าระหว่างที่จะไปหาปลาพบผู้ตาย จึงใช้แหครอบผู้ตาย ก่อนใช้ปลายรัดคอจนหมดสติไป แล้วลากตัวผู้ตายไปที่จุดเกิดเหตุและปลดทรัพย์สิน จากนั้นจึงเดินกลับไปที่บ้านเอาเชือกมารัดคอผู้ตายจนเสียชีวิต และทำการข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนนำทรัพย์สินที่ได้มีเงิน 720 บาทหลบหนีไป อย่างไรก็ตาม ต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ว่าผู้ต้องหาข่มขืนผู้ตายก่อนฆ่าหรือไม่ หรือฆ่าแล้วค่อยข่มขืน เพราะหากข่มขืนแล้วฆ่าก็จะมีความผิดถึงขั้นประหารชีวิตสถานเดียว

ด้านนายระนองกล่าวว่า ที่ทำไปเพราะอยากได้เงิน ตนทำงานรับจ้างก่อสร้างอยู่ละแวกดังกล่าว เห็นผู้ตายเดินผ่านทุกวัน วันเกิดเหตุจะเดินไปหาปลา กลุ้มใจเนื่องจากเงินไม่มีซื้อยาให้เมียที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ เนื่องจากล้มระหว่างทำงานก่อสร้าง ขณะที่เดินกลับบ้านสวนกับผู้ตาย ด้วยความต้องการเงินไปซื้อยาให้เมีย ที่มีค่าใช้จ่ายบางวันตก 300 บาท บวกกับอารมณ์ชั่ววูบ จึงตัดสินใจใช้แหครอบและรัดคอผู้ตาย ก่อนจะลากตัวไปที่ลับตาคนแล้วลงมือฆ่าข่มขืน

ในชั้นนี้ถึงแม้ผู้ต้องหาจะปฏิเสธ ว่าทำไปเพราะต้องการเงินเป็นอันดับแรก แต่ก็เชื่อว่าน่าจะตั้งใจลงมือข่มขืนด้วย พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝัง ซ่อนเร้น ทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตายไว้ก่อน ส่วนข้อหาข่มขืน จะต้องรอผลการชันสูตรจากสถาบันนิติเวชต่อไป

ต่อมาเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.สานิตย์ เตโช รอง ผกก.(สส.)สน.บางเสาธง พร้อมกำลังกว่า 50 นาย ควบคุมตัวนายระนอง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ จุดแรกเริ่มที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่นำธูป 1 ดอกมาให้นายระนอง จุดขอขมาดวงวิญญาณผู้ตาย หลังจากนั้นได้นำตัวไปชี้จุดพบเหยื่อกลางซอย และจุดที่มีการลงมือทำร้ายร่างกายเหยื่อจนสลบ ก่อนจะลากไปภายในบ้านที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง จากนั้นไปชี้จุดทิ้งศพซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งบรรยากาศการทำแผนครั้งนี้มีประชาชนกว่า 400 คน เดินทางมาดูหน้าคนร้าย พร้อมตะโกนสาปแช่งต่างๆ นานา โดยมีประชาชนจำนวนหนึ่งฮือเข้ารุมประชาทัณฑ์นายระนอง จนตำรวจต้องรีบคุมตัวขึ้นรถกลับออกไป แต่ก็ยังไม่วายถูกชาวบ้านขว้างปารถและกระโดดถีบรถด้วยความโกรธแค้น

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงพานายระนอง ไปที่วัดกระโจมทอง ย่านตลิ่งชัน ซึ่งเป็นที่ตั้งศพน.ส.ศรัญญา เพื่อทำพิธีขออโหสิกรรม แต่เมื่อเดินทางไปถึงวัดปรากฏว่าพบชาวบ้านมาเฝ้ารอจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนแผนนำตัวกลับไปควบคุมที่สน.บางเสาธง เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาอาจจะไม่ปลอดภัยจากการรุมประชาทัณฑ์

พ.ต.อ.บรรหาญ สมเกียรติ ผกก.สน.บางเสาธง กล่าวว่า นอกจากข้อหาที่ตั้งไว้ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังต้องรอผลการชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวชวิทยา ที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จึงจะทราบว่ามีร่องรอยการถูกข่มขืนหรือไม่ หากมีก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมภายหลัง ดังนั้น จะต้องทำการสอบสวนให้ชัดเจน ว่าคนร้ายข่มขืนเหยื่อในช่วงก่อนตายหรือหลังตาย เพราะโทษจะหนักเบาไม่เท่ากัน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด