น้องธันต์ ณิชชารีย์เปิดใจ หลังศาลสิงคโปร์ให้แพ้คดีรถไฟฟ้าทับขาขาด

Home / ข่าวทั่วไป / น้องธันต์ ณิชชารีย์เปิดใจ หลังศาลสิงคโปร์ให้แพ้คดีรถไฟฟ้าทับขาขาด

น้องธันต์ ณิชชารีย์เปิดใจ หลังศาลสิงคโปร์ตัดสินให้แพ้คดีรถไฟฟ้าทับขาขาดปี 2011 บอกรู้สึกเสียใจ แต่ก็จะสู้คดีต่อไป

แม้ว่าศาลสูงสิงคโปร์ จะมีคำสั่งตัดสินให้น้องธันต์ ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ แพ้ในคดีรถไฟฟ้าทับขาขาดทั้ง 2ข้างเมื่อปี 2011 เนื่องจากพิเคราะห์แล้วว่า สถานีรถไฟฟ้าคู่กรณีมีความปลอดภัยมากพอ และส่วนหนึ่งเป็นความประมาทของน้องธันต์เองตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

น้องธันต์ ณิชชารีย์, ข่าวน้องธันต์, รถไฟฟ้าทับขาน้องธันต์ ณิชชารีย์

วานนี้ (3ม.ค.57) หลังศาลมีคำสั่งตัดสินออกไปทางสำนักข่าวไทย ก็ได้ไปสัมภาษณ์ความรู้สึกของน้องธันต์ทันที โดยเธอเผยผ่านผู้สื่อข่าว โดยระบุว่า รู้สึกช็อกและน้ำตาไหลเมื่อได้ทราบคำตัดสินดังกล่าว เพราะได้ตั้งความหวังไว้ว่าอยากได้การดูแล อยากได้ความใส่ใจ เพราะอย่างน้อยเธอก็เป็นชาวต่างชาติที่ไปประสบเหตุในประเทศนั้น

ด้าน นายกิตต์ธเนศ เป็นเอกชนะศักดิ์ คุณพ่อของน้องธันย์เปิดเผยว่า จากเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นความผิดพลาดของบริษัทขนส่ง SMRT ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้อ้างว่ามีการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่แล้ว แต่กลับเพิ่งจะมีการทำแผงกั้นที่ชานชาลาหลังเกิดเหตุกับลูกสาว

ซึ่งตนขอถามว่าทำไมเพิ่งจะมาทำแผงกั้น และเท่าที่ทราบมากฎหมายที่สิงคโปร์ก็ได้บังคับให้มีการทำแผงกั้นให้เรียบร้อยทุกสถานีอยู่แล้ว แถมก่อนที่น้องธันย์จะตกลงไปยังชานชาลา ก็มีคนที่ตกลงไปและเสียชีวิตมาแล้ว 1 รายด้วย และด้วยเหตุนี้ นายกิตต์ธเนศและน้องธันย์ จึงยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าสู้คดีต่อ เพราะต้องการให้คดีนี้กลายเป็นคดีตัวอย่าง และต้องการได้รับการเยียวยา ไม่ใช่ด้วยเงินแต่เป็นการรักษาแผลกายและแผลใจไปพร้อมกัน

ขณะที่ นายทวี ประจวบลาภ ประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 9 ก็ได้เปิดเผยว่า แนวทางของคดีนี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงผลการตัดสินได้ แต่ต้องใช้ทนายความที่มีควมเชี่ยวชาญ โดยคำตัดสินในครั้งนี้ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาของสิงคโปร์ได้

แต่ปัญหาว่าจะอุทธรณ์ได้แค่ไหนนั้นก็ต้องดูที่ข้อเท็จจริงในสำนวน เพราะทางเราไม่ทราบว่าทางนั้นมีการสืบพยานข้อเท็จจริงอย่างไร ทนายของฝ่ายโจทก์ที่ไปว่าจ้างมามีความเชี่ยวชาญอย่างไร ต้องนำข้อเท็จจริงในบริเวณสถานีมาชี้แจงทั้งหมด ฝ่ายจำเลยก็ต้องพิสูจน์ เพราะถ้าเขาไม่พิสูจน์ก็ต้องรับผิดชอบ

ข้อความข่าวจากสำนักข่าวไทย