อ.จักษ์ VS บ.ก.ลายจุด ‘ชัตดาวน์ เป็นอันธันพาล แล้วเผาเมืองเรียกอะไร’

Home / ข่าวทั่วไป / อ.จักษ์ VS บ.ก.ลายจุด ‘ชัตดาวน์ เป็นอันธันพาล แล้วเผาเมืองเรียกอะไร’

วานนี้(9ม.ค.) รายการเจาะข่าวเด่น ดำเนินรายการโดยคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดำ ได้เชิญ ผศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัย นเรศวร และเป็นผู้ที่ขึ้นปราศรัยบนเวที ดีกรีการันตี5 ปริญญา จาก 5 ด้าน ดีเบตกับสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ซึ่งเผยข้อมูลว่าตนไม่เคยจบม.6และไม่มีปริญญาสักใบ ดีเบตกันในหัวข้อชัตดาวน์กรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งของการดีเบตมีดังต่อไปนี้

01

สรยุทธ : ทำไมต้องปิดกรุงเทพฯ

อ.จักษ์ : ต้องเริ่มจากสาเหตุก่อนว่าทำไมคนถึงต้องออกมามากมายขนาดนี้ มันมีที่มาที่ไปแล้วมันก็ก่อตัวมาช้านาน เป้าหมายก็เพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออกจากตำแหน่งเพื่อเข้าสู่กระบวนการปฎิรูปการเมือง ซึ่งทางเลือกอื่นก็มีแต่ไม่มีทางไหนที่ดีกว่านี้ เพราะออกมาชุมนุมสงบก็แล้ว อยู่นิ่งๆก็แล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่ยอม การปิดกรุงเทพจึงเกิดขึ้นอันเป็นเงื่อนไขที่เพิ่มระดับขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

บ.ก.ลายจุด : ช่วงแรกที่มีการเรียกร้องผมเห็นว่ามีความเหมาะสมสอดคล้อง มีความพอดีระดับหนึ่ง ปัจจุบันนี้เลยเส้น เลยธงมาไกล ถึงขนาดกับจะชัตดาวน์กรุงเทพฯ หยุดคนกรุงเทพฯทำงาน สั่งคนโน้นคนนี้ ผมว่ากปปส.ทำเหมือนเป็นอันธพาลไปคุกคามชีวิตของคนอื่นถ้าคุณไม่เห็นด้วยเลือกตั้งมันสิทธิ์อันนั้นเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่การที่คุณบอกว่าคนอื่นไม่ควรไปเลือกตั้งหรือไม่ควรจะมีการเลือกตั้ง อันนี้คุณละเมิดสิททธิ์ คุณต้องเคารพสิทธิ์ก่อน คุณอ้างสิทธิ์ของประชาชนแต่คุณต้องไม่คุกคามสิทธิ์ประชาชนของคนอื่น

อ.จักษ์ : การมาปิดกรุงเทพฯโดยมีการบอกล่วงหน้า แจ้งว่าจะปิดจุดนั้นจุดนี้ เปิดทางให้รถของผู้ที่เดือดร้อนผ่านไปได้ แบบนี้เรียกอันธพาลแล้วปี 53 เรียกว่าอะไร

บ.ก.ลายจุด : คุณต้องการพื้นที่ในการแสดงออกทางการเมือง คุณก็มีพื้นที่ของคุณอยู่แล้วที่ราชดำเนิน แต่คุณมาชัตดาวน์กรุงเทพ ไล่คนที่ไม่เห็นด้วยไม่ให้อยู่ในกรุงเทพ ให้ไปอยู่ที่อื่นก่อน ทำงานอยู่ดีๆคุณก็ไปเกี่ยวสายไฟของเขา ไล่พนักงานไม่ให้ทำงาน ถ้าคุณจะไปกิน นอน บนท้องถนนเพื่อประกาศสิทธิ์ของตัวเองอันนั้นเป็นความชอบธรรมที่เรียกร้องต่อไปได้ แต่การมาชัตดาวน์กรุงเทพฯมันเป็นการคุกคามสิทธิ์คนอื่น

สรยุทธ : แล้วปี 53 เรียกว่าอะไร ถ้าแบบนี้เรียกว่าอันธพาล

บ.ก.ลายจุด :เมื่อปี 2553 มีข้อเรียกร้องขอให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ซึ่งตอนนี้นายกรัฐมนตรีก็ทำเช่นเดียวกันคือยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนและประชาชนก็กำลังจะใช้อำนาจผ่านการเลือกตั้งแต่คุณมาขัดขวางเขาทำไม

อ.จักษ์ : คุณยังไม่ตอบคำถามผม เมื่อสักครู่เขาถามว่าแบบนี้เรียกว่าอันธพาล แล้วปี 53 เรียกว่าอะไร คุณตอบไม่ตรงประเด็น

บ.ก.ลายจุด : แล้วการไปเกี่ยวสายไฟ ไล่คนอื่นไม่ให้อยู่ในกรุงเทพ เราจะเรียกวิธีการนี้ว่าอะไร

อ.จักษ์ : ตรงนี้เป็นการบิดเบี้ยวคำพูดที่ชัดเจนมาก กปปส.ไม่ได้ไล่ให้ออกไป เพียงแต่เสนอแนะบอกว่าถ้าใครไม่เห็นด้วยแล้วเดือดร้อนก็ให้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด การไล่เป็นการใช้อารมณ์แต่นี่ก็การเสนอแนะมันคนละเรื่องกัน

บ.ก.ลายจุด : อ๋อ นี่เรียกว่าเสนอแนะเหรอ ?

อ.จักษ์: ถ้าเสนอแนะแบบนี้เรียกว่าไล่ใช้อารมณ์ แล้วการเผาไล่ละ

บ.ก.ลายจุด : แล้วใครเป็นคนทำให้เดือดร้อน ทำให้คนเขาลำบาก วันจันทร์เขาไปทำงาน ธุรกิจก็ดำเนินกันไป แต่คุณมาชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปิด 7 จุด ประการตัดน้ำตัดไฟ บุกบ้านนายกฯ ผมถามหน่อยเถอะแบบนี้เรียกว่าพฤติกรรมของคนดีจริงหรือ?

อ.จักษ์ : การไปปิดไฟกับการไปเผาไฟ มันคนละเงื่อนไขนะครับ ปิดไฟเดือดร้อนแค่คนที่เกี่ยวพัน พอเปิดไฟมันก็ใช้ได้ แต่ถ้าเผาบ้านเผาเมืองนี่มันกลับมาไม่ได้เลยนะครับ

บ.ก.ลายจุด : ผมจะย้อนให้ฟังว่าเหตุการณ์ปี 53 มันเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลใช้ทหารและอาวุธสงครามเข้ามาสลายการชุมนุมจนเกิดการจราจล โอเค มีเกิดเหตุหลายจุดที่เป็นไปได้ว่าคนเสื้อแดงจะทำ ซึ่งผมก็ยอมรับว่าเป็นไปได้ คดีเซนทรัลเวิลด์ มีข้อสงสัยเต็มไปหมดแต่คดีต่างๆหลุดหมดแล้ว ซึ่งผมเรียกมันว่าจราจลและจราจลทั่วโลกก็เป็นอย่างนั้น ซึ่งผมไม่เข้าใจว่า อ.จักษ์จะโยงไปปี53ทำไม เรากำลังพูดถึงเรื่องปัจจุบัน อนาคต ไม่ใช่เรื่องปี 53

อ.จักษ์ : อ้าวแล้วทำไมต้องมองว่า ความรุนแรงแบบนั้นมันจะเกิดขึ้นกับกปปส. มันไม่เหมือนกันนะ คนละแกนนำกัน คนละแนวทาง
บ.ก.ลายจุด : ก็มันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ทั้งที่บช.น.และใกล้ทำเนียบ ซึ่งพวกคุณก็อยู่ในที่ตั้งดีอยู่แล้ว ราชดำเนินก็รองรับคนได้มากมายอยู่แล้ว จะเคลื่อนไปทำไมให้คนเดือดร้อน

อ.จักษ์ : ถามว่าถ้าคนเดือดร้อนแล้วทำไมทุกครั้งที่เคลื่อนขบวนมีแต่คนออกมาต้อนรับ เอาเงินมาให้ เอาดอกไม้มาให้

บ.ก.ลายจุด : ก็ต้องยอมรับว่ามีคนกทม.ส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมอันนี้ผมยอมรับ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบกปปส. แต่เขาไม่แสดงออกเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย ผมถามว่าคุณมีสิทธิ์อะไรไปคุกคามเขา

อ.จักษ์ : ถ้าใครเดือดร้อนหรือรู้สึกว่าถูกคุกคาม ก็สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ดำเนินการตามกฎหมายได้อยู่แล้ว ผมไม่ได้ห้าม

ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงบทสัมภาษณ์บางส่วนบางตอนเท่านั้น ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถรับชมรับฟัง 2 ทัศนคติจาก 2 ขั้วคนละฝั่งได้แบบเต็มๆ ตามคลิปด้านล่างนี้

MThai News