อ.สมเกียรติ แฉ ทักษิณหมดเปลือก บนเวทีอโศก

Home / ข่าวทั่วไป / อ.สมเกียรติ แฉ ทักษิณหมดเปลือก บนเวทีอโศก

วันนี้(24 ม.ค.) ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล นักวิชาการด้านสื่อมวลชน ได้ขึ้นพูดที่เวทีกปปส. ที่แยกอโศกเป็นครั้งแรก เมื่อคืนวานที่ผ่านมา โดยเป็นการแฉความสัมพันธ์ของตนกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดจนพฤติกรรมการกระทำส่อทุจริต หลีกเลี่ยงและใช้ช่องว่างทางกฎหมาย รวมถึงจุดเริ่มต้นของระบอบทักษิณ เป็นเวลายาวนานกว่า 50 นาที โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ ชื่อ @youdunnowho ได้ทำการสรุปสาระใจความสำคัญของการพูดครั้งนี้ของ ดร.สมเกียรติ แบบเข้าใจง่ายๆ ดังนี้

1013239_417576261709747_21553520_n

คุณค่าของคุณทักษิณ

“ตัวผมรู้จักดร.ทักษิณมาแต่แรกเริ่ม ผมเป็นนักข่าวในวัยหนุ่ม คุณทักษิณกำลังไต่เต้าสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่คุณทักษิณร่ำรวยมากขึ้นจนหลายคนเห็นผิดสังเกต ผมยกมือขึ้นถามตอนกำลังฟังคุณทักษิณบรรยาย คุณทักษิณรวยมากแล้ว ทำไมไม่จัดงบประมาณของ AIS Shincorp เพื่อการวิจัยและพัฒนาสัก 2-3% ดังบริษัทระดับโลก เช่น Samsung เกาหลีใต้ คุณทักษิณตอบว่า อ.ครับ เอาเงินไปวิจัยเพื่อให้ได้นวัตกรรมใหม่ๆเป็นของตัวเองมันสิ้นเปลืองมาก ไม่คุ้มกัน คำตอบนี้ทำให้ผมไม่คิดว่าคุณทักษิณจะสร้างอะไร ผมจึงไม่คิดว่าคุณทักษิณจะมีคุณค่าอะไรมากไปกว่าคนมีเงินมากธรรมดาๆเท่านั้น”

สัมปทาน IBC

“การเข้าไปเอาสัมปทาน IBC จากอสมท.อย่างง่ายๆ ตอนนั้นผมเป็นผู้ประกาศข่าวและเจ้าของบ.เล็กๆที่ไปร่วมงานกับอสมท. ผมได้บอกว่าคุณทักษิณจะทำแบบนี้ไม่ได้ จะเอาสัมปทานจากอสมท.แล้วไปเป็น ผอ.อสมท.เสียเองไม่ได้ คุณทักษิณตอบว่า ถ้างั้นผมก็จะให้ร.ต.อ.เฉลิม ไปเป็นรมต.ประจำสำนักนายกในรัฐบาลพล.อ. ชาติชาย จะได้ตั้งคนที่ไว้ใจได้เป็น ผ.อ. อสมท. จะได้เอาสัมปทาน IBC มาเป็นของชินคอร์ปและทักษิณให้ได้ ผมทึ่งในความสามารถทำธุรกิจแบบเอาให้ได้แต่ไม่ผิดกฎหมาย(?)ของคุณทักษิณจริงๆ  นี่ประมาณสามสิบปีแล้วนะครับ นั่นคือจุดเริ่มของระบอบทักษิณ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีใครรู้จักและเรียกชื่อนี้เลย”

ว่าด้วยเฉลิม-อสมท.

“แล้วก็มาถึงคนที่กำนันสุเทพชอบมาก คือคุณเฉลิม ผมก็ชอบครับ จะเล่าให้ฟัง คุณเฉลิมบอกผมว่าเราเป็นพวกเดียวกันแล้ว คุณเฉลิมให้สัมภาษณ์ว่าพล.อ.เปรมเป็นคนทุจริต ร่ำรวยผิดปกติ มีบ้านถึง 3 หลัง ผมเป็นนักข่าว ช่วยงานอสมท. ก็ทำข่าวเรื่องบ้าน 3 หลัง ข่าวนี้รายงานให้อสมท. เป็นข่าวภาคค่ำว่าพล อ เปรม ไม่ทุจริต ไม่ร่ำรวยผิดปกติ มีบ้าน 3 หลังอย่างเช่นรมต.ประจำสำนักนายก กล่าวหา บ้านที่เกาะยอของพล.อ.เปรม ชาวสงขลาเป็นผู้สร้างให้ ท่านไม่เอา จึงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกาะยอทุกวันนี้ บ้านที่ท่าแร้งบางเขนไม่มี ที่ดินขายไปแล้ว บ้านที่โคราชก็เป็นบ้านประจำตำแหน่ง บ้านที่อยู่สี่เสาก็เป็นบ้านที่อยู่ตามรบ.ของกองทัพ

คุณเฉลิมดูข่าวที่ผมรายงานทางช่อง 9ก็โกรธ โทรมาบอกว่าต่อไปนี้เราแยกทางกันเดิมนะครับ แล้วเราก็แยกทางกันเดินทั้งที่ไม่เคยแต่งงานกัน คุณเฉลิมก็ปลดผมออกจากงานที่ทำร่วมกับอสมท.โดยมติครม.สมัยนั้น แล้วเพื่อนคุณเฉลิมก็เข้ามาสวมสัมปทานสัญญาแทนผม หากินที่อสมท. ที่คุณทักษิณเขียนในหนังสือตาดูดาวเท้าติดดินว่า ผมไม่เคยเกี่ยวอะไรกับอสมท. ที่เขียนเช่นนั้นจึงไม่เป็นความจริง ผมเองเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จนจบ ได้ขีดฆ่าข้อความเท็จไว้ในหนังสือเล่มนั้นมากมาย คุณทักษิณในขณะที่ตาเหม่อมองจ้องดวงดาว เท้าก็เหยียบย่างบนดิน ฟุ้งกระจายแหลกลาญ”

ว่าด้วย ITV

“ต่อมาปี 2543 ผมได้รับเลือกเป้น สว.สุพรรณบุรี คุณทักษิณกำลังตั้งทรท ก็ส่งคนมาร่วมทาบทามเป็นสสบัญชีรายชื่อ ผมปฏิเสธ ต่อมาคุณทักษิณ ก็เข้าไปซื้อหุ้นสถานีโทรทัศน์ ITV จาก 10% เป็นเกือบ 40% ทั้งที่กฎเดิมห้ามไม่ให้ใครถือเกิน 10% มันเหลือติดอยู่ว่าค่าสัมปทาน ITV ต้องจ่ายให้แพงมาก สองหมื่นห้าพันล้านเป็นเวลา 30 ปี คุณนิวัฒน์(ปัจจุบันคือนิวัฒน์ธำรง) เป็นเพื่อนนร.ที่ไปเรียนอเมริการุ่นเดียวกับผม ตอนนั้นป็นผู้บห ชินคอร์ปของคุณทักษิณก็มาชวน ผมก็รับงานเพราะอยากบริหารสถานีข่าว ในชีวิตไม่เคยมีโอกาสเลย ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ทำ ผมก็ตื่นเต้นดีใจ รับงานที่เพื่อนเสนอให้เป็นรอง ผอ ของ ITV สายงานข่าว ถือว่ามีอำนาจมาก คุมข่าวเกือบทุกเวลาทาง ITV ผมได้เงินเดือนจากคุณทักษิณสองแสน ได้รถราคาสองล้านกว่าประจำตำแหน่ง แต่ได้รับคำสั่งว่าผมจะต้องคุมข่าว ITV ช่วยคุณหญิงสุดารัตน์

ผมได้เงินเดือนจากคุณทักษิณสองแสน ได้รถราคาสองล้านกว่าประจำตำแหน่ง แต่ได้รับคำสั่งว่าผมจะต้องคุมข่าว ITV ช่วยคุณหญิงสุดารัตน์ วันไหนพื้นที่ข่าวคุณสมัครมากกว่า จะถูกเรียกไปเตือน โดยจะต้องทำข่าวช่วย “นาย” ให้เข้าสู่อำนาจทางการเมือง เป็นนายกให้ได้ ไม่ต้องห่วงธุรกิจของสถานี เพราะจะแบ่งงบโฆษณาของชินคอร์ป 50% มาลง ITV ส่วนอีก 50% จะลงสื่อทั่วปท. สร้างเครือข่ายสื่อ นี่คือความจริงและที่มาของระบอบทักษิณในยุคเริ่มแรก ที่มีการสร้าง “เครือข่ายเพื่อนฝูงสื่อมวลชน” ให้ดูแลระบอบทักษิณ

ประเด็น ITV ยังมีเรื่องการเปลี่ยนค่าสัมปทาน ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงการแทรกแซงวุฒิสภา คือขอให้อ.สมเกียรติจัดหาพวกในวุฒิสภาให้มากพอเพื่อแก้สัมปทาน จะต้องเปลี่ยนค่าสัมปทาน 25,000 ล้านบาท 30 ปี ให้เหลือต่ำกว่าหมื่นล้านบาท และเมื่อ ITV เข้าตลาดก็จะได้สิทธิซื้อหุ้นในราคาพาร์ ผมเตรียมตัวรวยได้เลยถ้าอยากรวย ผมลาออกจาก ITV ทันที ผมไม่ขอร่วมงานกับคุณทักษิณและชินคอร์ปอีกต่อไป หลังจากผมอยู่ ITV ได้ 2 เดือน และทราบแผนงานของคุณทักษิณที่จะครอบครองประเทศไทยด้วย ITV ”

ว่าด้วยการแทรกแซงวุฒิสภา

“ที่ยิ่งลักษณ์บอกเรื่องนิรโทษกรรมว่าวุฒิสภาเป็นอิสระ รัฐบาลแทรกแซงไม่ได้ ว่าไม่จริงอย่างไร ผมจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนผมเป็นสว. ปี 2544 ดร.ทักษิณนำพรรค ทรท ชนะการเลือกตั้งคะแนนท่วมท้น แต่ยังมีอิทธิพลไม่มากพอในวุฒิสภา ตอนนั้นพล.ต.มนูญกฤต ประธานวุฒิสภา ผมกับคุณโสภณสามารถอภิปรายชนะในการแปรญัตติร่างพรบ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยแก้ไขจากร่างเดิมของคุณทักที่ให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 49% คนไทย 51% ผมกับคุณโสภณสามารถแก้ให้คนไทยถือ 75% ต่างชาติ 25% เพื่อความมั่นคง ความรวยตกกับคนไทยทั้งระบบ ฝรั่งถือ 25% พอ แต่คุณทักษิณต้องการให้ฝรั่งถือเต็มที่ แต่คุณทักษิณเผลอ และแพ้ อย่างไรก็ดี ชัยชนะของอ.สมเกียรติกับคุณโสภณ สุภาพงษ์เป็นชัยชนะช่วงๆสั้นๆ และคุณทักษิณก็แพ้ชั่วครู่เพียง 3 ปีเศษ แล้วคุณทักษิณก็กลับมา กลับมาคราวนี้ปี 2547 นายสุชน ชาลีเครือเป็นประธานวุฒิสภา ปรากฏตัวเป็นแกนนำ ทำกิจกรรมวุฒิสภาสนับสนุนทักษิณและทรท และดันร่างโทรคมนาคมเข้ามาใหม่ แน่นอน ร่างแก้ไขพรบ.โทรคมฯฉบับทักษิณแก้ให้ต่างด้าวถือหุ้นบ.โทรคมฯได้ 49%

ผมกับคุณโสภณก็เตรียมการแปรญัตติให้กลับที่เดิมสิ แต่ผมกับคุณโสภณหมดโอกาสที่จะพูดแม้แต่คำเดียว เขาห้ามผมแปร เพราะขัดกับหลักการที่ร่างไว้ ว่าไม่ตรงหลักการ ที่เขียนไว้ 49% แต่ผมกับคุณโสภณหมดโอกาสที่จะพูดแม้แต่คำเดียว เขาห้ามผมแปร เพราะขัดกับหลักการที่ร่างไว้ ว่าไม่ตรงหลักการ ที่เขียนไว้ 49% แล้วคุณทักษิณก็เอาชนะอาจารย์ได้ในตอนนั้น นี่คือสิ่งที่ทำไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว และที่เลวร้ายที่สุดก็คือตอนนั้น อ.สมเกียรติถูกปิดปากไม่ให้แปรญัตติเพราะว่า “ขัดหลักการ” ของร่าง แต่นิรโทษสุดซอยนั้น แปร “ขัดหลักการ” ของร่างและเสนอเข้ามาได้ นี่คือสิ่งที่คุณทักษิณทำกับผม (เมื่อสิบปีที่แล้ว) แล้วให้พวกตัวเองทำในสิ่งที่ห้ามผมทำ”

ว่าด้วยระบบการครอบงำวุฒิสภา

“ผมประมาณตัวเลขจากการเก็บข้อมูลอย่างถี่ถ้วน สว. ประมาณ 200 คน อยู่ภายใต้การควบคุม มีจำนวน 80-90 คน ส.ว. สายข้าราชการอาวุโสเก่าๆอีกจำนวน จะช่วยลงคะแนนให้คุณทักษิณอีก 4-50 คน ส่วนอิสระอีก 4-50 คนที่ไม่ยอมลงให้ จากการบอกเล่าของสว.สายคุณทักษิณ จะได้รับเงินเดือน 50000-100000 บ. บางครั้งก็มีค่าตอบแทนพิเศษเฉพาะงานในสภาคุณทักษิณใช้เงินไม่มากนัก ช่วงเวลาสามปีเศษหลังแก้พรบ โทรคมฉบับใหม่ ดูแลสว.ไม่ถึงร้อยคนด้วยเงินเพียงเล็กน้อย ผ่านร่างแก้ไขฉบับที่ 2 วันจันทร์ที่ 23 มกราคม ข้ามมาสองวัน ชินวัตรและดามาพงษ์ ก็ขายหุ้นทั้งหมดให้เทมาเส็คเป็นเงิน 73000 พันล้าน ถ้ารีบร้อนขายเท่าที่ขายได้ตามกม.เก่า จะได้เงินเพียง 36000 ล้าน คุณทักษิณรอ 3 ปี ซื้อสวไม่กี่คน ได้กำไรถึงเกือบ 40000 ล้านบาท”

“ท่านมวลมหาประชาชน คุณทักษิณเป็นคนเปิดเผย ทำอะไรได้มาแล้วก็อยากทำใหม่แบบเก่า คิดง่ายๆ ทำมาแล้วไม่เห็นยากอะไรคุณทักษิณมั่นใจว่าการเมืองซื้อได้ ซื้อง่าย ไม่มีเกียรติศักดิ์ศรีอะไรกันนักหนา ที่คุณยิ่งลักษณ์บอกวุฒิสภารัฐบาลแทรกแซงไม่ได้น่ะ อาจถูกต้องตามรธน แต่ตามภาคปฏิบัติของการเมืองพรรคทรท. บอกชัดว่าวุฒิสภาแทรกแซงได้ด้วยเงินซื้อ เขาทำมาแล้วและจะสานต่อไป นี่ครับ โลกของผมที่สวยงาม กำนันสุเทพค่อนแคะผมว่าโลกสวย แต่ตอนนี้กำนันสุเทพพูดถูกครับ โลกผมมันไม่สวยอีกต่อไปแล้ว ผมจึงมาที่นี่เพื่อทำให้โลกสวยกลับที่เดิม มวลมหาประชาชน วันนี้เรากำลังต่อสู้เพื่อล้มระบอบทักษิณ”

MThai News