กสม.ซัดโจรใต้ ฆ่าพระ-เด็กไร้มนุษยธรรม

Home / ข่าวทั่วไป / กสม.ซัดโจรใต้ ฆ่าพระ-เด็กไร้มนุษยธรรม

 ขณะ”ประยุทธ์” ประกาศ ท้ารบโจรใต้ให้แสดงกำลังสู้กับทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม.ออกแถลงการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557  ที่อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี อันเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงและโหดร้าย จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย  เป็นเด็ก จำนวน 1 ราย ผู้สูงอายุ จำนวน 2 ราย และเป็นพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 1 รูป ขณะออกบิณฑบาตตามปกติทุกวันในตอนเช้า  นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ  จำนวน  6 ราย ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งสิ้น ดังปรากฏเป็นข่าวแล้ว นั้น

1.1.1.1-Copy-Copy28-416x300

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  รู้สึกเศร้าสลดและขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อผู้ที่เสียชีวิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ  รวมไปถึงครอบครัวของบุคคลดังกล่าว  ตลอดจนมีความห่วงใยในสวัสดิภาพและชีวิตของประชาชนในพื้นที่   จึงขอประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่โหดร้ายทารุณไร้มนุษยธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน และหลักมนุษยธรรมซึ่งเป็นหลักสากลที่ทุกฝ่ายต้องยึดถืออีกทั้งห้วงระยะเวลาที่ก่อความไม่สงบ เกิดขึ้นในขณะที่พุทธศาสนิกชนทำบุญตักบาตรตามหลักทางศาสนา

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  ในอันที่จะส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและปกป้องหลักการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย อันจะละเมิดมิได้  และเพื่อให้เกิดความสงบและเรียบร้อยอยู่ร่วมกันด้วยความสันติสุข จึงขอเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนคำนึงและควรปฏิบัติดังนี้

1. รัฐบาล  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน  ภาค  4 ส่วนหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ต้องเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว  และรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณชน เป็นระยะๆ

2. รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย แก่ประชาชนในพื้นที่ให้เข้มงวด รัดกุมให้มากยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเด็ก  ผู้สูงอายุ สตรี ผู้เป็นตัวแทนของศาสนาทุกศาสนา และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้องได้รับการปกป้อง  และคุ้มครอง  เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข  ด้วยความร่วมมือของภาคประชาชนในการเฝ้าระวัง และการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และทำให้ความสงบสุขในพื้นที่กลับคืนมา

3. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ต้องเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาความเสียหาย  ฟื้นฟูสภาพจิตใจและความบอบช้ำของผู้ที่ได้รับผลกระทบและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว  ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะติดตามสถานการณ์และติดตามผลการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ อีกทั้งจะดำเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  และนำเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ขอวิงวอนอย่ากระทำความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้เป็นตัวแทนของศาสนาทุกศาสนา และขอให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพในความแต กต่างของกันและกัน  เพื่อนำความสงบและสันติสุขคืนสู่ประเทศไทย

ขณะที่ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า สถานการณ์ภายในประเทศมีปัญหาทำให้ผู้ก่อความไม่สงบใช้ความได้เปรียบเพื่อก่อความรุนแรง เพราะคิดว่าทางเจ้าหน้าที่จะไปสนใจงานด้านอื่น รวมถึงภาระของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น จึงใช้โอกาสาสเพื่อเร่งความรุนแรงให้เกิดขึ้น แต่ขอยืนยันว่ากองทัพยังใช้กำลังทุกภาคส่วนเหมือนเดิมไม่ได้มีการเอาทหารในพื้นที่ภาคใต้มาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ กทม. ซึ่งวันนี้กำลังเร่งเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยพุทธกับมุสลิม โดยศาสนาหนึ่งอาจจะมีมากกว่าอีกศาสนาหนึ่ง โดยมุ่งหวังให้ศาสนาอีกศาสนาหนึ่งลดน้อยลงหรือไม่มีเลย เพื่อที่จะให้เหลือเพียงศาสนาเดียวเพื่อนำพาไปสู่จุดมุ่งหมายสุดท้ายของกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ตนคิดว่าคงไปไม่ถึงจุดนั้น เพราะเรามีการทำงานทั้ง 9 ยุทธศาสตร์  ส่วนการปฏิบัติการยุทธวิธีเชิงรุกเราก็ได้ดำเนินการมาตลอด แต่ไม่อยากให้เป็นข่าว โดยเฉพาะในเรื่องการปะทะกัน ซึ่งการจับกุมดำเนินคดีจะส่งผลกระทบในวงกว้างเพราะจะมีคนไปฉกฉวยโอกาสนี้ว่ารัฐใช้ความรุนแรงในการปราบปรามดังนั้นจะต้องระมัดระวัง และต้องเข้าใจว่าสื่อมีผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะในโซเชียลดีเดีย ถ้าเอาภาพรุนแรงไปเผยแพร่และเขียนคำบรรยายตีความหมายไปอีกแบบหนึ่งจะส่งผลกระทบมาก

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า กรณีที่ผู้ก่อความไม่สงบลอบยิงพระในขณะออกบิณฑบาตร พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ไปดูแลความปลอดภัยจนเสียชีวิต อยากให้ไปถามคนทำว่าหัวใจทำด้วยอะไรในการใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่มีทางต่อสู้ รวมถึงการดูแลครูเด็ แม้กระทั่งผู้หญิง ผู้บริสุทธิ์ที่สัญจรไปมาก็ฆ่าทิ้งหมด แบบนี้มันไม่ใช่มนุษย์ที่พูดไม่ได้ดูถูก แต่ถ้าเป็นนักรบเหมือนที่ทหารทำอยู่ในวันนี้จะต้องเป็นนักรบทีเปิดเผยและแสดงกำลังกันออกมาและมารบกัน แต่ทหารไม่กลัวอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือเขาใช้วิธีไม่ใช่ลูกผู้ชายด้วยการลอบทำร้าย โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง และป้ายความผิดมาให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตราย ที่ผ่านมาเรามีการจับกุมแหล่งซ่องสุ่มก็เจอเสื้อผ้าคล้ายชุดทหารเพื่อไปยิ่งไทยพุทธ และไทยมุสลิม และมาโทษว่าเจ้าหน้าที่เป็นคนกระทำ ซึ่งตนได้กำชับว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งตนยินดีให้สอบสวนทุกคดี ซึ่งเรายืนยันว่าการแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรงมันไม่มีวันจบ ส่วนกรณีที่มีการใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ว่าการยิงเด็ก  3  คนเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่นั้น ใครจะพูดอะไรก็ได้ แต่ตนยืนยันเสมอว่าผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจว่าถ้าไปทำอย่างนั้นจะทำให้การแก้ไขปัญหายากมากขึ้น ซึ่งตนก็ไม่เห็นประโยชน์ว่าจะไปทำทำไม

ส่วนการยิงเด็ก และผู้หญิง เราจะไปสั่งใครได้ และเขาจะมีคนจิตใจที่ยิงคนได้หรือแบบนั้น ยิงเด็กตัวเล็ก ๆ ผมว่าผมทำไม่ได้ และผมก็คิดว่าทหารของผมทั้งกองทัพก็ทำไม่ได้ ผมมีความเชื่อมั่นอย่างนั้น ต้องไปเปรียบเทียบดูถ้าเป็นอีกฝ่ายหนึ่งทำยิงครูพระที่เห็น ๆ กันอยู่ แล้วจะเชื่อใครระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ตาม ผมอยากเรียกร้องให้ออกมาพูดคุย จะเป็นทางลับหรือเปิดเผย ซึ่งผมยืนยันว่าประเทศไทยแบ่งแยกดินแดนไม่ได้ ส่วนการเปลี่ยนตัวแกนนำในการเจรจาจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาหรือไม่นั้น ผมมองว่าเมื่อปลดคนเก่า หรือวางมือลงคนใหม่ก็จะต้องเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องของเขา ดังนั้นจะให้ใครมาเป็นตัวแทนเป็นเรื่องของประเทศเพื่อนบ้านที่จะจัดมา ถ้าหากพูดกันแล้วไม่เกิดความก้าวหน้าให้ไปหาคนใหม่มาก็ให้ดูต่อไปอย่าเพิ่งไปสรุปว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล

MThai News