เตือน 10 เส้นทางเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง

Home / ข่าวทั่วไป / เตือน 10 เส้นทางเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง

กรมทางหลวงเตือน 10 เส้นทางให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง เดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมตั้งเต้นท์สีเหลืองบริการประชาชน 200 จุด ทั่วประเทศ

18-1

นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากสถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างปี 2550-2556 สาเหตุสำคัญคือขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การตัดหน้ากระชั้นชิด และเมาสุราระหว่างการเดินทาง สำหรับเส้นทางที่ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการเดินทางในช่วงสงกรานต์ปีนี้ มี 10 จุดทั่วประเทศ ได้แก่

1. ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงประตูน้ำพระอินทร์-หนองแค (กม.60-67 ) อ.วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นทางตรง 10-12 ช่องจราจร (รวมทางขนานฝั่งละ 2 ช่องจราจร ) บริเวณนี้ปริมาณการจราจรสูง และรถขนาดใหญ่วิ่งเป็นจำนวนมาก บางครั้งรถขนาดใหญ่ใช้ความเร็วสูงเกินกฎหมายกำหนด เกิดการตัดหน้ากระชั้นชิดบริเวณจุดเปิดเกาะกลาง

2. ทางหลวงหมายเลข 2 ช่วงหน้าค่ายเพชรรัตน์ (กม.24-34) จังหวัดสระบุรี เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นเส้นทางที่ตัดผ่านภูเขา มีโค้งหลายโค้งต่อเนื่องกัน และเป็นทางลาดชันลงเขา

3. ทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงเขาพะวอ (กม.23-30) และดอยรวก (กม.64-70) จังหวัดตาก ทั้ง 2 ช่วงเป็นทางที่ตัดผ่านภูเขาที่มีความคดเคี้ยว และลาดชัน รวมทั้งสภาพเป็นป่ารกทึบ ประกอบกับเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งไปยังประเทศพม่า ทำให้บริเวณดังกล่าวมีปริมาณการจราจรมาก

4. ทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงสะพานพ่อขุนผาเมือง ( กม.347 -375) จังหวัดเพชรบูรณ์ บริเวณนี้เป็นทางลงเขาลาดชัน ยาวประมาณ 3 กม. เป็นทางโค้งรูปตัวเอส (S) ต่อเชื่อมกับสะพานคอนกรีต ข้ามทางระหว่างเขา ถนน 2 ช่องจราจร สะพานอยู่ระหว่างโค้ง (โค้งมีรัศมี 200 เมตร) ช่วงบริเวณสะพานเป็นเหวลึกกว่า 50 เมตร

5. ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงอำเภอพรหมบุรี (กม.77– 82 ) จังหวัดสิงห์บุรี เนื่องจากเป็นถนนทางตรง ขนาด 6 ช่องจราจร มีจุดเปิดเกาะกลางกลับรถรอเลี้ยว ที่ กม.77+500, 78+000, 78+600, 80+340 และรถมักวิ่งด้วยความเร็วสูง หรือประชาชนอ่อนเพลียจากการขับรถเป็นระยะทางไกล ผู้ขับขี่หลับใน รวมถึงมีการตัดหน้ากระชั้นชิด

6. ทางหลวงหมายเลข 35 บริเวณสะพานแม่น้ำท่าจีน (กม.28 – 32) จังหวัดสมุทรสาคร เป็นเส้นทางเข้าเมืองสมุทรสาคร และไปอำเภอกระทุ่มแบน เป็นย่านชุมชน และโรงงานอุตสาหกรรม มีปริมาณการจราจรสูงและรถใช้ความเร็วสูง ประกอบกับเป็นทางโค้งและมีจุดเข้าออกทางขนานหลายแห่ง อีกทั้งรถจักรยานยนต์มักจะวิ่งย้อนศรบนสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน

7. ทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงอุทยานทับลาน (กม.42 – 45) จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเส้นทางที่ตัดผ่านภูเขาที่มีความคดเคี้ยวและลาดชัน มีรถบรรทุกหนักจำนวนมากวิ่งผ่าน ซึ่งรถเหล่านี้จะเคลื่อนตัวได้ช้าเมื่อวิ่งขึ้นเขา จึงเกิดการแซงกันของรถขนาดเล็กในระยะคับขัน ขณะเดียวกันรถบรรทุกและรถสัญจรโดยส่วนใหญ่ขณะขับลงเขามักจะใช้ความเร็วเกินกำหนด เมื่อมีสถานการณ์เฉพาะหน้าคับขัน จะทำให้การควบคุมรถเป็นไปด้วยความยากลำบาก

8. ทางหลวงหมายเลข 225 ช่วงทางลงเขาพังเหย (กม.181– 185) จังหวัดชัยภูมิ บริเวณนี้เป็นทางโค้ง และเป็นทางลาดชันสูง

9. ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงโค้งหนองหญ้าปล้อง (กม.365+013 – 365+113) และ ช่วงโค้งสายเพชร (กม.389+700-390+000 ) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นถนนสายหลักลงสู่ภาคใต้ เป็นทางโค้งต่อเนื่อง และมีจุดกลับรถอยู่ในบริเวณใกล้เคียง รถสัญจรด้วยความเร็วสูง และ

10. ทางหลวงหมายเลข 4197 ช่วงโค้งบางโสก (กม.5+400 – 8+680) จังหวัดพังงา เป็นทางโค้งลาดชันลงเนิน

ทั้งนี้กรมฯได้ประสานงานตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธรในพื้นที่ ตั้งจุดสกัดบนทางหลวง ร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาการจราจร ใน 10 จุด และได้เตรียมพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบเคลื่อนที่ (Mobile CCTV) ในบริเวณที่มีปริมาณการจราจรมาก เพื่อรายงานสภาพการจราจร Online แบบ Real time

และยังได้จัดให้มีจุดบริการประชาชน 200 จุด (เต้นท์สีเหลือง ) ทั่วประเทศ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เพื่อให้บริการประชาชนพักรถ พักผ่อนอิริยาบถ ก่อนการเดินทาง

MThai news