แฟน-พี่ชาย โวยสาวมะกันตายปริศนาเกาะพีพี

Home / ข่าวทั่วไป / แฟน-พี่ชาย โวยสาวมะกันตายปริศนาเกาะพีพี

สาวมะกัน”ตายปริศนา คาเกาะพีพียังไม่จบ พี่ชายเปิดผลชันสูตรศพนักพยาธิวิทยา ระบุเลือดคั่งในปอด 100% เนื้อเยื่อถูกทำลาย ขัดแย้งกับผลสรุปตร. ที่บอกเหตุ”อาหารเป็นพิษ” แฟนหนุ่มสงสัยสารเคมีต้นเหตุ

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เว็บไซต์ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานความคืบหน้าการตายอย่างปริศนาของ น.ส.จิลล์ เซนต์ ออนจี นักท่องเที่ยวสาวชาวอเมริกัน วัย 27 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสองนักท่องเที่ยวหญิงที่มาเสียชีวิตบนเกาะพีพี จ.กระบี่ ประเทศไทยอย่างกะทันหัน เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก ล่าสุด ครอบครัวและคู่หมั้นหนุ่มของ น.ส.ออนจี ได้นำผลการตรวจพิสูจน์ศพเบื้องต้นของ น.ส.ออนจีออกมาโต้แย้งว่า นักพยาธิวิทยาสหรัฐ ซึ่งทางครอบครัวเป็นผู้ว่าจ้างชันสูตรพลิกศพ น.ส.ออนจี พบว่ามีอาการเลือดคั่งในปอดและเนื้อเยื่อปอดถูกทำลาย ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวขัดแย้งกับผลการชันสูตรศพของทางการไทย ซึ่งชี้ว่าน.ส.ออนจีเสียชีวิตเนื่องจากอาหารเป็นพิษ นายไรอัน เคลส์ และนายโรเบิร์ต เซนต์ ออนจี คู่หมั้นและพี่ชายของ น.ส.ออนจี กล่าวอย่างเชื่อมั่นว่า น.ส.ออนจีมีอาการเลือดคั่งในปอดร้อยเปอร์เซ็นต์และเนื้อเยื่อปอดถูกทำลาย

อย่างไรก็ดี แม้นักพยาธิวิทยาสหรัฐจะยังไม่ชี้ขาดว่าเหตุใดปอดของ น.ส.ออนจีจึงทำงานล้มเหลว เนื่องจากต้องรอรายงานสรุปผลการชันสูตรในขั้นสุดท้ายที่คาดว่าจะใช้เวลาอีก หลายสัปดาห์กว่าจะออกมา แต่ครอบครัวของ น.ส.ออนจีเชื่อว่า การตรวจพบในเบื้องต้นของนักพยาธิวิทยาสหรัฐครั้งนี้ ก็เพียงพอที่จะนำมาโต้แย้งกับรายงานการชันสูตรศพของทางการไทยที่ระบุว่า น.ส.ออนจีเสียชีวิตเพราะอาหารเป็นพิษได้

“ผมเชื่อมั่น 99.9 เปอร์เซ็นต์ว่า เธอไม่ได้ตายเพราะอาหารเป็นพิษ แต่เธอหายใจไม่ออกจนตาย และถึงแม้ผมไม่ใช่หมอ แต่ก็พอจะรู้เมื่อคนเกิดอาการหายใจไม่ออก” คู่หมั้นของ น.ส.ออนจี กล่าวพร้อมกับแสดงความไม่พอใจ ต่อรายงานการชันสูตรศพ น.ส.ออนจีของทางการไทยว่า “ที่ว่าเธอตายเพราะอาหารเป็นพิษ เป็นการแถลงที่น่าหัวเราะ เชื่อว่าพวกผมไม่ใช่รายเดียวที่ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้”

ซีเอ็นเอ็นยังอ้างความเห็นของ ดร.วิลเลียม เฮอร์ลีย์ ผู้อำนวยการแพทย์แห่งศูนย์พิษวิทยาวอชิงตันของสหรัฐ ที่แสดงความกังขากับการระบุว่าอาหารเป็นพิษอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.ออนจี โดยกล่าวว่า ปกติแล้วกรณีของอาหารเป็นพิษ จะทำให้เสียชีวิตเมื่อเกิดการสูญเสียน้ำในร่างกาย ไม่ใช่จากสารพิษ และอาหารเป็นพิษก็ไม่ได้ทำให้คนเสียชีวิตในทันที แต่จะใช้เวลาหลายวัน การกลืนสารเคมีหลายชนิดเข้าไปอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ น.ส.ออนจีและนักท่องเที่ยวหญิงอีกรายเสียชีวิตในทันทีได้ แต่ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวหญิงทั้งสอง เสียชีวิต

ข่าวระบุว่า น.ส.ออนจี และนายเคลส์ คู่หมั้นหนุ่ม เป็นชาวเมืองซีแอทเทิล เดินทางมาเที่ยวที่เกาะพีพี ระหว่างการท่องเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ ในเอเชียราว 3 เดือน ขณะทั้งสองเข้าพักที่ลาลีนา เกสต์เฮาส์ บนเกาะพีพี ปรากฏว่า น.ส.ออนจีเกิดอาการอาเจียนอย่างรุนแรงและหายใจไม่ออกก่อนที่จะไปเสียชีวิต ที่โรงพยาบาล สร้างความตกใจให้แก่แฟนหนุ่มและครอบครัวอย่างยิ่ง โดยพี่ชายของ น.ส.ออนจีบอกว่าน้องสาวเป็นคนแข็งแรงและยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนต่อการ เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ขณะที่นายเคลส์กล่าวว่า มีบางอย่างในเกสต์เฮาส์ที่เข้าพักทำให้แฟนสาวของตนไม่สบาย สงสัยว่าน่าจะเป็นกลิ่นสารเคมีภายในห้องพักที่เข้าพัก เหตุที่ตนไม่เป็นอะไร เพราะไม่ค่อยได้อยู่ในห้องพักเหมือนแฟนสาว

ซีเอ็นเอ็นระบุอีกว่า หลังการเสียชีวิตของ น.ส.ออนจีไม่กี่ชั่วโมง น.ส.จูลี แบร์กไฮม์ นักท่องเที่ยวสาวชาวนอร์เวย์ ซึ่งพักอยู่ห้องถัดไปก็ได้เสียชีวิตตามมาหลังจากเกิดอาการคล้ายๆ กัน ตามรายงานของสื่อมวลชนไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พุ่งเป้าการสอบสวนสาเหตุการตายของนักท่องเที่ยวหญิงทั้ง สองรายไปที่อาหารเป็นพิษ โดย พล.ต.ต.ผศิน นกสกุล ผบก.ภ.จว.กระบี่ กล่าวว่า รายงานการชันสูตรศพที่ออกมาเป็นเพียงแค่ผลเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่ทราบว่าผลอย่างเป็นทางการจะออกมาเมื่อไร ส่วนสาเหตุที่ผลการตรวจชันสูตรเบื้องต้นออกมาเร็ว เพราะทางสถานทูตของนักท่องเที่ยวหญิงทั้งสองรายนี้ต้องการทราบสาเหตุการเสีย ชีวิตโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนของไทยได้เดินทางไปยังลาลีนา เกสต์เฮาส์ เพื่อเก็บตัวอย่างจากไส้กรองอากาศของแอร์ปรับอากาศภายในห้องที่นักท่อง เที่ยวหญิงทั้งสองเข้าพักเพื่อนำไปสอบสวนเพิ่มเติมด้วย
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์