แฉเมนูเปิบนรก แหนมค่าง-หมีร้า

Home / ข่าวทั่วไป / แฉเมนูเปิบนรก แหนมค่าง-หมีร้า
หมีร่า
หมีร้า

อธิบดี กรมอุทยานฯ แฉเมนู พิสดาร “ส้มค่าง-แหนมค่าง” ระบาดหนักในพื้นที่เมืองอุทัยธานี-นครสวรรค์ ขายเกลื่อนตามตลาดเช้าก.ก.ละร่วม 300 เผยต้นตอมาจากป่าห้วยขาแข้ง เตือนไม่ใช่อาหารบำรุงสุขภาพอย่างที่เชื่อกัน มีแต่อันตรายเพราะเนื้อค่างเต็มไปด้วยเชื้อโรค ทำให้เป็นเริม โรคพิษสุนัขบ้า ท้องร่วง อีกทั้งยังทำให้สมรรถภาพทางเพศ เสื่อม แฉส้มหมี-หมีร้าก็มี

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม แถลงข่าวกรณีหน่วยลาดตระเวนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จับกุมผู้กระทำผิดพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 โดยการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดยยึดของกลางเป็นค่าง 2 ตัว พร้อมเนื้อค่างและกระดูกสับละเอียดรวมจำนวน 21 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการสอบสวนพบว่า เนื้อค่างดังกล่าวกำลังจะถูกนำไปแปรรูปเพื่อทำเป็นส้มค่าง และร้าค่าง สำหรับการบริโภคเป็นอาหาร ที่นิยมรับประทานในกลุ่มชาวบ้านที่อพยพมาจากภาคตะวันออกเฉียงหนือ เข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินในพื้นที่ใกล้เคียงกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วย ขาแข้งด้านตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อ.ลานสัก อ.ห้วยคด และอ.บ้าน ไร่ จ.อุทัยธานี อ.แม่วงก์ กิ่ง อ.แม่เปิน และกิ่ง อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์ โดยพื้นที่ดังกล่าว นับว่าเป็นพื้นที่ล่อแหลมต่อการคุกคามสัตว์ป่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด โดยเฉพาะค่างแว่นถิ่นเหนือที่อาศัยอยู่จำนวนมากที่สุดในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยการส่งชุดลาดตระเวนเข้ากดดัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการล่าสัตว์และกระทำผิดกฎหมายอื่น โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็น การใช้จีพีเอส หรือทำระบบฐานข้อมูลการลาดตระเวน ทำให้แนวโน้มการล่าสัตว์ป่าลดลง การกระทำผิดส่วนใหญ่จะพบบริเวณชายขอบป่าของพื้นที่เท่านั้น โดยจากสถิติพบว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค.2551 – พ.ค.2552 มีจำนวนคดีด้านสัตว์ป่า 236 คดี สามารถช่วยเหลือสัตว์ที่มีชีวิตอยู่ได้ 4,026 ตัว ส่วนใหญ่เป็นนก และลิ่น หรือตัวนิ่ม ซึ่งตัวลิ่นที่จับได้จะถูกลำเลียงส่งผ่านไปประเทศที่ 3 เพื่อนำไปบริโภคตามความเชื่อ

“ที่ผ่านมาเราพบว่ายังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการบริโภคสัตว์ป่าอยู่มาก โดยเฉพาะคิดว่าเป็นยาบำรุง ซึ่งในกรณีของค่างนี้ จะพบอยู่ในบางพื้นที่ใกล้เคียงกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งที่มี ค่างแว่นถิ่นเหนืออยู่จำนวนมาก นอกจากที่จะคิดว่าเป็นยาบำรุง รักษาโรคแล้ว ยังเป็นอาหารท้องถิ่นที่ยังมีรับประทานกันอยู่ การนำเนื้อค่างมาทำเป็นส้ม หรือแหนม ก็เป็นการถนอมอาหารชนิดหนึ่ง ที่ใช้วิธีการหมักด้วยข้าวสุก เกลือ และกระเทียม ใช้เวลาหมัก 3 วัน เวลาจะรับประทานสด ทอด หรือนำไปประกอบอาหารอื่น เช่น หมก แกง หรือไม่ก็นำไปทำเป็นร้าค่าง แบบเดียวกับปลาร้าด้วย ซึ่งเมนูนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นมา แต่ทำกันมานานแล้ว ซึ่งหากไปตามตลาดเช้า จะพบว่ามีการวางขายอยู่ในราคากิโลกรัมละ 300 บาท และนอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า มีคนเคยพบว่ามีการนำเนื้อหมีมาทำเป็น ส้มหมี หรือหมีร้าด้วย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เคยพบ และถ้าพบก็จะต้องจับกุมทันที” นายเกษมสันต์กล่าว

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า นอกจากการออกลาดตระเวน จับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมายแล้ว ยังจัดให้เจ้าหน้าที่เข้าทำงานในพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ให้กับ ประชาชนกลุ่มที่นิยมนำค่างมาทำเป็นอาหารแล้ว ว่า การรับประทานเนื้อสัตว์ป่า หรือค่าง ไม่ได้ทำให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ แต่ตรงกันข้ามกลับจะทำให้เกิดอันตรายด้วย เพราะในเนื้อค่าง มีเชื้อโรคต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะเชื้อโรคกลุ่มไวรัส ที่ทำให้เกิดโรคเริม โรคพิษสุนัขบ้า รวมไปถึงทำให้เกิดอาการท้องร่วงท้องเสีย และที่ผ่านมาก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตมาแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีการพิสูจน์แน่ชัดว่าเกิดจากการรับประทานเนื้อค่างก็ตาม แต่จำนวนคนและสถิติการเป็นโรคต่างๆ ของคนในพื้นที่ก็น่าจะทำให้เชื่อได้ว่า การบริโภคค่าง อาจจะมีส่วนในการเสียชีวิตดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวหรือไม่ว่าการออกมาเปิดเผยเมนู “แหนมค่าง แหนมหมี” จะทำให้เกิดกระแสอยากลองของนักเปิบพิสดารทำให้เกิดใบสั่งการทำอาหารเมนูนี้ มากขึ้น นายเกษมสันต์กล่าวว่า คิดว่าคงไม่มี ถ้าจะมีก็เป็นพวกวิตถารเท่านั้น เพราะโดยปกติแล้วคนทั่วไปคงไม่คิดอยากจะกินสัตว์ป่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคยเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากการทำอาหารพวกนี้จะต้องเอาสัตว์ป่า มาฆ่า ลอกหนังออกหมด จนได้เนื้อ และเลือดสดๆ ซึ่งดูแล้วน่าสงสารมากกว่าที่อยากจะรับประทานเป็นอาหาร และการออกมาเปิดเผยเมนูนี้ ก็ไม่ใช่การเปิดเผยเมนูใหม่ แต่เป็นอาหารที่คนกลุ่มหนึ่งนิยมรับประทาน และมีมานานแล้ว แต่ในกระบวนการก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอยู่แล้วไม่ว่าคนล่าหรือคน กิน ถ้าหากจับได้ต้องถูกดำเนินคดีตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 อย่างเข้มงวด

“จุดประสงค์สำคัญของเราที่ออกมาแถลงข่าวเรื่องนี้ เพราะต้องการชี้แจงให้ประชาชนเห็นถึงอันตรายของการบริโภคเนื้อสัตว์ป่าและ ส้มค่าง หรือส้มหมี ก็เป็นหนึ่งในอีกหลายเมนูสัตว์ป่าที่ถือว่าผิดกฎหมายและอยากรณรงค์ให้กลุ่ม ที่ยังชอบบริโภคเมนูสัตว์ป่าเหล่านี้ เปลี่ยนค่านิยมใหม่ได้แล้วเพราะมันไม่ได้เป็นผลดีอย่างที่คิดกัน โดยเฉพาะปัจจุบันที่เราไม่รู้ว่า เชื้อโรคอะไรที่ติดมากับสัตว์ป่าพวกนี้บ้าง แทนที่จะอายุยืนก็อาจจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็วกว่าเดิม หรืออาจจะมีสมรรถภาพทางเพศเสื่อมลง แทนที่จะปึ๊งปั๊งกว่าเดิมก็เป็นได้” นายเกษมสันต์ กล่าวและว่า ในส่วนของผู้ที่นิยมบริโภค ปลาร้า ปลา ส้ม หรืออาหารจำพวกแหนม ไม่จำเป็นต้องแตกตื่นว่าจะมีเนื้อสัตว์พวกนี้หลุดออกมาปะปนอยู่ในท้องตลาด เพราะเมนูเนื้อสัตว์ป่าจำพวกนี้เป็นของหายาก จะต้องล่าออกจากป่าเท่านั้น ทั้งยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงมีความนิยมในพื้นที่เล็กๆ รวมทั้งเนื้อของสัตว์ก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน จึงขอให้สบายใจได้ และอยากให้ประชาชนช่วยรณรงค์การเลิกบริโภคสัตว์ป่า ถ้าหากพบเห็นที่ใดก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทราบจากชาวบ้านรายหนึ่งว่า ตัวค่างนั้นมีพวกพรานในเขต อ.ลานสัก ทางบ้านกระทะแตกนำมาจำหน่ายกิโลกรัมละ 400-500 บาท โดยมีนายทุนในเขต จ.นครสวรรค์ และ จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายอาหารป่า ตั้งอยู่ในเขตชุมชน จ.อุทัย ธานี รับซื้อ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยมีผู้อิทธิพลคนหนึ่งในเขต อ.ลานสัก ซึ่งอยู่กับนายกอบต.เป็นผู้ดำเนินการร่วมกับตำรวจบางนายในเขต อ.ลานสัก โดยพื้นดังกล่าวนั้นจะลำเลียงตัวค่างไปได้หลายเส้นทางเข้า จ.นคร สวรรค์ โดยใช้รถกระบะเป็นพาหนะ แช่เนื้อไปในลังน้ำแข็งพลาสติกขนาดใหญ่วิ่งออกจากป่าบ้านกระทะแตก ซึ่งมีพื้นที่ติดกับป่าห้วยขาแข้ง โดยมีเจ้าหน้าตำรวจคอยดูแลจึงสะดวกต่อการลำเลียง

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด