นักเรียนหญิง ยกพวกลุยตบ-แย่งหนุ่มหล่อ

Home / ข่าวทั่วไป / นักเรียนหญิง ยกพวกลุยตบ-แย่งหนุ่มหล่อ
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว

นักเรียนหญิงอาชีวะ2 สถาบันดังเมืองนครศรีธรรมราชยกพวกลุยตบกันกลางตลาด แย่งหนุ่มหล่อคนเดียวกัน หลังเขม่นกันมานาน มีเพื่อนน.ร.ชายปวช.คอยยืนคุมเชิง ตร.จับไว้ได้ ตรวจค้นพบมีดคัตเตอร์ กรร ไกร ก่อนส่งตัวให้แต่ละสถาบันดำเนินการตามระเบียบ

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 4 มิ.ย. ศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุมีกลุ่มนักเรียนวัยรุ่นหญิงยกพวกตบตีทำร้ายกัน ที่ตลาดคลองทา ถ.จำเริญวิถี ต.คลัง อ.เมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุจึงแจ้งให้พ.ต.ท.พิศิษฏ์ วิเศษวงศ์ รองผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ทราบ

จากนั้นนำกำลังตำรวจสายตรวจ และประสานเจ้าหน้าที่สารวัตรนักเรียนจากสำนักงานพื้นที่การศึกษานครศรี ธรรมราช เขต 1 นำโดยนายสมพงศ์ อยู่เถาว์ หัวหน้าศูนย์ควบคุมความประพฤตินักเรียนนักศึกษาจังหวัดนครศรีธรรม ราช รุดไปที่เกิดเหตุ

พบกลุ่มนักเรียนหญิงระดับปวช.ของโรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่งประมาณ 20 คน กำลังตบตีกับกลุ่มนักเรียนหญิงระดับปวช.ของโรงเรียนอาชีวะอีกแห่ง โดยทั้งสองกลุ่ม มีสมาชิกในกลุ่มประมาณ 20 คนเช่นกัน โดยมีนักเรียนชายระดับปวช.ฝ่ายละ 5-6 คน คอยคุมเชิง

เมื่อกลุ่มนักเรียนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างพากันแตกฮือวิ่งหนี จ้าละหวั่น แต่มีกลุ่มนักเรียนหญิงประมาณ 6-7 คนวิ่งหนีไม่ทัน เจ้าหน้าที่จับกุมนักเรียนชายที่สงสัยว่าจะพกพาอาวุธปืนได้ 1 คน ชื่อนายเอ๋(นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนปวช.ปี 2

จากการตรวจค้นพบปืนพกสั้น ขนาด.22 และ .32 พร้อมกระสุนปืนขนาด.22 จำนวน 3 นัด กระสุนปืนขนาด.32 จำนวน 1 นัด อยู่ในกระเป๋าสะพาย จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่สภ.เมืองนครศรีธรรมราช

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นักเรียนหญิงที่เป็นหัวโจกคนหนึ่งเขม่นกับนักเรียนหญิงต่างสถาบัน เนื่องจากทั้งสองคนชอบพอนักเรียนหนุ่มรูปหล่อคนเดียวกัน และเขม่นกันมาแล้วหลายครั้ง จึงนัดยกพวกตบกันในวันนี้ โดยแต่ละฝ่ายให้เพื่อนชายมาเป็นการ์ดคอยคุมเชิง

สำหรับนักเรียนหญิงที่เจ้าหน้าที่จับกุมได้ในที่เกิดเหตุได้บางส่วน จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายในตัว มีเพียงมีดคัตเตอร์และกรรไกร ที่นักเรียนอ้างว่าเป็นอุปกรณ์การเรียน ตำรวจและสารวัตรนักเรียนจดชื่อของนักเรียนแต่ละฝ่าย เพื่อแจ้งเหตุและรายชื่อของกลุ่มนักเรียนที่ก่อเหตุ ให้สถาบันการศึกษาทั้งสองแห่งทราบ เพื่อจะดำเนินการตามกฎระเบียบของแต่ละสถาบันการศึกษาต่อไป

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด